
ทบ.ชี้'กปปส.-นปช.'ยิงตอบโต้กันแยกหลักสี่
ทบ.ชี้'กปปส.-นปช.'ยิงตอบโต้กันแยกหลักสี่ วอนอย่าด่วนสรุปคดี เผยภาพฝั่ง 'โกตี๋' ยิงไม่ปรากฏ เหตุไม่มีสื่อถ่ายภาพได้ บช.น.แถลงสรุปเป็นฝีมือกปปส.ฝ่ายเดียว
2ก.พ.2557 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการรักษาความสงบเรียบร้อยภายหลังเกิดเหตุมวลชน 2 ฝ่ายปะทะกันที่บริเวณแยกหลักสี่เมื่อวันที่1ก.พ.ว่า ภายหลังการเลือกตั้ง ทางเจ้าหน้าที่ยังคงมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และเฝ้าระวังเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์เหมือนที่บริเวณแยกหลักสี่ อย่างไรก็ตามขณะนี้เริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์โดยใช้ความเห็นของแต่ละบุคคลเพื่อชี้นำสังคมไปในทิศทางของตนเอง ทางกองทัพบกจึงขอให้ทุกคนระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็น เพราะเกรงว่า สังคมจะเกิดความสับสนจึงอยากให้ขั้นตอนการพิสูจน์ทราบเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ส่วนกรณีเหตุปะทะที่แยกหลักสี่ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังดำเนินการสืบสวนเหตุการณ์ที่ทั้งสองกลุ่มใช้อาวุธยิงตอบโต้กัน โดยทางตำรวจได้อาศัยภาพถ่ายจากสื่อมวลชนที่ประจำอยู่ตรงบริเวณแยกหลักสี่ใกล้เชิงสะพานกับบริเวณใต้สะพานใกล้ป้อมตำรวจพบว่า กลุ่มผู้ใช้อาวุธอยู่ทางฝั่งด้านแยกหลักสี่ คือ ทางฝั่งกลุ่มกปปส. ทางตำรวจจึงนำมาประกอบเป็นหลักฐานได้
"ส่วนกลุ่มผู้ใช้อาวุธอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งในพื้นที่หลายคนได้ให้ข้อมูลว่า น่าจะเป็นกลุ่มของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดง จ.ปทุมธานีที่รวมตัวกันอยู่บริเวณหน้าห้างไอทีสแควร์ และบริเวณหน้าวัดหลักสี่ แต่บังเอิญบริเวณพื้นที่นั้นไม่ค่อยมีสื่อมวลชนหรือประชาชนคนใดได้บันทึกภาพไว้จึงอาจต้องอาศัยองค์ประกอบอื่นๆ เช่น การสอบพยานบุคคลหรือร่องรอยอื่นๆ โดยจากการสอบถามข้อมูลของประชาชน และ เจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำอยู่บริเวณป้อมตำรวจระบุได้ชัดเจนว่า มีการใช้อาวุธมาจากทางฝั่งหน้าห้างไอทีสแควร์เช่นกัน จากนั้นทั้งสองฝ่ายได้ใช้อาวุธตอบโต้กันไปมา" พ.อ.วินธัย กล่าวและว่า
เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายทางพ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์(ผบ.ร11รอ.)พร้อมด้วย รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) ยังได้ร่วมกันตรวจพื้นที่เกิดเหตุพบร่อยรอยการใช้อาวุธมีมาจากหลายทิศทางโดยเฉพาะมีมาจากฝั่งหน้าไอทีสแคว์ด้วยเช่นกันจึงขออย่าเพิ่งด่วนสรุปจนกว่า จะมีกระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงที่สมบูรณ์อย่างเป็นทางการก่อน โดยจะประเมินโดยอาศัยภาพถ่ายที่เห็นจากทางฝั่งเดียวคงไม่ได้ เพราะผู้ใช้อาวุธจากทั้งสองกลุ่มอาจยังต้องผ่านการตรวจสอบพิสูจน์ทราบถึงความเชื่อมโยงกับแต่ละกลุ่มอีกว่า มีส่วนร่วมอยู่ในกลุ่มแต่ละกลุ่มจริงหรือไม่ดังนั้นอย่าเพิ่งสรุปกล่าวโทษกันไปมา เพราะจะเป็นการขยายเพิ่มเติมความขัดแย้ง แต่ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายชัดเจน ซึ่งเจ้าหน้าที่ีรัฐจำเป็นจะต้องดำเนินการ ซึ่งขณะที่กระบวนการสืบสวนสอบสวนยังไม่ครบองค์ประกอบ ขอให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นในตัวเจ้าหน้าที่และเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
