
สถานการณ์'เลือกตั้ง'โดยรวมปกติดี
'โฆษกตร.' แถลงสรุปสถานการณ์การเลือกตั้งทั่วปท. โดยรวมปกติดี ขณะที่ บช.น. เผย ลต.ส.ส.กทม.เรียบร้อยไม่มีเหตุรุนแรง
2 ก.พ. 57 เมื่อเวลา 11.30 น. ห้องแถลงข่าวตร.ชั้น 1 อาคาร 1 พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงสรุปสถานการณ์การเลือกตั้ง โดยภาพรวมทั่วไปของการเลือกตั้งทั่วประเทศตั้งแต่ช่วงเช้า สถานการณ์ทั่วไปส่วนใหญ่ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยกเว้นเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภาคใต้บางส่วน และบางหน่วยเลือกตั้งของกรุงเทพมหานคร
สำหรับเขตเลือกตั้งทั้งหมด375 เขต แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ จังหวัดที่เลือกตั้งได้ทั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขต มีทั้งหมด 60 จังหวัด 283 เขต จังหวัดที่เลือกตั้งไม่ได้เลยมี 9 จังหวัด 40 เขต จังหวัดที่เลือกตั้งได้บางส่วน 4 จังหวัด 8 เขต จังหวัดที่เลือกตั้งได้เฉพาะ ส.ส.แบบแบ่งเขต 3 จังหวัด 11 เขต ในกรุงเทพมหานคร มี 33 เขตเลือกตั้ง สามารถเลือกตั้งได้ 23 เขต อีก 10 เขตเลือกตั้งได้ไม่ครบถ้วน หน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหาและได้ประกาศปิดไป ได้แก่ เขตราชเทวี เขตหลักสี่ เขตดินแดง สถานการณ์โดยทั่วไปไม่มีเหตุการกระทบกระทั่งกัน เหตุการณ์ที่เขตดินแดงเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ยังอยู่ระหว่างการเจรจา เนื่องจากมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนต้องการที่จะใช้สิทธิ์ แต่เนื่องจากผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งได้ประกาศปิดไปแล้วอยู่ระหว่างเจรจา น่าจะคลี่คลายสถานการณ์ได้ดี ทุกหน่วยเลือกตั้งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลความเรียบร้อยตามหน้าที่
กรณีเหตุปะทะบริเวณหลักสี่ พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ดำเนินการโดยเร่งด่วน เพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดมาให้ได้ โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ และ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รอง ผบ.ตร. ดูแลเรื่องการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี รวมทั้ง พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา สบ.10 และ พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผบช.สพฐ.ตร. รับผิดชอบการตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง รับผิดชอบการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล โดยมีนโยบายลดเหตุการณ์เผชิญหน้าของกลุ่มมวลชนที่มีความเห็นไม่ตรงกัน 6 ลำดับขั้นตอน ดังนี้
หน้าที่ของทุกฝ่ายโดยเฉพาะฝ่ายการข่าวที่จะต้องสืบสวนหาข่าวกลุ่มที่มีแนวโน้มในการขัดแย้ง หรือพื้นที่ที่จะมีการขัดแย้งให้รีบเข้าระงับเหตุทันที , เน้นปรับการตั้งจุดตรวจค้นให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เพื่อแยกมวลชนที่เห็นต่างออกจากกัน , ชุดเจรจาต้องเร่งเข้าไปเจรจาทั้ง 2 ฝ่าย โดยทันที แยกมวลชนทั้ง 2 ฝ่าย ออกจากกัน , หากดำเนินการตามขั้นตอน 1-3 แล้ว