ข่าว

พีเน็ตเตือน!วิกฤติเลือกตั้ง...'ผลชี้เป้า'

พีเน็ตเตือน!วิกฤติเลือกตั้ง...'ผลชี้เป้า'

03 ก.พ. 2557

พีเน็ตเตือน! วิกฤติเลือกตั้ง...'ผลชี้เป้า' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

              ผลการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์นี้ ไม่ได้จบลงแค่จำนวนของกลุ่มผู้ชนะ "โนโหวต" หรือ "โหวตโน" แต่หมายถึงการนับคะแนนเสียงเลือกตั้งที่จะส่งผลกระทบกระเทือนต่อชัยชนะทางการเมืองของฝ่ายผู้แทนราษฎรด้วย

              ทั้งนี้ ตามกฎระเบียบกติกาของวันที่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนั้น เมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนในเวลา 15.00 น.แล้ว ต้องนับคะแนนเสียง ณ หน่วยเลือกตั้งโดยเปิดเผยจนเสร็จสิ้นในรวดเดียว จากนั้น "กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง" (กปน.) จะประกาศผลการนับคะแนน ส.ส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และปิดประกาศไว้บริเวณที่เลือกตั้งด้วย ก่อนนำหีบบัตรพร้อมอุปกรณ์และเอกสารสำคัญส่งต่ออำเภอหรือสำนักงานเขตเลือกตั้งใหญ่ เพื่อรายงานผลให้ กกต.ประจำเขตรับทราบอีกครั้ง

              แต่การเลือกตั้งวันนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีคำสั่งก่อนหน้านี้ไปแล้วว่า หากหน่วยไหนดำเนินการเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยไม่มีปัญหาใดๆ ให้เปิดหีบนับคะแนนเสียงได้ตามปกติ แต่ห้ามประกาศผลอย่างเป็นทางการ เนื่องจากต้องรอผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตประมาณ 2 ล้านคนที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิเมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา ให้เลือกตั้งล่วงหน้ารอบ 2 วันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ ให้เสร็จสิ้นเสียก่อน

              ประเด็นสำคัญคือ แม้ว่าจะไม่มีประกาศผลผู้ชนะเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แต่ระหว่างนับคะแนนเสียงได้อนุญาตให้ประชาชนหรือตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ เข้าไปสังเกตการณ์ผลการนับคะแนนเสียงในหน่วยเลือกตั้งได้ รวมถึงการถ่ายภาพบันทึกข้อมูลต่างๆ ด้วย หลังจากนั้นอาจมีการแชร์หรือกระจายข่าวผลคะแนนของแต่ละพรรคออกไปสู่สาธารณะ ดังนั้นแม้ว่า กกต.จะไม่ประกาศผลอย่างเป็นทางการ แต่ชาวบ้านแถวนั้นก็รับรู้ไปแล้วว่า ส.ส.หรือพรรคการเมืองไหนได้คะแนนเสียงเท่าไร !?!

              "สมศรี หาญอนันทสุข" มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย หรือ "พีเน็ต" ยอมรับว่า หลายฝ่ายรู้สึกเป็นกังวลกับปัญหานี้มาก เพราะส่งผลโดยตรงกับมาตรฐานการเลือกตั้งสากลที่ต้องโปร่งใสและยุติธรรม เนื่องจากหลายประเทศเมื่อประสบเหตุการณ์บางพื้นที่ต้องเลื่อนวันลงคะแนนเสียงออกไป หลังรับรู้ผลประกาศชัยชนะของคะแนนส่วนใหญ่แล้ว การตัดสินใจของผู้ลงคะแนนเสียงในวันหลังเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก รวมถึงการแข่งขันของพรรคการเมืองจะดุเดือดขึ้นกว่าเดิม

              "ยกตัวอย่างเช่น หากผลนับคะแนนโดยรวม พรรค ก. กับ พรรค ข. ได้คะแนนเสียงต่างกันมาก พรรค ก.ชนะเด็ดขาดไปแล้ว ผู้ตั้งใจจะไปลงคะแนนเสียงให้พรรค ข. ก็จะเปลี่ยนใจไม่ไปลงคะแนน เพราะไม่รู้ว่าจะไปทำไมยังไงก็แพ้ หรือกรณีตรงกันข้าม สมมุติว่า 2 พรรค ได้คะแนนสูสีกัน ผู้สมัครและหัวคะแนนของพรรคการเมืองนั้น จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ชนะ ด้วยเหตุผลนี้การรู้ผลแพ้ชนะการเลือกตั้งของแต่ละเขตล่วงหน้าไปแล้ว จะทำให้การเลือกตั้งที่ตามมาไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบกัน"

              "สมศรี" กล่าวเตือนว่า กรณี กกต.เลื่อนวันเลือกตั้งล่วงหน้าออกไปรอบ 2 ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตไว้ 2 ล้านคนนั้น นับว่าเป็นจำนวนไม่น้อย มีโอกาสส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผลชนะ-แพ้ของบางเขตเลือกตั้งได้ หากเขตนั้นมีการเผยแพร่ผลนับคะแนนเสียงอย่างไม่เป็นทางการออกไป

              "ตอนนี้อาสาสมัครผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง พูดคุยปัญหานี้ด้วยความกลุ้มใจ เพราะเราคงไม่สามารถไปห้ามสื่อมวลชนหรือใครๆ ให้งดหรือระงับการเผยแพร่ผลการเลือกตั้งของเขตที่นับคะแนนเสียงเสร็จแล้วออกไปได้ ต่อให้เป็นผลอย่างไม่เป็นทางการ เหมือนกรณีพม่า ตอนเกิดพายุหมุนนาร์กีส ปี 2551 ตอนนั้นมีการลงคะแนนประชามติร่างรัฐธรรมนูญทั่วประเทศ แต่พายุกระหน่ำรุนแรงส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่าสองหมื่นคน โดยเฉพาะในเมืองย่างกุ้ง รัฐบาลพม่าเลื่อนการลงคะแนนเสียงของเขตที่ได้รับพิบัติภัยไปวันหลังแทน ปรากฏว่าผลที่ได้มาผิดคาด ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ลงคะแนนเสียงกลุ่มนี้"

              ตัวแทนจากพีเน็ต กล่าวเตือนทิ้งท้ายว่า กกต.ต้องพิจารณาให้ดีว่า ทางออกนับจากวันนี้จะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่ต้องจัดให้มีการลงคะแนนเสียงหลายครั้งนั้น ผลการนับคะแนนเสียงอย่างไม่เป็นทางการ จะส่งผลสะเทือนด้านจิตวิทยาต่อผู้ชนะ-ผู้แพ้อย่างแน่นอน 

              คงต้องติดตามต่อไปว่า คำเตือนเรื่องวิกฤติเลือกตั้งซ้ำซาก จะส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างไม่บริสุทธิ์-ยุติธรรม จริงหรือไม่?!!

......................

(หมายเหตุ : พีเน็ตเตือน! วิกฤติเลือกตั้ง...'ผลชี้เป้า' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)