บช.น.แถลงสรุปเป็นฝีมือกปปส.ฝ่ายเดียว
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.พร้อม พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบช.สพฐ.ตร.) พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.น.2 พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ พ.ต.อ.กิตภัท เพ็งรุ่ง รอง ผบก.น.2 พ.ต.ท.บดินทร์ ผาสุก รอง ผกก.จร.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.สำอาง ขาวสอาด สว.สส.สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) ร่วมกันแถลงเหตุการณ์ยิงของกลุ่ม กปปส.ใส่ผู้ชุมนุมที่สนับสนุนการเลือกตั้ง ที่บริเวณแยกหลักสี่ ถนนแจ้งวัฒนะ ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายรายเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยนำปลอกกระสุนและหัวกระสุนที่ตรวจสอบและเก็บได้ในที่เกิดเหตุมาแถลง พร้อมเปิดภาพคลิปวิดีโอเหตุการณ์ปะทะที่เกิดขึ้นให้ดูด้วย
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ (31 ม.ค. ) กลุ่ม กปปส.บริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นำโดยพระพุทธะอิสระกับพวกประมาณ 200 คน ได้เดินขบวนไปปิดล้อมหน้าที่ทำการสำนักงานเขตหลักสี่ และขับไล่ให้ข้าราชการที่ทำงานอยู่ในสำนักงานเขตหลักสี่ให้ออกไปจากสำนักงานเขต เพื่อที่จะทำการขัดขวางการเลือกตั้ง โดยไม่ต้องการให้มีการขนหีบบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งออกไปยังหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเขตหลักสี่ ซึ่งในวันดังกล่าวกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ดำเนินการจัดชุดเจรจาต่อรอง นำโดย พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.น.2 พร้อมกับ พ.ต.อ.พงษ์ สังข์มุรินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารเข้าเจรจากับพระพุทธะอิสระ 2 รอบ เพื่อให้เปิดทางให้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานเขตหลักสี่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่และทำการเคลื่อนย้ายหีบบัตรเลือกตั้งไปยังหน่วยเลือกตั้ง ผลการเจรจาปรากฏว่าพระพุทธะอิสระไม่ยินยอม
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวต่อว่า ต่อมาในวันที่ 1 ก.พ. เวลาประมาณ 11.00 น. ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งว่า ได้มีกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้ง นำโดยประธานชุมชนเคหะทุ่งสองห้อง ได้นำมวลชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและคนแก่ประมาณ 300 คน มารวมตัวกันที่วัดหลักสี่ เพื่อที่จะเดินขบวนไปยังสำนักงานเขตหลักสี่ เพื่อแสดงเจตนารมณ์สนับสนุนการเลือกตั้ง จากการข่าวดังกล่าว บช.น.จึงได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหาร คณะกรรมการเลือกตั้งประจำเขต และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เพื่อที่จะวางแผนไม่ให้มวลชนทั้งสองกลุ่มเกิดการเผชิญหน้าและปะทะกัน ที่ประชุมจึงได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.