
ตำรวจทุ่ม2แสนนายจัดทัพคุมเข้มเลือกตั้ง
ตำรวจทุ่ม2แสนนาย จัดทัพคุมเข้มเลือกตั้ง : ทีมข่าวอาชญากรรมรายงาน
สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ใกล้ถึงจุดแตกหักทุกขณะ รัฐบาลยังคงเดินหน้าจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ตามกำหนดเดิม แม้จะมีผู้ชุมนุมกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เคลื่อนไหวให้เห็นอย่างชัดเจนว่า จะทำในทุกรูปแบบเพื่อคัดค้านการเลือกตั้งจนถึงที่สุด จนหลายฝ่ายวิตกว่า สถานการณ์อาจบานปลายจนนำมาสู่ความสูญเสีย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งรับผิดชอบในการรักษาความสงบเรียบร้อยช่วงการเลือกตั้ง ได้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง โดยมี พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นผู้อำนวยการศูนย์ มีการระดมกำลังตำรวจทั่วประเทศกว่า 2 แสนนาย เพื่อปฏิบัติภารกิจรักษาความเรียบร้อย
พล.ต.ท.อำนาจ ให้ข้อมูลว่า แม้จะมีความขัดแย้งทางการเมือง แต่เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะผ่านพ้นไปได้ โดยประเมินจากการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา แม้จะมีมวลชนไปเคลื่อนไหวตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ แต่ก็สามารถเลือกตั้งได้กว่าร้อยละ 80 ขณะที่การเลือกตั้งครั้งนี้มีหน่วยเลือกตั้งทั้งสิ้น 93,535 หน่วย ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ มั่นใจว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะไม่สามารถกระจายกำลังไปปิดล้อมหรือขัดขวางได้หมด แต่ต้องยอมรับว่าบางหน่วยอาจมีกลุ่มผู้ชุมนุมไปขัดขวางทั้งการเข้าไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง รวมถึงการขนส่งบัตรเลือกตั้งด้วย ซึ่งเกรงว่าอาจเกิดการปะทะกันของกลุ่มหัวรุนแรงทั้งสองฝ่าย
พล.ต.ท.อำนาจ กล่าวว่า ได้เตรียมแผนดูแลความปลอดภัยและแผนเผชิญเหตุไว้อย่างรัดกุม โดยแบ่งพื้นที่การเลือกตั้งเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มที่สามารถจัดการเลือกตั้งได้คือพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถจัดเลือกตั้งล่วงหน้าได้สำเร็จ ถัดมาคือพื้นที่เสี่ยง ที่ประชาชนมีความคิดเห็นแตกต่างเป็น 2 ขั้ว คือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สมุทรสงคราม พัทลุง และตรัง อีกกลุ่มคือพื้นที่ที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือมีผู้สมัครเพียงคนเดียว ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคใต้
"เราทุ่มหมดหน้าตักเตรียมตำรวจไว้ 2 แสนนาย ทั่วประเทศ ในจำนวนนี้เป็นระดับชั้นสัญญาบัตร 5 หมื่นนาย มีการจัดชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วไว้ตั้งแต่ระดับโรงพัก ระดับกองกำกับการ ระดับกองบังคับการ กว่า 1,450 ชุด เพื่อควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยเรียบร้อย" พล.ต.ท.อำนาจ กล่าว
สำหรับพื้นที่ที่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ จะมีตำรวจไปประจำ 1 คนต่อหน่วยเลือกตั้ง เช่นเดียวกับพื้นที่ที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียวหรือไม่มีผู้สมัคร ขณะที่พื้นที่เสี่ยงจะมีการประเมินสถานการณ์เป็นระยะ จะเพิ่มกำลังตำรวจประจำหน่วยตามความเหมาะสม มีตำรวจสายตรวจตระเวนตรวจสอบพื้นที่เป็นระยะ พร้อมทั้งมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วซึ่งมีนายตำรวจระดับสารวัตรเป็นหัวหน้าชุด ใช้จักรยานยนต์เป็นพาหนะ พร้อมปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์วิกฤติเตรียมพร้อมไว้เป็นกำลังเสริม ซึ่งตำรวจชุดนี้จะเข้าถึงพื้นที่ได้ในเวลาไม่เกิน 15 นาที หากเกิดเหตุรุนแรง
