ข่าว

มติชาวนาภาคกลาง5ก.พ.ปิดถนน5จว.

มติชาวนาภาคกลาง5ก.พ.ปิดถนน5จว.

31 ม.ค. 2557

มติที่ประชุมชาวนาภาคกลาง5ก.พ.ปิดถนน5จว. 'นิวัฒน์ธำรง'เผยอีก 2 วันจะรู้ว่า 'เป่ยต้าฮวง'รัฐวิสาหกิจจีน ยกเลิกจีทูจีขายข้าวกับไทยหรือไม่

มติชาวนาภาคกลาง5ก.พ.ปิดถนน5จว.

กาญจนบุรีจี้รัฐจ่ายเงินจำนำข้าว

ชาวนากาญจนบุรีปิดถนนแยกไฟแดงจี้รัฐจ่ายเงินจำนำข้าว มติที่ประชุมชาวนาภาคกลาง5ก.พ.ปิดถนน5จว.  'นิวัฒน์ธำรง'เผยอีก 2 วันจะรู้ว่า 'เป่ยต้าฮวง'รัฐวิสาหกิจจีน ยกเลิกจีทูจีขายข้าวกับไทยหรือไม่
 


               31ม.ค.2557 นายไพรวัลย์ เอมสาร์น นายปราโมทย์ โพธิ์เงิน แกนนำชาวนา พร้อมกลุ่มเกษตรกรกว่า 200 คน เดินทางมาที่หน้าศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อขอพบนายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี  เรียกร้องให้รัฐบาลจ่ายเงินค่าข้าวตามโครงการรับจำนำข้าวประจำปี 2556/2557 โดยมีนายกาศพล แก้วประพาฬ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายบุญญะพัฒน์ จันทรอุไร ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี นายศรัทธา คชพลายุกต์ นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าเจรจา

               ทั้งนี้นายกาศพลพยายามอธิบายต่างๆให้ชาวนาเข้าใจ แต่ไม่เป็นที่พอใจของชาวนา  จากนั้นกลุ่มชาวนาทั้งหมดได้เคลื่อนขบวนไปปิดถนนด้านหน้าศาลากลาง บริเวณ 3 แยกไฟแดง ถ.แสงชูโต ทั้งขาเข้า-ออก ทำให้การจราจรติดขัด ทั้งนี้ผู้ชุมนุมปิดถนนจนถึงเวลา 13.00 น.  จากนั้นจึงสลายตัวไป และนัดที่จะมารวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 5 ก.พ.  เพื่อรับทราบความคืบหน้าในการจ่ายเงินให้กับเกษตรกร


มติที่ประชุมชาวนาภาคกลาง5ก.พ.ปิดถนน5จว.

               รายงานข่าวจากจังหวัดอ่างทองแจ้งว่า   ตามที่นายทรงพล พูลสวัสดิ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดอ่างทองและเป็นแกนนำชาวนาอ่างทองหารือร่วมกับแกนนำชาวนาจังหวัดชัยนาท ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม และนนทบุรี  เพื่อหามาตรการตอบโต้รัฐบาลและหาทางช่วยเหลือชาวนาที่เดือดร้อนไม่ได้รับเงินจำนำข้าว เบื้องต้นมีมติว่าทำการปิดถนนสายหลักในหลายจังหวัด โดยจะดำเนินการพร้อมกันในวันที่ 5 ก.พ.   โดยจุดที่จะทำการปิดถนน ประกอบด้วย  ลาดบัวหลวง-พระนครศรีอยุธยา, แยกวังมะนาว-ราชบุรี, สายเอเชียบางปะหัน-พระนครศรีอยุธยา, ลำตะคอง- นครราชสีมา  และพิจิตร


มติชาวนาภาคตะวันตกปิดถนน3ก.พ. 

               นายระวี รุ่งเรือง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนภาคตะวันตก ร่วมกับตัวแทนชาวนาในจ.ราชบุรี จ.กาญจนบุรี จ.นครปฐม และจ.เพชรบุรี กว่า 50 คน ได้หารือร่วมกัน ที่ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านรางไม้แดง หมู่ 6 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี ต่อปัญหาที่ยังไม่ได้รับเงินในโครงการรับจำนำข้าว โดยมติในที่ประชุมของชาวนาภาคตะวันตกได้ข้อสรุปว่า ชาวนาในภาคตะวันตกทั้งหมด จะรวมตัวกันปิดถนนที่บริเวณถนนเพชรเกษม ใกล้กับสามแยกวังมะนาว โดยจะปิดทั้งขาขึ้นกทม.และขาลงใต้ ทั้งสองเส้นทาง ในวันที่ 3 ก.พ. เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป  และจะไม่มีการเจรจาใดๆจนกว่าชาวนาจะได้เงิน


