ข่าว

คำอธิบายจากนักข่าวยูเครน สาเหตุการชุมนุมไล่รัฐบาล

คำอธิบายจากนักข่าวยูเครน สาเหตุการชุมนุมไล่รัฐบาล

02 ก.พ. 2557

คำอธิบายจากนักข่าวยูเครน สาเหตุการชุมนุมไล่รัฐบาล : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์

 
                         การประท้วงต่อต้านรัฐบาลยูเครนภายใต้การนำของประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช ยืดเยื้อมากว่าสองเดือนแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติ แถมเริ่มรุนแรงมากขึ้น มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4-5 ราย นับจากเริ่มมีการปะทะ เพื่อทำความเข้าใจและรับรู้ข้อมูลอีกด้าน เว็บไซต์ Business Insider ได้ลงคำอธิบายของผู้สื่อข่าวยูเครนชื่อ ทาราส อิลคิฟ บรรณาธิการเว็บไซต์ Newsradio.com.ua ของสถานีวิทยุวอยซ์ ออฟ แคปปิตอล ในยูเครน ที่อยากให้คนภายนอกเข้าใจสถานการณ์ในยูเครนมากกว่าที่รายงานในสื่อตะวันตกดังนี้ 
 
 
 
 
ประชาชนต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเอง มิใช่เพื่อสมาชิกสภาพอียู 
 
 
                         ผู้ประท้วงในยูเครนไม่ใช่พวกสนับสนุนสหภาพยุโรป (ดังที่สำนักข่าวต่างประเทศมักเขียนว่าเป็นอย่างนั้น) การทำข้อตกลงเข้าเป็นสมาชิกอียูที่สะดุด เพราะประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช กลับลำไม่ลงนามและหันไปรักษาความสัมพันธ์กับรัสเซียแทนเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เป็นเพียงจุดเริ่ม แต่หลังจากการชุมนุมอย่างสงบของนักศึกษาในกรุงเคียฟ ถูกหน่วยปฏิบัติการพิเศษ "แบร์คุต" สลายอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน ทำให้ประชาชนรู้สึกโกรธแค้นและหลั่งไหลออกมาชุมนุมในจัตุรัสกลางเมืองหลวงเรือนล้าน นับแต่นั้นกระแสต่อต้านรัฐบาลกลายเป็นการลุกฮือเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี (ลาออกแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา) รัฐมนตรีมหาดไทย ตลอดจนประธานาธิบดียานูโควิชลาออก
 
                         ชาวยูเครนจำนวนมากเบื่อหน่ายการทุจริต การไม่ได้รับความยุติธรรม และการไม่ปฏิบัติหน้าที่เพื่อส่วนรวมของเจ้าหน้าที่ความมั่นคง โดยชนชั้นกลางเป็นกลุ่มหลักที่ขับเคลื่อนการประท้วง เพราะเป็นกลุ่มที่เผชิญการรังควาญจากสรรพากรมากที่สุด 
 
                         วิคเตอร์ ยานูโควิช ประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย คือศูนย์กลางการประท้วง ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2553 นายยานูโควิชชนะคู่แข่งสำคัญคือ นางยูลิอา ทีโมเชนโก อดีตนายกรัฐมนตรีหญิง และหลังขึ้นบริหารประเทศ รัฐบาลภายใต้ยานูโควิชประณามนักการเมืองหญิงคนนี้ว่า ทำสัญญาซื้อขายก๊าซจากรัสเซีย ทำให้ประเทศเสียเปรียบในปี 2552 และส่งเธอเข้าคุก 7 ปี แต่หลังจากนั้น นายยานูโควิชและพวกก็ไม่เคยกล้าท้าทายรัสเซีย ทบทวนสัญญาหรือหาข้อยุติในศาล นำมาซึ่งความสัมพันธ์ย่ำแย่กับตะวันตก
 
 
 
ชาวยูเครนไม่พอใจระบบกินรวบอำนาจ 
 
 
                         โครงสร้างอำนาจอย่างไม่เป็นทางการ ที่กระจุกอยู่ในหมู่เจ้าหน้าที่ใกล้ชิดประธานาธิบดี เป็นองค์ประกอบสำคัญมากในสถานการณ์ยุ่งยากของประเทศ ภาคธุรกิจที่ทำกำไรมากที่สุดของเศรษฐกิจยูเครนถูกผูกขาด โครงสร้างลักษณะนี้ขยายต่อไปสู่การซื้อสื่อ บริษัทสื่อใหญ่สุดที่ตีพิมพ์ นิตยสารฟอร์บส์ และนิตยสารหัวใหญ่อื่นๆ เพิ่งถูกซื้อไปในวงเงิน 300-400 ล้านดอลลาร์ 
 
