ข่าว

สารพันปัญหากาบัตรเดินหน้าคำสั่งสู่โมฆะ

สารพันปัญหากาบัตรเดินหน้าคำสั่งสู่โมฆะ

01 ก.พ. 2557

สารพันปัญหากาบัตร เดินหน้าคำสั่งสู่โมฆะ : โอภาส บุญล้อมรายงาน

             แม้ว่า..สถานการณ์การเมืองจะวุ่นวายไม่เอื้อให้เกิดการเลือกตั้งแค่ไหน ...แต่วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ก็มีการเลือกตั้งทั่วไปแน่แล้วหลังจากที่รัฐบาลยืนกรานให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินหน้าจัดการเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกายุบสภา โดยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ให้เหตุผลต่อ กกต.ว่า ต้องเดินหน้าเลือกตั้งเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ หากมีปัญหาเกิดขึ้นก็ค่อยแก้ไขกันไป

             ขณะที่ กปปส. ภายใต้การนำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ก็เดินขบวนรณรงค์ให้ประชาชนไม่ออกไปลงคะแนนเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง โดยให้เหตุผลว่า ต้องปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง 

             "ทีมข่าวสำนักข่าวเนชั่น" จึงได้รวบรวมอุปสรรคปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 พบว่า มีดังนี้

             1. บัตรเลือกตั้งไม่สามารถนำออกมาจากจุดขนส่งได้ ขณะนี้บัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ยังไม่สามารถนำบัตรออกมาจากจุดขนส่งที่ทำการไปรษณีย์ 3 จุด คือ ชุมพร ทุ่งสง และหาดใหญ่ เนื่องจากถูกปิดล้อมโดย กปปส. หากถึงวันเลือกตั้ง บัตรยังไม่สามารถเอาออกมาได้ 14 จังหวัดภาคใต้จะมีเพียงบัตร ส.ส.เขต ทำให้เลือกตั้งได้เพียง ส.ส.แบ่งเขต ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งโดยรวม

             2. ลงคะแนนเลือกตั้งไม่ได้ เนื่องจากมีการยึดอุปกรณ์จัดการเลือกตั้ง ยึดบัตรเลือกตั้ง บัตรหาย หีบบัตรหาย การขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกกต.ในระดับจังหวัด เขตและหน่วยเลือกตั้ง บางหน่วยเลือกตั้งไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งหรือมีไม่ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ทำให้หน่วยเลือกตั้งนั้นเปิดให้ลงคะแนนไม่ได้ หรือมีการปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งบางหน่วย, บางพื้นที่อาจถึงขนาดหาที่ตั้งหน่วยเลือกตั้งไม่ได้ หรืออาจเกิดความรุนแรงขึ้นในบางพื้นที่... อุปสรรคเหล่านี้เกิดขึ้นได้ในวันเลือกตั้งเนื่องจากเป็นการเลือกตั้งท่ามกลางความไม่พร้อมของผู้คนบางส่วนในประเทศและไม่ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีขึ้น

             3. ไม่สามารถเลือกตั้งจบในคราวเดียว เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ 1.มีถึง 16 เขต 9 จังหวัดที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งคนเดียว ดังนั้นอาจมีบางเขตที่ผู้สมัครอาจได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 20 ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหรือน้อยกว่าโหวตโน(vote no) ในกรณีนี้ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ ทำให้ได้ ส.ส.ช้าไปประมาณ 1 เดือนหรือเดือนครึ่ง 2.มีถึง 28 เขตใน 8 จังหวัดภาคใต้ที่ไม่มีผู้สมัคร ทำให้เปิดประชุมสภาผู้แทนฯ ไม่ได้ เพราะต้องได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมดตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงจะเปิดประชุมสภาผู้แทนฯ ได้ และทำให้ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ 

             4. ไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ทั้ง ส.ส. เขตและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยในส่วน ส.ส.เขตจำนวน 375 คน จะไม่สามารถประกาศได้แม้แต่รายเดียว เนื่องจากการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา มีผู้ที่ไม่สามารถมาใช้สิทธิ์ได้ประมาณ 2 ล้านคน (ผู้ลงทะเบียนนอกเขต 2.1 ล้าน มาใช้สิทธิ์ 1 แสน) ในกรณีนี้จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งนอกเขตใหม่ใน 83 เขต โดย กกต.กำหนดเป็นวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ขณะที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อซึ่งมี 125 คน ก็ไม่สามารถประกาศชื่อ ส.ส.ได้ เนื่องจากต้องรอการนับคะแนนจากทุกหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งมีประมาณ 99,000 หน่วย ในกรณีนี้คาดว่าจะมีหน่วยเลือกตั้งจำนวนมาก เป็นหมื่นหน่วยที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งและต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ 

             5.การเลือกตั้งส่อเป็นโมฆะ เนื่องจากมีผู้ไปยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยให้การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ เป็นโมฆะ โดยอ้างว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 108  ที่ระบุว่าวันเลือกตั้งต้องเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร แต่เลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ มีถึง 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่สามารถเลือกตั้งได้เพราะไม่มีผู้สมัคร ส.ส.เขต

             ทั้งนี้ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ปรมาจารย์ด้านกฎหมาย ได้อธิบายเหตุผลว่า ทำไมการเลือกตั้งทั่วไปต้องจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นในวันเดียวกันทั่วประเทศ ไว้ดังนี้

             "การที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 108 กำหนดให้ต้องกำหนดวันเลือกตั้งเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ก็เพราะต้องการให้เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่ให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในระหว่างพรรคการเมือง ผู้สมัคร และทำให้เกิดความเสียหายต่อการใช้สิทธิลงคะแนนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งที่ทำกระปริบกระปรอย ส่งผลต่อการลงคะแนนอย่างมาก เพราะธรรมชาติของมนุษย์ ถ้ารู้ว่าใครแพ้หรือชนะ ก็มักจะถูกครอบงำโดยผลแพ้ชนะนั้น สุดแต่ว่าจะชอบเข้าข้างคนชนะ หรือขี้สงสารคนแพ้ ยิ่งถ้าได้คะแนนใกล้เคียงกัน ก็หมิ่นเหม่ต่อการทุจริตเพื่อเอาชนะกันได้ง่าย"

             และยังมีเหตุผลอื่นอีกที่ทำให้การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ โมฆะ คือ "การเลือกตั้งล่วงหน้า" ที่ไม่สามารถจัดการได้ ทำให้ประชาชนเสียสิทธิ์และการที่ประกาศให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งใหม่หลัง "วันเลือกตั้งจริง" ก็ทำให้การเลือกตั้งมิชอบเช่นกัน เพราะเมื่อถึงวันเลือกตั้งจริง คนก็พอรู้แล้วว่าใครจะชนะในการเลือกตั้ง ซึ่งย่อมส่งผลชี้นำต่อการเลือกตั้งล่วงหน้าที่เกิดขึ้นภายหลังแน่นอน

             และหากการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ก็จะทำให้งบประมาณที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้งต้องสูญเสียไปฟรีๆ 3,800 ล้านบาท ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใครจะต้องรับผิดชอบ.. แต่ที่แน่ๆ คงเข้าอีหรอบเดิม...โยนกันไปมา

..........

(หมายเหตุ : สารพันปัญหากาบัตร เดินหน้าคำสั่งสู่โมฆะ : โอภาส บุญล้อมรายงาน)