ชาวนากาฬสินธุ์เฮ ธ.ก.ส.ให้เงินใช้หนี้

               การนำใบประทวนโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาลผลิต 2556/2557 ของเกษตรกร จ.กาฬสินธุ์มาขึ้นเงินกับ ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์และธ.ก.ส.สาขา ตามอำเภอต่างๆทั้ง 18 แห่ง หลังจากธ.ก.ส.ได้รับเงินอนุมัติจากรัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์ที่ขายข้าวได้  เพื่อมาดำเนินการจ่ายเงินงวดล่าสุด 75 ล้านบาท   โดยในช่วงเช้าพบว่าบรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะธ.ก.ส.สาขากาฬสินธุ์ เนื่องจากมีเกษตรกรนำใบประทวนมาขึ้นเงินกับธ.ก.ส.จำนวนมาก  ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่ได้นัดมารับเงินจำนวน 70 ราย ชาวนาส่วนใหญ่รู้สึกดีใจที่ได้รับเงินจากน้ำพักน้ำแรงในการทำนาของตนเอง หลังตั้งหน้าตั้งตารอเงินมานานกว่า 3 เดือน เพื่อที่จะเอาเงินไปใช้หนี้สินที่กู้ยืมมา

               นายกิติภูมิ พรหมภัทร์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขากาฬสินธุ์ กล่าวว่า ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์ และธ.ก.ส.สาขาต่างอำเภอทั้ง 18 แห่ง นัดเกษตรกรนำใบประทวนมาขึ้นเงินโครงการรับจำนำข้าว  หลังจากได้รับเงินอนุมัติจากรัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์งวดล่าสุด จำนวน 75 ล้านบาท จึงทำให้บรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้ง  ทั้งนี้ธ.ก.ส.กาฬสินธุ์จ่ายเงินให้กับเกษตรกรแล้ว 12,019 ราย รวมเงิน 895 ล้านบาท เหลืออีก 25,741 ราย วงเงินกว่า 1.7 พันล้านบาท แต่เกษตรกรก็มีความเข้าใจในปัญหาของรัฐบาล ทั้งนี้คาดว่าจะได้รับการอนุมัติเงินและดำเนินการจ่ายให้กับเกษตรกรที่เหลือภายในวันที่ 15 มี.ค. 57  เพราะเชื่อว่ารัฐบาลจะดำเนินการกู้เงินมาจ่ายให้กับเกษตรกรได้อย่างแน่นอน


"นิวัฒน์ธำรง"ยันเดือนม.ค.รัฐบาลระบายข้าวได้8.6แสนตัน

               นายนิวัฒน์ธำรงค์ บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงต่อกรณีที่รัฐบาลถูกโจมตีในเรื่องของการะบายข้าวว่า ที่ผ่านมาแม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการ ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ได้ระบายข้าวตามโครงการรับจำนำข้าวอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเดือนมกราคมนี้ สามารถระบายข้าวได้ ประมาณ 8.6 แสนตัน ซึ่งเป็นการขายให้กับภาคเอกชนในต่างประเทศ ส่งมอบภายใน 6 เดือน พร้อมยืนยัน ที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามระบายข้าวในทุกรูปแบบปีละ 7-9 ล้านตัน แต่หลังจากการประกาศยุบสภา ยอมรับว่ามีอุปสรรค ตาม กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 วรรค 3 ว่าด้วยรัฐบาลไม่สามารถทำสัญญาที่ผูกพันกับรัฐบาลชุดต่อไปได้ ทั้งนี้ ภายใน 2 วัน จะมีความชัดเจน ว่า ทางรัฐวิสาหกิจจีนเป่ยต้าฮวง จะยกเลิกการซื้อขายแบบจีทูจี กับรัฐบาลไทย จำนวนหนึ่งล้านตันหรือไม่ เนื่องจากรัฐวิสาหกิจ ไม่มีความมั่นใจหลังจากที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งป.ป.ช.ได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนโครงการนี้

 