กิตติภัท เพ็งรุ่ง รอง ผบก.น.2 จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว เข้าไปกันมวลชนกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้ง ที่รวมตัวกันอยู่ที่วัดหลักสี่ ไม่ให้เดินทางไปยังสำนักงานเขตหลักสี่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวได้นำกำลังไปปิดกันไว้ที่สะพานข้ามคลองเปรมประชากร ทำให้มวลชนกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้ง ไม่สามารถข้ามคลองเปรมประชากร มุ่งหน้าไปยังสำนักงานเขตหลักสี่ได้
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวอีกว่า ต่อมาเวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับทราบจากการข่าวว่าจะมีมวลชนกลุ่ม กปปส.บริเวณห้าแยกลาดพร้าว นำโดยนายสุชาติ ศรีสังข์ จะนำมวลชนมาสนับสนุนกลุ่มพระพุทธะอิสระ ที่รวมตัวกันอยู่ที่สำนักงานเขตหลักสี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเกรงว่าหากมวลชนกลุ่ม นายสุชาติเดินทางมาถึงบริเวณดังกล่าวจะเกิดเหตุปะทะกันขึ้น พ.ต.อ.กิตติภัท หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็วจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผลักดันกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้ง ที่รวมตัวกันอยู่ที่หน้าบริเวณห้างไอทีสแควร์ให้ออกไปจากพื้นที่ดังกล่าว และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดวางกำลังที่บริเวณแยกหลักสี่ เพื่อเป็นแนวกั้นระหว่างมวลชนทั้งสองฝ่าย กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการผลักดันกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนการเลือกตั้ง ที่หน้าบริเวณศูนย์การค้าหลักสี่พลาซ่าอยู่นั้น ซึ่งขณะนั้นมีมวลชนเหลืออยู่ในพื้นที่ประมาณ 70 คน และอยู่ห่างจากบริเวณสี่แยกหลักสี่ประมาณ 50 เมตร และกลุ่ม กปปส.ห้าแยกลาดพร้าวนำโดยนายสุชาติ ศรัสังข์ พร้อมมวลชนประมาณ 200 คน รถหกติดเครื่องขยายเสียง 6 ล้อ 1 คัน และรถกระบะ 3 คันได้เดินทางมาถึงบริเวณแยกหลักสี่ ได้มีเสียงดังคล้ายเสียงประทัดยักษ์ขึ้น 2 ครั้ง
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวต่อว่า จากนั้นกลุ่ม กปปส.ที่นำโดยนายสุชาติ ศรีสังข์ ได้นำรถหกล้อติดเครื่องขยายเสียงมาจอดใกล้กับป้อมตำรวจจราจรบริเวณสี่แยกหลักสี่ และได้เปิดเทปธรรมะ พร้อมปราศรัยโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งวางแนวกั้นอยู่ที่บริเวณแยกหลักสี่ โดยร้องตะโกนว่าเอามันๆ และได้เกิดเสียงประทัดดัง 2 ครั้ง จากนั้นได้เกิดเสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวจึงได้หลบเข้าไปในป้อมตำรวจจราจรบริเวณแยกหลักสี่ และบางส่วนได้หมอบลงบริเวณถนน ทาง พ.ต.อ.กิตติภัท หัวหน้าชุดเคลื่อนที่เร็วจึงได้ประสานการปฏิบัติไปยังฝ่ายทหารเพื่อให้จัดกำลังผลักดันกลุ่ม กปปส.ที่อยู่บริเวณสี่แยกหลักสี่ให้ออกไปจากบริเวณสี่แยกหลักสี่ จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.30 น.จึงได้รับรายงานจากฝ่ายทหารว่า ได้ผลักดันมวลชนกลุ่มดังกล่าวให้กลับไปยังเวทีห้าแยกลาดพร้าวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเมื่อกลุ่มมวลชนดังกล่าวได้เดินทางออกไปจากบริเวณดังกล่าว สถานการณ์จึงได้คลี่คลายลง
