
'พิเชษฐ'อัด'มาร์ค'ยันไม่มีมติโนโหวต
'พิเชษฐ' อัด 'มาร์ค' ซ้ำ ยัน 'ปชป.' ไม่มีมติ 'โนโหวต' เหน็บ 'ไอ้เเก้ว-ไอ้ทอง' ในหนังตะลุงปักษ์ใต้ยังไม่เชื่อ
2 ก.พ. 57 เมื่อเวลา 12.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีต ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ 'พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล' ข้อความว่า
" ที่โพสต์ 3 เรื่องที่ติดต่อกันนี้ เพราะรู้สึกอัดอั้นต่อเนื่องมาทั้งคืน โพสต์ที่แชร์มาจากสเตตัสของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งออกมาเผยแพร่ตั้งแต่เช้าเมื่อวานนี้ (1 ก.พ.) เป็นการโพสต์ข้อความแสดงเจตนาล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้ง ทำนองว่าวันเลือกตั้ง คือวันนี้ (2 ก.พ.) จะไม่ไปเลือกตั้ง (No vote) และจะไม่ไปแสดงเหตุผลต่อเจ้าหน้าที่ด้วย
เฟซบุ๊ก ดังกล่าวระบุว่า เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ในขณะเดียวกันมีผู้ให้เหตุผลสนับสนุนว่า ถึงจะเสียสิทธิทางการเมือง แต่ในเดือน มี.ค.นี้ จะมีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งจะล้างข้อจำกัดสิทธิที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ และผมพยายามติดต่อสอบถามบรรดากรรมการบริหารพรรค เพื่อขอทราบว่าพรรคมีมติให้ No vote เช่นนี้จริงหรือ คำตอบจากทุกแห่งตรงกันว่า 'ไม่มี'
เฟซบุ๊กส่วนตัวนายพิเชษฐ ยังระบุว่า นายอภิสิทธิ์ ใช้สิทธิส่วนตัว คำตอบคงทำให้ทุกคนอึ้งไปหมด เพราะนายอภิสิทธิ์ ไม่ใช่สมาชิกพรรคเหมือนคนอื่นทั่วไป แต่มีสถานะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ติดไว้ตรงหน้าผากด้วย จะไปอธิบายกับใครว่าเป็นการใช้สิทธิ์ส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับมติพรรค คิดว่าแม้แต่ไอ้แก้ว-ไอ้ทอง ในหนังตะลุงปักษ์ใต้ก็คงไม่ยอมเชื่อ และมีการพยายามให้เหตุผลว่า การเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ จะต้องตกเป็นการเลือกตั้งที่เป็นโมฆะแน่นอน คงต้องมีคำถามต่อไปว่า เป็นโมฆะเนื่องจากเหตุผลอะไร มั่นใจว่าเป็นข้อกฎหมายที่ยุติแน่นอนแล้ว หรือใครเป็นผู้ตัดสิน
เฟซบุ๊กนายพิเชษฐ ยังระบุอีกว่า คำถามอาจมีต่อไปว่า การไปเลือกตั้งเป็นหน้าที่ หน้าที่นี้เกิดขึ้นทันที ตั้งแต่เมื่อมีพระราชกฤษฎีกา (พรฎ.) กำหนดวันเลือกตั้ง ถ้าไม่ไปทำหน้าที่ สุดท้ายแม้ว่าการเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ จะมีผลให้ข้อบกพร่องของผู้ไม่ไปทำหน้าที่ตั้งแต่วันก่อนมีคำตัดสินว่าเป็นโมฆะ ได้หลุดพ้นจากความผิดที่จะต้องถูกรอนสิทธิทางการเมืองนี้แน่นอน หรือถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้นล่ะ ?
