ข่าว

'องอาจ'ชี้ลต.2ก.พ.วิปริตผิดปกติ10ประการ

'องอาจ'ชี้ลต.2ก.พ.วิปริตผิดปกติ10ประการ

01 ก.พ. 2557

'องอาจ' ชี้เลือกตั้ง 2 ก.พ.วิปริตผิดปกติ 10 ประการ ดักคอ 'ตร.' อย่าทำหน้าที่เกิดกว่าเหตุ 'ชวนนท์' ย้ำ 'ปชป.' ไม่ขวางลต. ยก 2 เหตุปัญหาข้อกม. ฟันธง 'โมฆะ' แน่

 

                      1 ก.พ.57 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ศาลไม่รับคำร้องกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ให้คุ้มครองชั่วคราว พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่า เมื่อไม่ได้คุ้มครองชั่วคราว ในส่วนของการเข้าสลายการชุมนุม ดังนั้นก็แสดงว่าการเข้าเข้าสลายการชุมนุมหรือการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการชุมนุมก็สามารถดำเนินการตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ ดังนั้นการดำเนินการของหน้าที่ ต้องทำอย่างสมควรแก่เหตุ

                      รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อให้ตำรวจเป็นกำลังหลักทำให้ตำรวจไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญาและทางวินัย ตนจึงขอเรียกร้องว่า เมื่อตำรวจมีอำนาจเต็มในมือเช่นนี้ ก็ควรจะใช้อำนาจโดยสุจริต เป็นธรรม และใช้อำนาจโดยสุจริตไม่ปล่อยให้มีการไปทำร้ายร่างกายหรือเสียชีวิต โดยไม่ทำอะไรที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่เช่นนั้นต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง อาญาและวินัย โดยเฉพาะเหตุการณ์วันพรุ่งนี้ (2 ก.พ.) ที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งมีคน 2 กลุ่มที่มีจุดยืนแตกต่างกัน และมีโอกาสที่จะเผชิญหน้า นำไปสู่ความรุนแรงเกิดขึ้น

                      นายองอาจ กล่าวว่า การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. เหมือนกับเป็นการชกลมฝ่ายเดียว โดยไม่มีการแข่งขันทั้งพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานและบางจังหวัดในภาคกลาง กลับมีความพยายามทุจริตเกิดขึ้น เพราะหวังว่าจะเอาตัวเลขของคนที่มาลงคะแนนเสียงไปเคลมว่า มีคนสนับสนุนพรรคการเมืองนั้นๆจำนวนมาก เพราะฉะนั้นจะเห็นชัดเจนว่ามีความไม่ชอบธรรม

                      รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือว่าวิปริตผิดปกติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย 10 ประการด้วยกัน คือ 1.มีคนออกมาคัดค้านการเลือกตั้งมากที่สุด ก่อนการเลือกตั้ง เท่าที่เคยมีการเลือกตั้งในประวัติศาสตร์ชาติไทย 2.เป็นครั้งแรกที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สามารถเลื่อนเลือกตั้งและให้เลือกตั้งใหม่ได้ 3.ขณะนี้ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ประกาศว่า ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับหนึ่งของพรรค จะเป็นนายกรัฐมนตรี ในกรณีที่ได้รับเสียงข้างมากสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ รวมถึงพรรคเพื่อไทยที่มีนายกรัฐมนตรีที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่ออันดับหนึ่ง แต่ก็ไม่เคยประกาศยืนยันว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่

                      นายองอาจ กล่าวว่า 4. เป็นการเลือกตั้งครั้งแรก ที่ไม่มีการแข่งขันอย่างจริงจัง เพื่อเลือกคนที่เหมาะสมมาเป็นส.ส. 5.เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกที่พรรคการเมือง ไม่ประกาศนโยบายหาเสียงอย่างชัดเจน 6.พรรคที่สมัครรับเลือกตั้งส่วนมาก นำเสนอว่าต้องการปฏิรูปประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอที่ให้มีการปฏิรูปประเทศปัจจุบัน แต่แทบไม่ได้ยินว่าจะปฏิรูปแบบไหน อย่างไรต่อหน้าสาธารณชน 7.ผู้สมัครส.ส.ทำตัวลับๆล่อๆไม่แสดงตัวให้คนพิจารณา เหมือนการเลือกตั้งปกติ 8.มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ ในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งของประชาชนน้อยมาก และมีการสื่อสารประชาสัมพันธ์พอเป็นพิธี โดยไม่มีการปราศรัยใหญ่ในเมืองหลวงของกทม. เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา 9.มีคนแสดงเจตจำนงออกมาล่วงหน้า ก่อนวันเลือกตั้งว่าจะไม่ไปใช้สิทธิ์มากที่สุด และ 10.แกนนำพรรครัฐบาลที่ส่งผู้สมัครให้ความเห็นว่า มีแนวโน้มที่จะเป็นโมฆะ