มวลชนยังดื้อดึงเข้าไปปะทะกันอยู่ให้ใช้กองกำลังที่มีการป้องกันตัวเข้าไปเป็นแนวป้องกันอยู่ตรงกลางและดันมวลชนทั้ง 2 ฝั่ง ออกห่างจากกันให้มากที่สุด , ประสานหน่วยแพทย์พยาบาลหน่วยช่วยเหลือประชาชน อาสาสมัครต่างๆ เตรียมการให้ความช่วยเหลือดูแลประชาชนทุกฝ่ายรวมทั้งหาพื้นที่ปลอดภัยเพื่อนำมวลชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย , สุดท้ายดำเนินการตามกฎหมายเก็บรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ หากมีการพบการกระทำความผิดตามกฎหมายในกรณีต่างๆ ถ้าพบเป็นการกระทำผิดให้ดำเนินตามกฎหมาย ยกเว้นหากพบว่าจะทำให้เหตุการณ์บานปลาย หรือเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องและเกิดความรุนแรงขึ้น ให้ใช้ดุลยพินิจในการดำเนินการเพื่อคลี่คลายสถานการณ์กับทุกฝ่ายไม่ให้มีการปะทะ หากประชาชนไม่ได้รับความสะดวกหรือได้รับความเดือดร้อน หากไม่สามารถไปใช้สิทธิ สามารถไปร้องทุกข์กับสถานีตำรวจทุกแห่งที่ใกล้ที่สุด
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงติดตามดูแลสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยจัดกำลังพลคอยดูแลเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 130,000 นาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองแต่ละจังหวัด 9,000 นาย เจ้าหน้าที่ทหาร 5,000 นาย ทุกหน่วยพร้อมปฏิบัติดูแลให้พี่น้องประชาชนสามารถมาใช้สิทธิต่างๆ ในการเลือกตั้งได้จนถึงเวลา 15.00 น.
ลต.ส.ส.กทม.เรียบร้อยไม่มีเหตุรุนแรง
เมื่อเวลา 15.00 น. พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาลแถลงภาพรวมสถานการณ์เลือกตั้งในพื้นที่กทม. ว่า
เหตุการณ์ทั่วไปปกติไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น มีเพียงเหตุทำร้ายร่างกายในบริเวณหน่วยเลือกตั้ง และการแจ้งความร้องทุกข์ของพี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งได้ โดยการจัดการเลือกตั้งในกทม.มีทั้งหมด 33 เขตเลือกตั้ง (50 เขตปกครอง) หน่วยเลือกตั้ง จำนวน 6,671 หน่วย โดยมีการแยกกลุ่มหน่วยเลือกตั้งดังนี้
1. เปิดเลือกตั้งได้ครบทุกหน่วยมี
- บก.น.3 จำนวน 591 หน่วย เปิดได้ครบทุกหน่วย
- บก.น.7 จำนวน 645 หน่วย เปิดได้ครบทุกหน่วย
- บก.น.8 จำนวน 592 หน่วย เปิดได้ครบทุกหน่วย
- บก.น.9 จำนวน 886 หน่วย เปิดได้ครบทุกหน่วย
2. มีเขตที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ 3 เขต ดังนี้
- เขตหลักสี่ จำนวน 126 หน่วย เนื่องจาก 'พระพุทธอิสระ' นำมวลชนประมาณ 200 คน ไปปิดล้อมสำนักงานเขตหลักสี่ เพื่อไม่ให้นำหีบบัตรออกไปหน่วยเลือกตั้ง
- เขตราชเทวี จำนวน 85 หน่วย เนื่องจาก 'นายทินกร ปลอดภัย' นำมวลชนประมาณ 200 คน ไปปิดล้อมสำนักงานเขตราชเทวี เพื่อไม่ให้นำหีบบัตรออกไปหน่วยเลือกตั้ง
- เขตดินแดง จำนวน 138 หน่วย เนื่องจากมีกลุ่ม กปปส. ประมาณ 250 คน นำโซ่ไปคล้องปิดไว้ที่ประตูสำนักงานเขต และปิดล้อมสำนักงานเขตดินแดงไว้ เพื่อไม่ให้นำหีบบัตรออกไปหน่วยเลือกตั้ง
3. มีหน่วยเลือกตั้งที่สามารถเปิดหน่วยเลือกตั้งได้บางหน่วย แต่มีบางหน่วยเปิดไม่ได้ ดังนี้
- บก.น.1 จำนวน 497 หน่วย เปิดได้ 272 หน่วย เปิดไม่ได้ 225 หน่วย
- บก.น.2 จำนวน 1,441 หน่วย เปิดได้ 1,271 หน่วย เปิดไม่ได้ 170 หน่วย
- บก.น.4 จำนวน 837 หน่วย เปิดได้ 794 หน่วย เปิดไม่ได้ 43 หน่วย