เฟซบุ๊ก ดังกล่าวระบุว่า ด้วยความไม่แน่นอนดังกล่าว วันนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) ซึ่งเคยตั้งใจจะไม่ไปเลือกตั้งตามหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับต้องวิ่งวุ่นขึ้นเฟซบุ๊กตั้งแต่เช้า เพราะเกรงว่าข้อบกพร่องที่ไม่ไปทำหน้าที่ จะทำให้ตนเองต้องพ้นจากตำแหน่งบริหารตามกฎหมายว่าด้วยผู้บริหารท้องถิ่นด้วย ซึ่งกรณีเดียวกับผู้ว่าฯกทม.นี้ ไม่แน่ใจว่าจะมีนายกเทศมนตรี นายกฯอบจ. และนายกฯอบต. ทั่วประเทศอีกสักกี่คนที่ต้องรีบเตรียมตัวไปเลือกตั้ง ตามหน้าที่
เฟซบุ๊ก ดังกล่าวระบุว่า สำหรับการหวังล้างมลทินด้วยการไปเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ที่มีกำหนดเดิมในเดือน มี.ค. หรือ เม.ย.นี้ คงต้องสะกิดเตือนให้สังวรว่า ท่านแน่ใจแล้วหรือ ว่าจะมีการเลือกตั้ง ส.ว.ตามกำหนดนี้ กรณีของ กปปส. ได้ประกาศไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า เป็นการ 'ทำปฏิวัติประชาชน' เพื่อครองอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ และหากทำสำเร็จก็เป็นการปฏิวัติ ตั้งรัฐบาลคนกลาง และตั้ง 'สภาประชาชน' ซึ่งยังไม่เคยมีการยืนยันว่า จะให้มีวุฒิสภาด้วย หรือหากสุดท้าย กปปส.ทำงานไม่สำเร็จ แน่นอนว่าสถานการณ์บ้านเมืองคงฉุกเฉินวุ่นวาย จนเป็นสาเหตุให้ใครยกขึ้นมาเป็นเหตุยึดอำนาจ 'เพื่อรักษาความมั่นคงแห่งชาติ' โดยไม่ต้องมีวุฒิสภา
เฟซบุ๊ก ดังกล่าวระบุด้วยว่า ปัญหาท้ายสุด หากเหตุผลของนายอภิสิทธิ์ เป็นมติที่สมาชิกคนอื่นจะต้องปฏิบัติตาม สำหรับผู้ที่เตรียมตัวจะลงสมัคร ส.ว. หรือนายกอบจ. ในเร็วๆ นี้ เขาหรือเธอจะแก้ไขปัญหาของการถูกรอนสิทธิทางการเมืองครั้งนี้อย่างไร ใครอย่ามาหาว่าผมขึ้นเฟซบุ๊กเชียร์คนไปเลือกตั้ง เพราะขณะนี้เป็นเวลาใกล้บ่ายโมงแล้ว คงไม่มีผลให้ใครเปลี่ยนใจสักเท่าไร หรือถ้ามีผู้บริหารท้องถิ่นคนใดที่ตั้งใจ No vote แล้ว เวลาที่เหลือทำให้ท่านต้องรีบร้อนจนชนกันหัวร้างข้างแตก ก็ช่างปะไร อยากเป็นผู้บริหารท้องถิ่น แต่ความคิดตื้นเขินนัก "
'อภิสิทธิ์' โต้ข่าวแจ้งขอ 'ไม่ใช้สิทธิ์'
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'Abhisit Vejjajiva' ว่า
" ตามที่มีข่าวปรากฏว่าผมไปแจ้งล่วงหน้าที่หน่วยเลือกตั้งว่าจะไม่มาใช้สิทธินั้น ไม่เป็นความจริง ผมยืนยันข้อความที่เขียนไว้ที่นี่เมื่อวานนี้ "
ทั้งนี้สาเหตุที่นายอภิสิทธิ์ โพสต์ข้อความดังกล่าว เนื่องจากมีการเผยแพร่ข่าว นายอภิสิทธิ์ ไปแจ้งให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 1 โรงเรียนสวัสดีวิทยา ซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา ที่มีชื่อนายอภิสิทธิ์ และครอบครัว เป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ว่า ไม่ขอใช้สิทธิ์ครั้งนี้ ทำให้เกิดการวิจารณ์จากฝ่ายตรงข้ามว่า นายอภิสิทธิ์ ต้องการรักษาสิทธิ์ เพื่อไม่ให้เกิดการเสียสิทธิ์ตามกฎหมาย



