
ปิดหีบ!ไม่สามารถใช้สิทธิสูง25%
ปิดหีบ!ไม่สามารถใช้สิทธิสูง25% กกต.แถลงยังไม่สามารถประกาศผลได้ 'เหนือ-อีสาน'ไร้ปัญหา13เขตกทม.งดลงคะแนน 488 หน่วย
2ก.พ.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากปิดหีบบัตรเลือกตั้งทั่วประเทศตั้งแต่เวลา 15.00น.แล้ว ปรากฏว่าไม่สามารถเปิดการเลือกตั้งได้ครบทั้งประเทศ โดยเฉพาะ ในภาคใต้ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีการนับคะแนนเสียงเลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้ง แต่จะไม่มีการประกาศผล เนื่องจากต้องรอการเลือกตั้งล่วงหน้ารอบสอง และการเลือกตั้งนอกเขต ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 48 ล้านคน แต่ไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้ 12 ล้านคนคิดเป็น 25% สำหรับบรรยากาศการนับคะแนนนั้นบางหน่วยเลือกตั้งบัตรที่ไม่ประสงค์ลงคะแนนมากกว่าบัตรผู้สมัคร
ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ระบุว่า จากเหตุการณ์ที่มีการถ่ายรูปบัตรเลือกตั้งที่กาแล้ว และเผยแพร่ทางเฟซบุ๊กนั้นมีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ
"เหนือ-อีสาน"ไร้ปัญหา13เขตกทม.งดลงคะแนน 488 หน่วย
ที่ชลบุรี นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่า ได้รับรายงานว่า การลงคะแนนในภาคเหนือ 16 จังหวัด 66 เขต เหตุการณ์ยังเรียบร้อยเหมือนเดิม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด 126 เขต ไม่มีปัญหา ส่วน กทม.มีประกาศยุติการลงคะแนนเพิ่มอีก 51 หน่วย ใน 8 เขต คือ เขตบางขุนเทียน 1 หน่วย เขตบางเขน 1 หน่วย เขตปทุมวัน 17 หน่วย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 1 หน่วย เขตพญาไท 1 หน่วย เขตสวนหลวง 1 หน่วย เขตห้วยขวาง 1 หน่วย และเขตบางรัก 28 หน่วย จากเดิมที่ไม่สามารถเปิดลงคะแนนได้ใน 5 เขต คือ เขตบางกะปิ เขตราชเทวี เขตดินแดง เขตหลักสี่ และเขตบึงกุ่ม รวมขณะนี้กทม.ยุติการลงคะแนนแล้ว 488 หน่วยเลือกตั้ง ใน 13 เขตเลือกตั้ง
นายธนิศร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ใน จ.เพชรบุรี เขต 3 ปิดจำนวน 74 หน่วย ได้แก่ อ.บ้านแหลม 26 หน่วย อ.บางตะบูน 15 หน่วย และ อ.หนองหญ้าปล้อง 32หน่วย และ อ.บ้านลาด 1 หน่วย ส่วน จ.ระยอง ขณะนี้มีการประกาศงดการละคะแนน 27 หน่วย ได้แก่ เขต 1 ต.ตะพง อ.เมือง 19หน่วย เขต 3 จำนวน 5 หน่วยประกอบด้วย อ.บ้านค่าย 4 หน่วย อ.วังจันทร์ 1 หน่วย และเขต 4 จำนวน 3 หน่วย
นายธนิศร์ กล่าวอีกว่า ส่วนภาคใต้มีการประกาศงดการลงคะแนนทั้งจังหวัด 9 จังหวัด ได้แก่ ตรัง สงขลา พัทลุง ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี พังงา ภูเก็ต และกระบี่ จังหวัดที่มีการปิดเพิ่มเติมได้แก่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 จำนวน 19 หน่วย เขต 2 จำนวน 33 หน่วย และเขต 3 จำนวน133 จ.สตูล เขต 1 จำนวน 32 หน่วย เขต 2 จำนวน 33 หน่วย จ.นครศรีธรรมราชมี 9 เขต เปิดได้ 4 เขต คือ เขต 1 จำนวน 4 หน่วย เขต 5 จำนวน 2หน่วย เขต 6 จำนวน 2 หน่วย และเขต 9 จำนวน 69 หน่วย จ.ยะลา ปิด 5หน่วย ได้แก่ เขต 1 จำนวน 2 หน่วย เขต 2จำนวน 1 หน่วย และเขต 3 จำวน 2 หน่วย จ.ปัตตานี เขต 2 ปิด 1 หน่วย เขต 3 ต.ท่าเรือ อ.ท่าเรือ ปิด 1 หน่วย