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุปรากฏว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 ราย นำส่งโรงพยาบาลวิภาวดี ดังนี้ 1. นายนครินทร์ อุสาหะ อายุ 34 ปี 2. นายจิรวัฒน์ สุขานนท์ อายุ 30 ปี 3. นายพยนต์ คงกลาง อายุ 70 ปี 4. นายอะแกว แซ่ลิ่ว อายุ 71 ปี อาการสาหัส 5. น.ส.เรวดี มีพิลา อายุ 24 ปี 6. น.ส.สมบุญ สักทอง อายุ 51 ปี โดย สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 83/57 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 ไว้เรียบร้อยแล้ว จะได้สอบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีต่อไป โดยฝ่ายสืบสวนและผู้สื่อข่าวมีคลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุอยู่ด้วย
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวต่อว่า สำหรับกลุ่ม กปปส.ที่เข้ามาในพื้นที่ มีอาวุธปืนและใช้ถุงปุ๋ยคลุมเพื่อป้องกันไม่ให้ปลอกกระสุนหล่นเป็นหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยในคลิปมีขบวนที่มาจากแยกลาดพร้าว มีทั้งกลุ่มคนที่เดิน กลุ่มคนที่เป็นการ์ด และมีเสียงปืนดังขึ้น นอกจากนี้ มีคลิปที่รุมตีรถยนต์จนเสียหายอีกด้วย ขณะนี้ให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบว่าเป็นรถของใคร เพื่อสอบปากคำให้ชัดเจน โดยยังดีที่ตำรวจผลักดันได้ส่วนหนึ่ง ทำให้ไม่มีคนบาดเจ็บมากกว่านี้ โดยทางอีโอดีและกองพิสูจน์หลักฐานได้ไปตรวจสอบในเวลา 21.00 น.หลังผ่านไปแล้ว โดยเสียงที่ดังพบว่าเป็นประทัดโดยใช้ท่อพีวีซี ซึ่งเมื่อคืนนี้ พล.ต.ท.คำรบ ผบช.สพฐ.ตร.ก็ไปตรวจสอบ หลังจากแถลงเสร็จจะไปตรวจพิสูจน์อีกครั้ง เพราะเมื่อคืนนี้ค่อนข้างมืด
ด้าน พ.ต.ท.กิตภัท ผบ.เหตุการณ์ ในจุดเกิดเหตุเปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายให้ป้องกันเหตุไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายปะทะกัน โดยกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้ง ออกมาก็ได้บอกให้ผู้สนับสนุนกลับไป จากนั้นเมื่อทยอยกันกลับ ได้มีกลุ่ม กปปส.จากลาดพร้าว มาที่แยกหลักสี่ จากนั้นได้มีเสียงคล้ายประทัด 2 ครั้ง จากนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น จึงให้กลุ่มที่สนับสนุนการเลือกตั้งหลบไปอยู่ด้านในไอทีสแควร์ โดยได้ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้แยกกลุ่มนั้นออกไป จากนั้นเมื่อกลุ่ม กปปส.ลาดพร้าว เคลื่อนไปที่เขตหลักสี่ เสียงปืนก็เงียบไป ก่อนได้ให้ทุกคนแยกย้ายกลับบ้าน
พ.ต.ท.บดินทร์ ซึ่งอยู่บริเวณจุดป้อมจราจรตรงแยกหลักสี่ กล่าวว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่จะใช้สิทธิเลือกตั้งได้ใช้ถนนแจ้งวัฒนะขาเข้า ได้เคลื่อนไปที่เขตหลักสี่ ตนได้นำจราจรไปปิดการจราจรรถที่มาจากปากเกร็ดมุ่งหน้าหลักสี่ เพื่อปัดรถออกไปใช้แจ้งวัฒนะขาออก เพื่อป้องกันเหตุจะเกิดขึ้น หลังจากนั้นเวลา 16.30 น. ตนได้ถอนจุดและเดินทางไปที่ป้อมจราจรเขตหลักสี่ ขณะนั้นมีรถ 6 ล้อ ขยายเสียงจอดอยู่ 1 คัน ข้างป้อมจราจร ถนนแจ้งวัฒนะขาออก จากนั้นใช้เครื่องขยายเสียงเปิดแผ่นเสียงธรรมมะ จากนั้น 5 นาที มีกลุ่มผู้ชุมนุมจากลาดพร้าวมาทางแยกหลักสี่ และได้ยินเสียงประทัดดัง 2 นัด จากนั้นได้มีการใช้อาวุธปืนยิงไปยังห้างไอทีสแควร์ การแต่งกายมีการแต่งกายลายพรางคล้ายทหาร สวมเสื้อ สวมหมวกกันแดด แบบปิดด้านข้างและด้านหลัง 3 คน ใช้อาวุธปืนยิงใส่ประชาชนที่อยู่ในฝั่งห้างไอทีสแควร์ขณะนั้นนักข่าวประมาณ 11 คน ตำรวจ 4 นาย ติดอยู่ในป้อมตำรวจจราจร ส่วนตนอยู่ด้านนอกร่วมกับนักข่าวมติชน 1 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ที่มาปฏิบัติหน้าที่ในการอำนวยการช่วยเหลือจราจร จุดบริการแยกหลักสี่ หลังจากนั้น 1 ชั่วโมงเสียงปืนจึงสงบลง
พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ สพฐ.ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจอทั้งปลอกกระสุนและหัวกระสุน โดยปลอกกระสุนพบในแนวของกลุ่ม กปปส.หัวถนนแจ้งวัฒนะตรงทิศใต้ ส่วนหัวกระสุนพบแถบตึกไอทีสแควร์ซึ่งมีกลุ่มผู้คัดค้านการชุมนุมอยู่ โดยพบปลอกกระสุน 25 รายการ มีทั้งขนาด 11 มม. ขนาดคาร์บิน 9 มม. หมอนรองกระสุนลูกซอง หัวกระสุน .223, .45, .38 ซึ่งทั้งหมดนี้ขณะนี้ในชั้นต้นพบว่ามีการใช้อาวุธปืนประมาณ 5 ชนิด คือ ขนาด 11 มม., ขนาด.38, ปืนคาร์บิน ขนาด.223 และขนาด 9 มม. โดย .223 เป็นกระสุนที่ใช้กระสุนเอ็ม 16 ได้ โดยเมื่อคืนนี้ค่อนข้างมืด ซึ่งวันนี้จะไปตรวจหาวัตถุพยานที่หลงเหลือในที่เกิดเหตุอยู่
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวต่อว่า ปืนที่ใส่ถุงปุ๋ยนั้นสอดคล้องกับปืนขนาด .223 หรือแบบเอ็ม 16 หรือทาโวร์ ซึ่งในส่วนนี้ผู้ตรวจพิสูจน์จะตรวจสอบว่าเป็นปืนลักษณะไหน อย่างไร โดยที่ใส่ถุงปุ๋ยไม่ให้ปลอกกระสุนตกมาให้เราเก็บได้ โดยลักษณะท่าทางเป็นมืออาชีพ นอกจากนี้จะมีคนชี้เป้าเป็นคู่บัดดี้กัน เป็นไปตามยุทธวิธี ส่วนภาพถ่ายบุคคลที่ใช้อาวุธปืนและเห็นใบหน้านั้นจะนำเป็นพยาน หลักฐานเพื่อทำการตรวจสอบวิเคราะห์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามจับกุมต่อไป โดยขณะนี้มีคนเจ็บสาหัส 1 ราย อีก 5 ราย ก็กลับบ้านได้เรียบร้อย โดยในวันที่ 3 กุมภาพันธ์จะทำเรื่องต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับภาพบุคคลที่เห็นหน้าชัดเจนต่อไป ขณะนี้การดำเนินการทางกฎหมายจะเร่งทำอย่างรวดเร็วต่อไป
พล.ต.ต.อดุลย์กล่าวว่า ยืนยันชัดเจนว่าเป็นกลุ่ม กปปส.เป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งจากภาพ การแต่งกาย การเคลื่อนขบวนค่อนข้างชัดเจน โดยผู้ก่อเหตุตามพรางใส่ชุดลายพรางถืออาวุธ เห็นหน้าตาชัดเจน หากตำรวจตรวจสอบแล้วก็จะออกหมายจับต่อไป ส่วนจะออกหมายจับกี่รายทางพนักงานสอบสวนกับกองพิสูจน์หลักฐานจะประสานกันเพื่อความชัดเจน ในส่วนนี้ชัดเจน ปลอกกระสุนอยู่กับทาง กปปส. หัวกระสุนอยู่ที่ไอทีสแควร์ โดยตรวจสอบมาจากทาง กปปส.ลาดพร้าว ทางพุทธะอิสระอยู่ข้างในเขตหลักสี่ และไม่มีหัวกระสุนฝั่งด้านนี้เลย ซึ่งครั้งนี้ผู้ถูกยิงก็เป็นคนแก่ เป็นผู้หญิงทั้งนั้น ส่วนที่พบว่า กปปส.ลาดพร้าวเป็นผู้ก่อเหตุนั้น ทาง ศรส.จะประเมินอีกครั้งในการเข้าไปตรวจสอบหรือไม่ ทางตำรวจได้รายงานไปตลอด
พล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า คงไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นอาวุธที่มีไว้ใช้ในราชการทหาร แต่อาวุธหลายประเภทมีใช้ในราชการทหาร แต่จะมาอย่างไร ถูกต้อง ไม่ถูกต้อง ลักลอบนำมาไม่ผ่านกระบวนการของราชการก็เป็นได้ ซึ่งครั้งนี้มีอาวุธปืน 5 ชนิด ส่วนจะมาอย่างไรต้องพิสูจน์ทราบอีกครั้ง