                         เมื่อสื่อส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล อินเทอร์เน็ตจึงเป็นช่องทางเดียวของข่าวสารอื่นทั้งที่เป็นข้อเท็จจริงและไม่จริงทั้งหมด ขณะเดียวกันมีข้อครหาว่า ความร่ำรวยของนายอเล็กซานเดอร์ ยานูโควิช บุตรชายประธานาธิบดี เพิ่มขึ้นสามเท่าเป็น 510 ล้านดอลลาร์ โดยที่หลายปีมานี้ ตัวของประธานาธิบดีเองก็ไม่เคยอธิบายว่าเพราะเเหตุใด  
 
 
 
อำนาจแนวตั้ง 
 
 
                         นายยานูโควิชเปลี่ยนโฉมประเทศจากระบบรัฐสภา มาเป็นระบบประธานาธิบดี สร้างสายการบังคับบัญชาที่โครงสร้างอำนาจทั้งหมด ทั้งหน่วยจัดเก็บรายได้ อัยการและศาล ต่างขึ้นตรงกับเจตนารมณ์ของเขาแต่ผู้เดียว กลไกอำนาจนี้ไม่เพียงถูกใช้เป็นเครื่องมือปิดปากฝ่ายค้าน แต่ยังไว้เพื่อแก้ปัญหาธุรกิจของเขาเองด้วย
 
 
 
การแสวงหาความจริงเป็นเรื่องยาก
 
 
                         ยูเครนแทบไม่มีสื่ออิสระ นอกจากอินเทอร์เน็ต ประชาชนบางส่วนจากภาคตะวันออก ซึ่งเป็นเขตอุตสาหกรรม ติดเขตแดนรัสเซีย ไม่รู้กระทั่งว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นในกรุงเคียฟ สถานีโทรทัศน์ทางการไม่รายงานข่าวก็บิดเบือนข้อมูล สื่อสิ่งพิมพ์ถูกผูกขาดหรืออยู่ในมือนักธุรกิจน้ำมัน ส่วนเสรีภาพข่าวทางเดียวจากอินเทอร์เน็ตนั้น ไม่นานมานี้ ประธานาธิบดียานูโควิชได้ลงนามอนุญาตให้ปิดเว็บไซต์โดยไม่เตือนหรือพิจารณาคดีหากได้รับการร้องเรียน
 
                         ผู้สื่อข่าวตกอยู่ใต้แรงกดดันมหาศาล และมีการรณรงค์เพื่อลดความน่าเชื่อถือ ปลายปีที่แล้ว ทัตยานา ชอร์โนวาล นักข่าวหญิงที่เคยตีแผ่ความร่ำรวยของนายยานูโควิช ถูกคนร้าย 5 คนซุ่มทำร้ายบาดเจ็บสาหัส 
 
 
 
การคุกคามเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน 
 
 
                         ศาลและอัยการ กลายเป็นเครื่องมือข่มขู่รังควาญนักเคลื่อนไหวและบุคคลสาธารณะที่เห็นต่างจากรัฐบาล จนบางส่วนต้องหนีไปต่างประเทศ บางส่วนถูกยึดทรัพย์ ประธานาธิบดีโทษศาล แต่ทุกคนรู้ดีว่าศาลอยู่ในการควบคุมของเขา 
 
                         แม้แต่อดีตผู้สนับสนุนประธานาธิบดียานูโควิชเองจำนวนมากยังทำธุรกิจลำบากในช่วงสองสามปีมานี้ จากการขยายธุรกิจของอาณาจักรครอบครัวและคนใกล้ชิด 
 
 
 