นายธนิศร์ กล่าวต่อว่า กกต.ได้รับรายงานผลการเลือกตั้ง ส.ส.นอกราชอาณาจักรที่มีการลงคะแนนระหว่างวันที่ 13-26 ม.ค.2557 ใน 67 ประเทศ ซึ่งมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ 143,807 คน แต่มีผู้มาใช้สิทธิ 38,350 คน คิดเป็น 27% ซึ่งนครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรนี มีผู้มาใช้สิทธิมากสุดถึง 2,892 คน จากที่ขอลงทะเบียนไว้ 5,555 คน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดส่งบัตรเลือกตั้งไปยังเขตต่างๆ
ต่อมาเวลา 16.00น. กกต.ทั้ง 5 ได้แถลงผลการจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศ โดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต.กล่าวว่า ขอชี้เจงกับประชาชนว่าการเลือกตั้งวันนี้ปิดลงคะเเนนเวลา15.00น.โดยเป็นไปตามพ.ร.ฎ.ยุบสภา บังคับใช้วันที่ 9 ธ.ค.2556 โดยกกต.ได้จัดการเลือกตั้งมาต่อเนื่อง ตั้งเเต่กกต.ออกประกาศเรื่องการรับสมัครส.ส.เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2556 ขอเรียนว่า การจัดเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากกกต.เเละพนักงนประสบปัญหาที่สืบเนื่องจากการปิดล้อมสถานที่รับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 เเละสถานที่รับสมัครส.ส.เเบ่งเขตหลายจังหวัดทางภาคใต้ จนรับสมัครไม่ได้ 28 เขตเเละกกต.ต้องรับเเรงกดดันจากฝ่ายต่างๆ
กกต.ส่วนกลางเเละกกต.หลายจังหวัดโดนปิดล้อมสถานที่ทำการเเละไม่สามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้รวมทั้งผู้ช่วยปฏิบัติงานในหลายพื้นที่ทนเเรงกกดันไม่ได้จนลาออกจากตำเเน่ง เพราะการจัดการเลือกตั้งต้องอาศัยหลายภาคส่วนเเต่ด้วยความรับผิดชอบต้องหน้าที่ที่ต้องจัดการเลือกตั้งที่จะมีผลใช้บังคับเเต่ยังมีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่มีเกือบทุกสัปดาห์ หากไม่มีหรือเลือกตั้งล่าช้า ประชาชนจะได้รับผลกระทบ กกต.ส่วนกลางเเละจังหวัดที่โดยปิดล้อม พยายามทุกทางในการทำงานตามอำนาจหน้าที่โดยไม่ยุติทำงานเเม้เเต่วันเดียวเเม้จะกระจายอยู่กันคนละสถานที่
ขอเรียนสว่า ทุกชีวิตมีค่า หากสูญไปเเล้วไม่อาจคืนมาได้ เเต่เลือกตั้งจัดได้ใหม่ เเละคาดไม่ได้ว่าการชุมนุมยุติเมื่อใด กกต.จึงมีหนังสือถึงนายกฯว่าควรกำหนดพรก.เลือตั้งใหม่เพื่อได้การเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริต เรียบร้อย เเต่หาข้อยุติชัดเจนไม่ได้ เเม้กกต.ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา214 โดยศาลวินิจฉัยว่าวันเลือกตั้งกำหนดใหม่ได้ โดยเป็นอำนาจหน้าที่เเละความรับผิดชอบร่วมของนายกฯกับประธานกกต. โดยการหารือร่วมระหว่างกกต.เเละตนกับนายกฯ วันที่28ม.ค.ได้ข้อสรุปว่าครม.กับกกต.มีความเห็นไม่ตรงกัน ครม.เห็นว่าไม่สามารถกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ เเต่กกต.เห็นว่าหากดำเนินการเลือกตั้งต่อไปจะไม่บรรุลผลตามรัฐธรรมนูญ เมื่อตกลงกันไม่ได้ กกต.จึงจัดการเลือกตั้งในวันนี้ตามพรฎ.ยุบสภา