"วราเทพ"ย้ำรบ.เร่งหาเงินมาจ่ายจำนำข้าว

               นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่ยังมีชาวนาออกมาชุมนุมประท้วงเรียกร้องขอรับเงินจำนำข้าวเปลือกจากรัฐบาล ว่า รัฐบาลมีความเห็นใจและเข้าใจชาวนาที่กำลังประสบความเดือดร้อนในขณะนี้ ขณะเดียวกันขอขอบคุณชาวนาจำนวนมากที่เข้าใจรัฐบาลเช่นเดียวกัน ทั้งนี้หลังจากที่รัฐบาลประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรแล้ว หลายหน่วยงานได้เร่งดำเนินการหาเงินมาจ่ายให้กับชาวนา ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการพาณิชย์ที่เร่งระบายข้าวสาร และกระทรวงการคลังที่จัดหาแหล่งเงินกู้ให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)เพื่อนำไปจ่ายให้กับชาวนา แต่ติดขัดปัญหาที่มีการมองว่าตอนนี้รัฐบาลอยู่ในระหว่างการเลือกตั้ง จะสามารถดำเนินการเรื่องเหล่านี้ได้หรือไม่ อย่างไร จึงส่งผลให้เกิดความล่าช้าในเรื่องของความชัดเจน เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจงทำความเข้าใจและความชัดเจนเสียก่อน ซึ่งต้องใช้เวลาอยู่บ้าง

               นายวราเทพ กล่าวอีกว่า ตนอยากขอร้องไปยังผู้ที่ออกมาคัดค้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีเจตนาแอบแฝงว่าการสร้างสิ่งที่เป็นผลกระทบต่อชาวนาเพื่อให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายตัวเองนั้นจะยิ่งซ้ำเติมชาวนาให้ได้รับเงินจำนำข้าวล่าช้าไปอีก จึงอยากให้เห็นใจชาวนาและเข้าใจว่ารัฐบาลไม่ได้มีเจตนาที่จะดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่โครงการรับจำนำข้าวได้ดำเนินการมาตั้งแต่รัฐบาลเข้าบริหารประเทศในปีแรก อีกทั้งเป็นโครงการที่มีประโยชน์กับชาวนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วง 2 ปีแรก ชาวนามีรายได้มากขึ้นจนสามารถนำไปชำระหนี้สินต่างๆ แต่ในปีนี้ประสบปัญหาเรื่องของการดำเนินการที่อยู่ระหว่างการเป็นรัฐบาลรักษาการ ส่วนข้อกังวลว่าอาจมีการทุจริตในโครงการดังกล่าวนั้น ที่จริง การดำเนินการโครงการใดก็ตาม ต้องแยกเรื่องของประโยชน์ของโครงการ กับปัญหาการทุจริตออกจากกัน โครงการรับจำนำข้าวเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมากในหลายฝ่าย ตนจึงไม่อยากให้นำเรื่องของกระบวนการตรวจสอบทุจริตไปปะปนกับการสร้างผลกระทบต่อการจ่ายเงินให้กับชาวนา ทั้งนี้ ถ้าตรวจพบว่ามีการทุจริต ก็ต้องมีการดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ส่วนการจะนำเรื่องการทุจริตไปสกัดกั้นไม่ให้จ่ายเงินแก่ชาวนานั้น ถือเป็นผลเสียต่อชาวนา

 

"อดีตบิ๊กคลัง"ฉะกฤษฎีกาไร้อำนาจชี้ขาดปมกู้จำนำข้าว

               นายเฉลิมชัย วสีนนท์ อดีตอธิบดีกรมสรรพสามิต นิติกรกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง และอดีตรองประธานศาลปกครองสูงสุด ให้สัมภาษณ์พิเศษ "กรุงเทพธุรกิจ" ถึงปัญหาการเปิดให้สถาบันการเงินเข้าประมูลสินเชื่อในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่ารัฐบาลสามารถกู้เงินจำนวน 1.3 แสนล้านบาทเพื่อใช้จ่ายในโครงการรับจำนำข้าวได้โดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ในส่วนที่เป็นข้อห้ามของรัฐบาลรักษาการในการอนุมัติงานหรือโครงการที่ส่งผลผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไป

               นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ขณะนี้ในสังคมกำลังเถียงกันว่าความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกานั้น เป็นของเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนเดียว คือเป็นความเห็นส่วนตัว หรือเป็นขององค์คณะ เรื่องนี้มองว่าไม่ใช่ประเด็น เพราะถึงอย่างไรเสียคณะกรรมการกฤษฎีกาก็ไม่ใช่องค์กรผู้ชี้ขาดตามกฎหมาย ฉะนั้นแม้จะเป็นความเห็นขององค์คณะ หรือที่ประชุมใหญ่กฤษฎีกาเลย ก็ไม่ใช่ประเด็นอยู่ดี

               เขากล่าวต่อว่า การกู้เงินในโครงการรับจำนำข้าวขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 181 หรือไม่ อยู่ที่การพิจารณาหรือตีความบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ สมมติต่อไปมีผู้ไปยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งเชื่อว่าสามารถยื่นได้เพราะปัญหาเกิดขึ้นแล้ว และศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการดำเนินการของรัฐบาลกระทำไม่ได้ อะไรจะเกิดขึ้น