"ตำรวจจะเน้นแนวทางสันติ ใช้การเจรจาเป็นหลัก หากมีการขัดขวางการเลือกตั้ง เราจะหลีกเลี่ยงการใช้กำลังทุกรูปแบบ แต่จะใช้วิธีการดำเนินคดีย้อนหลัง ใครฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งจะถ่ายภาพนิ่ง และภาพวิดีโอไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด" พล.ต.ท.อำนาจ กล่าว
ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง เปิดเผยด้วยว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นพื้นที่เสี่ยงกระทบกระทั่งกันมากที่สุด ซึ่งได้จัดชุดเจรจาไว้รับมือโดยเฉพาะ หากพบว่าพื้นที่ใดมีผู้ชุมนุมที่เห็นต่างกันสองฝ่ายอยู่รวมกัน ก็จะกันพื้นที่ให้ทั้งสองกลุ่มอยู่ห่างกันให้มากที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และจะเสริมกำลังตำรวจจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้าไปสนับสนุน มีตำรวจจราจรเข้าไปเสริมเพื่ออำนวยความสะดวกเส้นทางเพื่อให้มวลชนเคลื่อนย้ายจากพื้นที่ปะทะโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยกรณีวัดศรีเอี่ยมอย่างเด็ดขาด
สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีบุคคลสำคัญหรือบุคคลที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดเหตุชุลมุนไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง อย่างเช่น หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนคลองลำเจียก ย่านลาดพร้าว ซึ่งคาดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และหน่วยเลือกตั้งโรงเรียนวัดบางบอน ซึ่งคาดว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ผอ.ศรส.) จะไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง จะมีการเสริมกำลังตำรวจเข้าไปดูแลความเรียบร้อยร่วมกับกำลังของทหาร ซึ่งทั้งสองจุดคาดว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พร้อมด้วยตำรวจชั้นผู้ใหญ่ รวมถึง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อาจลงพื้นที่เพื่อสั่งการปฏิบัติงานด้านรักษาความเรียบร้อยด้วยตนเอง
ส่วนหน่วยเลือกตั้งย่านบางพลัด จุดที่คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และครอบครัว รวมถึงหน่วยเลือกตั้งที่บุคคลสำคัญในรัฐบาลรักษาการ และหน่วยเลือกตั้งที่คาดว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง นอกจากมีกำลังตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้งดูแลแล้ว จะมีตำรวจฝ่ายสืบสวนนอกเครื่องแบบเข้าไปเป็นกำลังเสริม เพื่อตรวจตราบุคคลต้องสงสัย นอกจากนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังสั่งการให้ตำรวจนครบาลทุกพื้นที่ตั้งด่านความมั่นคง ในจุดเสี่ยงทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ได้ ขณะการเคลื่อนย้ายบัตรเลือกตั้งจะมีตำรวจติดตามรักษาความปลอดภัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีแย่งชิงหรือกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ผิดกฎหมาย
นอกจากกำลังตำรวจกว่า 2 แสนนายแล้ว ยังมีการจัดเตรียมกำลังจากทหารไว้จำนวน 47 กองร้อย หรือราว 7,000 นาย คอยปฏิบัติหน้าที่รักษาความเรียร้อยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ กำลังส่วนนี้จะมีทั้งปฏิบัติหน้าที่สายตรวจ และชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งเป็นหน่วนยสนับสนุนภารกิจของ ศรส. หลังการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
..........
(หมายเหตุ : สารพันปัญหากาบัตร เดินหน้าคำสั่งสู่โมฆะ : โอภาส บุญล้อมรายงาน)