ขอรายงานสถานการณ์วันนี้ หน่วยเลือกตั้งทั้งประเทศ 93,952หน่วย ลงคะเเนน 83,813 หน่วย คิดเป็นร้อยละ 89.2 ส่วน77จังหวัด เลือกตั้งยกจังหวัดได้ 59 จังหวัด 18 จังหวัดพบปัญหา โดยงดลงคะเเนนทั้งจังหวัดทั้ง9 จังหวัด งดลงคะเเนนบางส่วน9 จังหวัด รวม69เขต เขตที่งดลงคะเเนนทั้งหมด37เขต งดลงคะเเนนบางส่วน32เขต วันนี้กกต.ไม่สามารถประกาศผลคะเเนนภาพรวมได้เพราะกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.เเละการได้มาซึ่งส.ว.เเละระเบียบกกต.ว่าด้วยการเลือกตั้เงส.ส.กำหนดผลคะเเนน3ส่วนคือ
1.ผลการนับคะเเนนของหน่วย 2.ผลการนับคะเเนนของสถานที่เลือกตั้งกลาง 3.ผลการเลือกตั้งของผู้ใช้สิทธินอกจังหวัดเเละนอกราชอาณาจักร วันที่26ม.ค.เเต่วันที่26ม.ค.ประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิลงคะเนนได้ กกต.กำลังศึกษาว่าจะให้สิทธิให้กลุ่มดังกล่าวลงคะเเนนวันที่23ก.พ. เเละจะประชุมร่วมกับครม.เรื่องเยียวยา28เขตที่ไม่มีผู้สมัคร กกต.ขอบคุณผู้มาใช้สิทธิ ประชาชนที่ร่วมมือทำให้สถานการณ์วันนี้ผ่านไปโดยไม่มีเหตุรุนเรงเกิดขึ้น กกต.จังหวัด เขตเเละหน่วย เเละผู้ช่วยปฏิบัติงาน หน่าวยราชการเเละเอกชนรวมทั้งท้องถิ่นที่มีส่วนจัดการเลือกตั้ง ยืนยันว่าประชาชนมั่นใจได้ว่ากกต.มุ่งมั่นพทำงานให้ประเทศออกจากวิกฤต ไม่หวั่นไหวกับสภาพการณ์เพื่อให้การเลือตั้งเป็นไปโดยสุจริตเเละเที่ยวธรรม สมดังเจตนารัฐธรรมนูญ
ผบ.ทอ.หวังเลือกตั้งเป็นทางออกที่ดี
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เดินทางมาเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 33 ของเขตเลือกตั้งที่13 โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.โดย พล.อ.อ.ประจิน กล่าวภายหลังการเลือกตั้งว่า กองทัพอากาศได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ข้าราชการกองทัพอากาศและครอบครัวเดินทางมาใช้สิทธิ์ อีกทั้งการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงของกองทัพอากาศก็ได้แจ้งให้กำลังพลไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.มีการเลือกตั้ง ทั้งนี้ในภาพรวมคิดว่า ทุกคนเข้าใจดีถึงบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ และสิทธิที่แต่ละคนมี ส่วนเหตุการณ์ที่มีการปะทะกันที่บริเวณแยกหลักสี่นั้น เราก็มีความเป็นห่วง ซึ่งการออกมาแสดงความเห็นสามารถทำได้ แต่กรณีที่เป็นลักษณะขัดขวางการเลือกตั้งถือว่า ผิดกฎหมาย ซึ่งตนไม่อยากให้มีการบาดเจ็บ เพื่อจะได้ไม่เสียใจในภายหลัง