- บก.น.5 จำนวน 904 หน่วย เปิดได้ 885 หน่วย เปิดไม่ได้ 19 หน่วย
- บก.น.6 จำนวน 278 หน่วย เปิดได้ 237 หน่วย เปิดไม่ได้ 41 หน่วย
โดยสาเหตุที่เปิดหน่วยเลือกตั้งไม่ได้มี 2 สาเหตุ คือ
1. ถูกมวลชนกลุ่ม กปปส. ปิดล้อม
2. เจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าจัดการเลือกตั้งลาออก หรือมีจำนวนไม่ครบ
กรณีผู้ที่ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งได้นั้น ขอให้ผู้เสียสิทธิดังกล่าวไปแจ้งความได้ที่ สน. ตามขั้นตอน และ กกต. จะเปิดให้มีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง ส่วนผู้ที่ไม่ได้เดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในวันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม 2557 ที่ผ่านมานั้น กกต. ได้กำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ในวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557
กองบัญชาการตำรวจนครบาลขอสรุปเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้
1. เมื่อเวลาประมาณ 08.40 น. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้ถูกกลุ่มชายประมาณ 4 คน พยายามเข้าไปทำร้ายร่างกาย ขณะที่นายชูวิทย์ พร้อมพวกจำนวน 8 คน กำลังเดินทางไปยังหน่วยเลือกตั้งที่ 84 ซอยรัชดาภิเษก 3 แยกซอยรัชดาอพาร์ทเม้นท์ แขวงและเขตดุสิต โดยจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ พบว่าชาย 4 คนดังกล่าว ได้มายืนดักรอนายชูวิทย์ อยู่ที่ฝั่งตรงข้าม บีบี การ์เด้น รีสอร์ท โดยขณะที่นายชูวิทย์ ได้เดินมาถึงจุดเกิดเหตุ ได้มีชายคนหนึ่งพุ่งชาร์จเข้าไปที่ตัวนายชูวิทย์ แต่กลุ่มชายที่เดินทางมากับนายชูวิทย์ ได้เข้าขัดขวาง จนเกิดการชุลมุนขึ้น หลังจากนั้นชายทั้ง 4 คนก็ได้แยกย้ายหลบหนีไป โดยนายชูวิทย์ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ซึ่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางได้เดินทางไปสอบปากคำนายชูวิทย์ ไว้เรียบร้อยแล้ว และนายชูวิทย์ ไม่ประสงค์จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีแต่อย่างใด โดยพนักงานสอบสวนได้ลงประจำวันไว้เรียบร้อยตามประจำวันข้อ 8 เวลา 13.05 น. ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557
2. เมื่อเวลาประมาณ 10.30 น. ได้เกิดเหตุ น.ส.รพีพร ณ ราชบุรี อายุ 36 ปี อยู่ที่บ้านเลขที่ 50/22 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี ได้ฉีกบัตรเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งที่ 20 แขวงแสนแสบ หมู่ 9 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี ซึ่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรีได้แจ้งข้อหา ทำบัตรเลือกตั้งชำรุดหรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย และได้ลงประจำวันไว้ตามคดีอาญาที่ 181/57 ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557
กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ดำเนินการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในการเลือกตั้ง รวมทั้งการจราจร โดยทั้งวันที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในภาพรวมโดยทั่วไปเหตุการณ์เป็นปกติ