 

'ชวนนท์' ย้ำ 'ปชป.' ไม่ขวางลต. ยก 2 เหตุปัญหาข้อกม. ฟันธง 'โมฆะ' แน่

 

                      นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลง ว่า พรรคยืนยันไม่ขัดขวางการเลือกตั้งทั่วไป 2 ก.พ. แต่เนื่องจากมีองค์ประกอบที่จะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ เพราะไม่ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย และรัฐธรรมนูญ คือ 1.รัฐธรรมนูญกำหนดให้ต้องจัดการเลือกตั้งในวันเดียว คราวเดียวกัน แต่ชัดเจนแล้วว่าจะมีอย่างน้อย 28 เขต จะไม่มีผู้ลงสมัคร จึงถือว่าไม่เป็นการจัดการเลือกตั้งในครั้งเดียวหรือวันเดียวกัน 2. การเลือกตั้งล่วงหน้า ที่ถูกกำหนดให้ลงคะแนนในวันที่ 23 ก.พ.เกิดคำถามว่า เป็นการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ประหลาด เพราะทำกันหลังวันเลือกตั้งจริง

                      โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จึงเกิดปัญหา เรื่องการนับคะแนน เพราะรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งระบุว่า เมื่อปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 15.00 น. ต้องมีการนับคะแนนไปแล้ว แต่มีบัตรจากหน่วยอื่นมาภายหลัง ให้คะแนนดังกล่าวเป็นโมฆะ จึงเป็นจุดตาย เพราะถ้ายึดกฎหมายนี้ จะทำให้การเลือกตั้งในวันที่ 23 ก.พ.เป็นโมฆะไปโดยปริยาย แต่ถ้าจะต้องรอการเลือกตั้งล่วงหน้าให้เสร็จในวันที่ 23 ก.พ. วันที่ 2 ก.พ.จะนับคะแนนไม่ได้เลย เพราะต้องรอคะแนนให้มารวมพร้อมกันก่อน และนับในคราวเดียวกันตามที่กฎหมายกำหนด

                      “การเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ตามเจตนารมณ์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และรัฐธรรมนูญ ซึ่งปัญหานี้รัฐบาลรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดปัญหา จึงยากถามว่า ถ้าการเลือกตั้งเกิดขึ้นแล้วและเป็นโมฆะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ (ชินวัตร นายกฯ) และรัฐบาลจะรับผิดชอบอย่างไร ขอให้กรรมการฝ่ายยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยหรือนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เลิกกล่าวหาใส่ร้าย และโทษประชาชนที่เห็นต่างที่ปฏิเสธการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะไม่มีใครปฏิเสธการเลือกตั้งในระบบประชาธิปไตย แต่ที่ปฏิเสธครั้งนี้เกิดจากบุคลากรในพรรคเพื่อไทยเอง ที่มีพฤติกรรมเหลิงอำนาจ จนทำให้ประชาชนหมดศรัทธาในตัวนักการเมืองและระบบการเลือกตั้งในปัจจุบันที่เกิดช่องว่าง จนเป็นที่มาของการเรียกร้องการปฏิรูปเลือกตั้ง แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยยังเดินหน้าสู่การเลือกตั้งที่สูญเปล่า” นายชวนนท์ กล่าว

                      ขอเรียกร้องถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ บอกสังคมไทยให้ชัดก่อนไปลงคะแนน ในวันที่ 2 ก.พ.ว่า ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะจะรับผิดชอบอย่างไร เพราะกังวลว่าจะมีการสร้างสถานการณ์ความรุนแรง อย่างที่เกิดกับนายสุทิน ธราทิน แกนนำกองทัพประชาชนและเครือข่ายปฏิรูปพลังงานไทย (กคป.) ที่วัดศรีเอี่ยม ได้เตรียมกองกำลังชุดดำไว้ทำร้ายประชาชนที่เห็นต่างหรือไม่ หรือจะมีประชาชนล้ม ตาย บาดเจ็บอีกกี่ราย เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เตรียมเจ้าหน้าที่อารักขาตัวเอง 100% แต่ได้เตรียมใครไว้ดูแลประชาชนที่เห็นต่างที่จะออกไปแสดงจุดยืนคัดค้านการเลือกตั้งครั้งนี้ตามสิทธิในระบบประชาธิปไตย และจะต้องตายอีกกี่คนเพื่อเดินหน้าเลือกตั้งฟอกตัวเอง