ฝ่ายค้านอ่อนแอ 
 
 
                         ฝ่ายค้านประกอบด้วยสามกลุ่มหลัก ได้แก่ พรรคที่เคยมีนางทีโมเชนโกเป็นหัวหน้า พรรคที่สองนำโดยนายวิทาลี คลิตเชนโก แชมป์มวยโลกรุ่นเฮฟวีเวท พรรคที่สามเป็นกลุ่มชาตินิยม แต่สองเดือนของการประท้วงผ่านไป ไม่มีพรรคการเมืองใดนำเสนอแผนการหรือทางออกชัดเจนให้แก่ประชาชนได้ ผู้นำทั้งสามพรรคยังกำลังต่อสู้กันเองเพื่อชิงกันเป็นตัวแทนฝ่ายค้านหนึ่งเดียวในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีปีหน้า อาการต่างคนต่างทำของพรรคฝ่ายค้านสร้างความผิดหวังให้แก่กลุ่มสุดโต่ง จนที่สุดตัดสินใจใช้ความรุนแรงและเข้าปะทะกับตำรวจเมื่อวันที่ 19 มกราคม
 
 
 
แบร์คุต เป็นอีกปัญหา 
 
 
                         หนึ่งกลไกหลักของระบอบยานูโควิช คือ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ "เบร์คุต" ซึ่งขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย แต่ไม่มีสถานภาพอย่างเป็นทางการ พวกเขาเป็นตำรวจที่ผ่านการฝึกพิเศษเพื่อกวาดล้างการลุกฮือต่อต้านรัฐ มีกำลังพลประมาณ 4,000 นาย แต่มือหนักเป็นพิเศษและได้เงินเดือนสูง ภาพที่สะพัดทางอินเทอร์เน็ต มีทั้งภาพที่หน่วยแบร์คุตทุบตีผู้สื่อข่าวและผู้ประท้วงที่ชุมนุมอย่างสงบอย่างทารุณ จับผู้ประท้วงแก้ผ้าและฉีดน้ำใส่ท่ามกลางอุณหภูมิติดลบหลายองศา ทั้งยังยิงใส่ผู้ประท้วงแบบไม่เลือกหน้า ซึ่งผิดกฎหมายชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งพึงระลึกคือ กองทัพปฏิเสธที่จะปกป้องระบอบยานูโควิชและต่อสู้กับประชาชน 
 
 
 
ตะวันตกตั้งรับเกินไป 
 
 
                         ผู้ประท้วงคิดว่าปฏิกิริยาจากสหรัฐและนานาประเทศตะวันตกต่อสถานการณ์ในยูเครน ยังน้อยเกินไป พวกเขาไม่เชื่อว่าอียูและสหรัฐจะช่วยเหลือชาวยูเครนให้ยึดมั่นคุณค่าประชาธิปไตย หนำซ้ำมีข่าวลือในสื่อท้องถิ่นว่าสหรัฐตกลงยกยูเครนให้เป็นเรื่องของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินแห่งรัสเซีย แลกกับการเพิ่มอิทธิพลสหรัฐในซีเรียและในวิกฤติการณ์อื่นๆ การขยับครั้งแรกของสหรัฐเพิ่งมีขึ้นเมื่อ 22 มกราคม โดยประกาศไม่ออกวีซ่าให้เจ้าหน้าที่ยูเครนที่เกี่ยวข้องการใช้ความรุนแรงต่อการประท้วงอย่างสงบในกรุงเคียฟ หลังมีผู้เสียชีวิตหลายคนจากการปราบปราม 
 
 
 
ผู้ประท้วงช่างสร้างสรรค์ 
 
 
                         หากเดินเข้าไปในยังจัตุรัสเอกราช (ไมดาน) ใจกลางกรุงเคียฟและศูนย์กลางการประท้วง จะรู้สึกทึ่ง มีประชาชนจากทั่วทุกสารทิศในยูเครนมารวมตัวกันที่ไมดาน นำทุกสิ่งอย่างที่จำเป็นต่อการดำรงชีพมาอยู่ในสภาพทรหดแบบทหาร มีเต็นท์มากมายที่สามารถเข้าไปพักผ่อนได้ ฮีตเตอร์แบบง่ายๆ ครัวสนาม เวที หน่วยแพทย์ของตนเอง รปภ. จุดแข็งของแคมป์ประท้วงที่ไมดานคือ ไม่มีเหล้าและมีวินัยเข้มงวด บริเวณชายขอบของจัตุรัส พวกเขาล้อมรั้วสูงป้องกันการเข้าสลาย ประชาชนที่นั่นไม่ได้ไปเพราะเงินอเมริกัน แม้สื่อของรัฐรายงานไปในทางเดียวกัน แต่พวกเขาไปเพื่อหาแนวคิดและเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น 
 
 
 
......................
 
(คำอธิบายจากนักข่าวยูเครน สาเหตุการชุมนุมไล่รัฐบาล : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์)