               "หากศาลชี้อย่างนั้น ต่อไปรัฐบาลจะจ่ายเงินแผ่นดินในเรื่องนี้ไม่ได้เลย ออกกฎหมายกู้เงินก็ไม่ได้ ออกเป็นกฎหมายพิเศษก็ไม่ได้ ใช้งบประมาณรายจ่ายก็ไม่ได้ เพราะการกระทำมันไม่ชอบเสียแล้ว" นายเฉลิมชัยซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาศาลปกครองสูงสุด ระบุ

               เขากล่าวอีกว่า ในส่วนของผู้ให้กู้ หมายถึงสถาบันการเงินต่างๆ หากคาดได้อยู่แล้วว่าผู้กู้ไม่มีความสามารถในการทำนิติกรรม ย่อมเข้าข่ายมีความผิดด้วย และจะถูกฟ้องร้องทางแพ่ง ยกตัวอย่างผู้เยาว์ทำนิติกรรมไม่ได้ แต่กลับปล่อยให้ทำนิติกรรม สถาบันการเงินรู้อยู่แล้วว่าทำไม่ได้ แต่ยังไปฝืนทำ ก็ต้องถูกฟ้องร้องทางแพ่ง สำหรับข้าราชการ หากไปฝืนทำ ก็จะไม่สามารถอยู่ได้อย่างสงบสุข จะโดนดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญาอย่างแน่นอน

               "ผมเคยเป็นกรรมการกฤษฎีกา เคยอยู่กรมบัญชีกลาง เคยเป็นอธิบดีกรมสรรพสามิต ทราบเรื่องนี้ดี ฉะนั้นความเห็นของกฤษฎีกาไม่ใช่ประเด็น ไม่ว่าจะเป็นความเห็นของตัวเลขาธิการเอง ความเห็นขององค์คณะ หรือแม้แต่ที่ประชุมใหญ่ก็ตาม ก็ลองย้อนดูว่ากี่เรื่องแล้วที่ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาพอไปถึงศาลแล้วแพ้ เมื่อก่อนศาลไม่ค่อยกลับความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกานะ แต่เดี๋ยวนี้ตั้งใครเข้าไปบ้างก็ลองไปดูก็แล้วกัน ทำไมความเห็นถึงถูกกลับเป็นประจำ"

               ผู้สื่อข่าวถามว่าท่าทีของรัฐบาลในเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร นายเฉลิมชัย กล่าวว่า รัฐบาลก็คงดึงดันเดินหน้าต่อไป เพราะการจ่ายหรือไม่จ่ายเงินให้กับชาวนามีผลต่อการเลือกตั้งอย่างมาก และรัฐบาลต้องการนำผลการเลือกตั้งไปอ้างความชอบธรรมว่าเป็นรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งเสียงข้างมาก แต่ถ้ารัฐบาลจ่ายเงินชาวนาไม่ได้ ผ่านเลือกตั้งไปเป็นเดือนแล้วก็ยังจ่ายไม่ได้ ก็จะยิ่งสร้างความเสียหาย และรัฐบาลก็คงอยู่ยาก ฉะนั้นคิดว่ารัฐบาลคงเดินหน้ากู้ต่อไปและจะไม่ลาออก

               "รัฐบาลนี้คงไม่ไปด้วยเหตุของการชุมนุม แต่จะไปด้วยกฎหมาย ให้ลาออกเขาก็ไม่ยอมหรอก เพราะถ้าลาออกเขาก็อยู่เมืองไทยไม่ได้ ไม่ใช่แค่ตัวเขา แต่บริวารเขาอีกเท่าไร รัฐบาลชุดนี้จะไปด้วยคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง"

               นายเฉลิมชัย ยังกล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ.... มูลค่า 2 ล้านล้านบาท หรือร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านฯ ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ไม่ขอก้าวล่วงการพิจารณาของศาล แต่หากเป็นไปตามที่รัฐบาลและคณะกรรมการกฤษฎีกาชี้ว่าเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทไม่เป็นเงินแผ่นดิน บอกได้คำเดียวว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะตรวจสอบไม่ได้เลย เพราะกฎหมาย สตง.ระบุชัดว่า สตง.มีหน้าที่ตรวจสอบเงินแผ่นดิน เมื่อไม่เป็นเงินแผ่นดินก็ตรวจสอบไม่ได้

               คำถามคือศาลรัฐธรรมนูญจะกล้าชี้หรือไม่ว่าเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทไม่เป็นเงินแผ่นดิน ส่วนเป็นเงินแผ่นดินแล้วต้องจ่ายผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือไม่ ส่วนตัวไม่ขอตอบ