
ผลดีจากศาลไม่คุ้มครองชั่วคราว
ผลดีจากศาลไม่คุ้มครองชั่วคราว : ศรุติ ศรุตารายงาน
ถึงแม้ว่าศาลแพ่งจะมีคำวินิจฉัยว่า ไม่ให้ความคุ้มครองชั่วคราว ในคดีที่ นายถาวร เสนเนียม แกนนำผู้ชุมนุมกลุ่ม กปปส.ไปยื่นฟ้องต่อศาล ซึ่งเท่ากับว่าพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีสภาพบังคับใช้อยู่
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า ม็อบ กปปส.จะไม่ได้อะไรเลย เพราะประเด็นขอให้ศาลเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และห้ามใช้กำลังสลายการชุมนุม เอาไว้ในก่อนหน้านั้น โดยนัดไต่สวนวันที่ 6 กุมภาพันธ์
ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันว่า การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ อาจเกิดเหตุรุนแรง หลังจากสัญญาณหลายอย่างปรากฏชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะการนัดหมายชุมนุมของกลุ่ม กปปส.กับกลุ่มที่สนับสนุนการเลือกตั้ง ขณะที่ความไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่ตำรวจของผู้ชุมนุมก็คุกรุ่นอยู่ภายหลังจับกุมนายตำรวจที่ใช้ปืนยิงผู้ชุมนุมจนได้รับบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยของศาลแพ่งในครั้งนี้ อาจมองในแง่ดีได้เช่นกัน เนื่องจากผลจากคำวินิจฉัยนั้น ทำให้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังมีสภาพบังคับใช้ การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมย่อมอยู่ในกรอบที่ว่า สงบ สันติและปราศจากอาวุธ
คงจะไม่ฮึกเหิมจนเกินเลยขอบเขตที่แกนนำผู้ชุมนุมเข้มงวดมาโดยตลอด 3 เดือน
นั่นก็น่าจะทำให้เบาใจได้ในระดับหนึ่งว่า โอกาสที่ความรุนแรงจะเกิดจากผู้ชุมนุมนั้น คงจะยาก
ขณะที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่เอง ถึงแม้จะมีอำนาจอยู่ในมือมากกว่าการบังคับใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง และการกระทำของเจ้าหน้าที่หากไม่ถึงขั้น จงใจฆ่า ก็คงไม่ต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล ส่วนรัฐบาลเองก็ไม่ต้องไปชี้แจงต่อที่ประชุมสภาภายหลังเหตุการณ์สิ้นสุดลง
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะเปิดโอกาสให้บรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งหลายทำการใดตามใจชอบ หรือตามอารมณ์ความรู้สึกเกลียดชังได้ไปเสียหมด
เพราะต้องไม่ลืมว่า ศาลแพ่งยังไม่ได้มีคำพิพากษาออกมาว่า ที่สุดแล้วการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลในครั้งนี้ เกินกว่าเหตุหรือไม่
หากเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือทหาร บุ่มบ่ามใช้กำลังไปจนเกิดการบาดเจ็บล้มตายขึ้นมา ก็ให้เตรียมตัวให้พร้อมไว้ล่วงหน้าเลยว่า คดีความอาจจะเกิดขึ้น
หากศาลไต่สวนหลักการเหตุผลหลักกฎหมาย และสภาพที่เป็นจริงทั้งหมดแล้ว เห็นว่า สถานการณ์ที่เป็นอยู่ไม่ได้เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน และรัฐบาลใช้อำนาจเกินจำเป็น เมื่อนั้นละก็ให้บรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย รวมทั้งฝ่ายการเมือง เตรียมตัวรับทราบข้อกล่าวหา ขาข้างหนึ่งอยู่ในคุกกันได้เลย
เพราะฉะนั้นหากทุกฝ่ายเดินในกรอบของตนเอง ส่วนเจ้าหน้าที่นั้นก็ให้เพิ่มในส่วนการระวังป้องกันไม่ให้เหตุรุนแรงเกิดขึ้น ก็ไม่แน่ว่า วันเลือกตั้งที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ เต็มที่ก็อาจมีเพียงอารยะขัดขืนเท่านั้น
...........
(หมายเหตุ : ผลดีจากศาลไม่คุ้มครองชั่วคราว : ศรุติ ศรุตารายงาน)