 

'ชวนนท์' ยัน 5 เหตุผล 'อภิสิทธิ์' เมินใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

 

                     นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสเฟซบุ๊คยืนยันว่าจะไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ว่า 1.เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมายและละเมิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จึงไม่ต้องการไปร่วมสังฆกรรม โดยไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในครั้งนี้

                     2.การเลือกตั้งปี 2549 ที่หัวหน้าพรรคได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่กาในช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน มีเหตุที่ต่างกัน คือ การเลือกตั้งปี 2549 เป็นการเลือกตั้งที่จัดถูกตั้งด้วยรัฐธรรมนูญ แม้ว่าพรรคจะมีมติว่า เราไม่เห็นด้วย แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ผิดกฎหมายชัดเจน 3.นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่าจะไม่แจ้งเหตุผลใดๆให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ทราบ เพื่อเป็นการสำรองสิทธิให้ตัวเอง และ 4.หากสุดท้ายการเลือกตั้งครั้งนี้ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและสามารถดำเนินต่อไปได้ นายอภิสิทธิ์ก็พร้อมที่จะเสียสิทธิทางการเมือง ถือเป็นเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

                     นายชวนนท์ กล่าวว่า 5.สาเหตุที่ต้องประกาศล่วงหน้าเช่นนี้ เพราะไม่ต้องการให้บรรดาคู่ต่อสู้ทางการเมืองหรือผู้ที่ไม่หวังดี จะเอาเรื่องนี้มาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย ที่หน้าหน่วยเลือกตั้งซอยสวัสดี และไม่ต้องให้ใครไปจ้างคนมาถ่ายรูป หรือทำตัวเป็นอีแอบเหมือนพรรคเพื่อไทย รวมถึงตนที่เป็นโฆษกพรรค เรายืนยันว่าไม่ไปใช้สิทธิ และยืนยันว่าจุดยืนในกรณีนี้ ถือเป็นสิทธิส่วนตัวของแต่ละคน ไม่ใช่มติพรรค แต่ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แต่ละคนจะเลือกอย่างไร

                     ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอภิสิทธิ์บอกหรือไม่ว่า เมื่อไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งแล้วจะไปปิคนิคกับลุงกำนันหรือไม่ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้น พูดถึงแค่เรื่องการไม่ไปใช้สิทธิ ส่วนการปิคนิคอาจจะไปปิคนิคที่สวนสาธารณะที่ไหนสักแห่ง

 

'ปชป.' บี้ 'ยิ่งลักษณ์' หยุดเล่นละครการเมือง เร่งจ่ายเงินจำนำข้าว

 

                     นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงปัญหาทุจริตในโครงการจำนำข้าวของรัฐบาล จนไม่มีเงินมาใช้หนี้ชาวนาที่รัฐยังค้างจ่ายค่าข้าวว่า รัฐบาลไม่ได้สนใจแก้ไขปัญหาของชาวนา ปล่อยให้ต้องนอนกอดใบประทวนมาหลายเดือน แต่กลับเดินหน้าจัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ขณะที่ชาวนาไทยต่างรอคำตอบว่า จะได้รับเงินจากโครงการจำนำข้าวเมื่อใด เพราะวันนี้ชาวนาไม่สนใจแล้วว่า รัฐบาลจะหาเงินจากไหน แม้ว่าจะเร่ขายสัญญาเงินกู้ให้ธนาคารหรือสถาบันการเงิน โดยไร้รายละเอียดข้อกฎหมาย จนไม่มีธนาคารใดกล้าออกมาปล่อยกู้ วันนี้ชาวนายังคงรอคอยรับเงินของเขาที่ต้องได้ และเมื่อไหร่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์จะเลิกเล่นละครการเมือง ที่ไม่ยอมขายข้าวเอาเงินมาใช้หนี้ ที่สำคัญไม่รู้ว่าจะมีชาวนาอีกกี่คนกี่ครอบครัว ที่ต้องฆ่าตัวตายจากการรอคอยที่ไร้ความคืบหน้า