ทั้งนี้เราคงต้องพยายามประคับประคองทั้งสองฝ่าย เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งส่วนตัวยอมรับว่า กระแสในปัจจุบันทั้ง 2 ข้างอยากเห็นการปฏิรูป ดังนั้นทางเราอยากให้คนที่มีความเห็นในลักษณะนี้ได้คุยกัน และหาทางออกในลักษณะสันติวิธี เพื่อจะเดินหน้าไปด้วยกัน ส่วนเหตุปะทะที่มีภาพของการใช้อาวุธจนตั้งข้อสังเกตว่า เป็นอาวุธของทหารหรือไม่นั้น จะต้องให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลรับผิดชอบพิสูจน์อีกครั้ง เมื่อเราเห็นภาพ เราต้องใจเย็น และขอให้เชื่อใจเจ้าหน้าที่ที่ดูแลในเรื่องการวิเคราะห์ และหาสาเหตุ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเลือกตั้งจะเป็นทางออกให้กับประเทศหรือไม่ พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า โดยหลักการถือว่า เป็นทางออกที่ดี แต่เราต้องพยายามช่วยกันประคับประคอง เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันหาทางออกโดยสันติวิธี
เมื่อถามว่า ผบ.เหล่าทัพจะมีการหารือภายหลังการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะเกรงว่า ยังมีสถานการณ์ความรุนแรงอยู่ พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า เหล่าทัพเหมือนประชาชนทั่วไป หลังจากนี้คงจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพูดคุยกัน แต่คิดว่า คงไม่นานผบ.เหล่าทัพคงมีการพูดคุยกัน แต่ยังไม่ทราบว่า เมื่อไร ทั้งนี้ทางกองทัพอากาศได้จัดเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารไปเป็นชุดเคลื่ิอนที่เร็ว เพื่อติดตามสถานการณ์ พร้อมทั้งจัดชุดแพทย์ พยาบาลไปประจำในพื้นที่ใกล้เคียงการเลือกตั้ง หากเขตใดมีเหตุจำเป็น เราสามารถจัดชุดเคลื่อนที่เร็วไปได้ ส่วนกำลังที่เตรียมการสำรองในที่ตั้งนั้น ในวันที่ 3 ก.พ.นี้คงกลับหน่วยที่ตั้งตามปกติ ส่วนจะมีการจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่นั้น ต้องขอดูสถานการณ์ก่อน เพราะยังไม่มีข้อมูลในส่วนนั้น ส่วนที่กลุ่มกปปส.ยังคงชุมนุมต่อแม้จะเลือกตั้งเสร็จนั้น ถือว่า เป็นสิทธิ์ และต้องช่วยกันดูแลเพื่อให้ทุกคนได้ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนอยากให้เหตุการณ์สงบ ไม่มีการปะทะ และบาดเจ็บเพิ่มเติม
ด้านพ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ภาพเหตุการณ์เหตุปะทะที่บริเวณแยกหลักสี่ผ่านทางโซเชี่ยลมีเดียว่าอาวุธที่ใช้มีลักษณะคล้ายกับอาวุธของทหารว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคล บางครั้งอาจไปพาดพิงกระทบองค์กรอื่น ขอได้โปรดระมัดระวังเกรงสังคมจะสับสนอยากให้ขั้นตอนการพิสูจน์ทราบเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความสมบูรณ์น่าเชื่อถือ ซึ่งเหตุมวลชนปะทะกันที่บริเวณแยกหลักสี่มีการโพสต์ภาพบางภาพพร้อมความเห็นว่าอาวุธในภาพมีลักษณะคล้ายปืนรุ่นเดียวกับที่ใช้ในราชการทหารในเชิงน่าจะมีอะไรบางอย่างแอบแฝง จึงขอชี้แจงว่าอย่าเดาชี้นำสังคม ทหารที่ออกทำหน้าที่ครั้งนี้จะไม่ให้มีการติดอาวุธออกไปอย่างแน่นอน สำหรับผู้ต้องสงสัยตามภาพทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเป็นผู้ดำเนินการ จากสภาพเหตุการณ์ในช่วงนี้ใครก็ตามที่กระทำความผิดก็จะต้องถูกดำเนินการไม่เว้นแม้แต่ตัวเจ้าหน้าที่เอง



