
ศาลคุ้มครอง'ฉุกเฉิน'ใช้'มั่นคง'แทน
'ธาริต' แย้มปฏิบัติงานตามโครงสร้าง 'ศรส.' เหมือนเดิมภายใต้พ.ร.บ.มั่นคง หากศาลคุ้มครองพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
31 ม.ค. 57 เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ บช.ปส. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการศรส. แถลงภายหลังการประชุมคณะทำงานศรส.ประจำวันที่ 31 ม.ค.ว่า จากการที่ศรส.ได้มีมตินัดเจรจากับกลุ่มกปปส.เพื่อขอไม่ให้ขัดขวางการเลือกตั้ง 2 ก.พ. นั้นพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร. ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจา ได้พยายามติดต่อผ่านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส. ซึ่งได้คำตอบว่านายสุเทพ ไม่ขอเจรจาด้วย โดย พล.ต.ท.จักรทิพ จะได้พยายามนัดหมายต่อไป
นายธาริต กล่าวว่า ศรส. ขอเชิญชวนประชาชนไปออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง โดยนอกจากจะเป็นการใช้สิทธิแล้ว กฎหมายยังกำหนดให้เป็นหน้าที่ด้วย การไม่ไปใช้สิทธิจะทำให้ต้องเสียสิทธิ์บางประการตามกฎหมาย โดยศรส.จะจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเข้าดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนประจำทุกหน่วยเลือกตั้ง รวมทั้งจะมีชุดเคลื่อนที่เร็วเข้าแก้ไขสถานการณ์ตามความจำเป็นอีกด้วย ทั้งนี้ ในวันที่ 2 ก.พ. ศรส. ได้จัดตั้งหน่วยพิเศษเพื่อให้ข้อมูลการจราจรและความปลอดภัยต่างๆ แก่ประชาชนที่หมายเลข 1599 ตลอดเวลา นอกจากนี้ศรส.ได้ประสานการปฏิบัติกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองทัพภาค ที่จะดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนทั่วประเทศด้วยแล้ว
นายธาริต กล่าวว่า การที่กปปส.ประกาศจะระดมคนออกมาชุมนุมในท้องถนนและปิดล้อม หน่วยเลือกตั้งและสำนักงานเขตทั่วทั้งกทม.นั้น ศรส. ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน อย่าได้ออกมาชุมนุม เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งกฎหมายเลือกตั้ง และกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน ประการสำคัญจะเป็นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของพี่น้องประชาชนด้วย กรณีการขัดขวางการเลือกตั้ง จึงไม่ใช่เรื่องการเมืองกับการเมือง แต่เป็นการขัดขวางสิทธิของประชาชนด้วยกัน โดยการขัดขวางการเลือกตั้งเป็นความผิดที่ฉกรรจ์ มีโทษจำคุก 1 ปี ถึง 5 ปี ตามมาตรา 152 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2550 ดังตัวอย่างเมื่อที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา ศาลจ.สมุทรสาคร ได้อนุมัติหมายจับดำเนินคดีกับผู้ไปขัดขวางการเลือกตั้งแล้วด้วย ซึ่งจะมีการดำเนินคดีกับทุกๆ รายที่ไปขัดขวางการเลือกตั้งภายในกำหนดอายุความ จึงขอร้องประชาชนอย่าได้ไปขัดขวางการเลือกตั้งตามคำชักชวนของกปปส. เป็นอันขาด เพราะท่านจะมีความผิดติดตัวอย่างแน่นอน โดย ศรส.จะจัดเจ้าหน้าที่บันทึกภาพผู้กระทำผิดไว้ทั้งหมด รวมทั้งขอให้พี่น้องประชาชนที่พบเห็นการขัดขวางการเลือกตั้งถ่ายภาพไว้แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอดเวลา
นายธาริต กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 3 ก.พ. จะมีการทยอยเปิดส่วนราชการให้กลับมาบริการประชาชนตามปกติ ยกเว้นบางสถานที่ที่อยู่ใจกลางการชุมนุมก็อาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง นอกจากนี้เพื่อดำเนินการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ศรส.จึงได้มอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการขอหมายจับแกนนำ กปปส. ที่กระทำผิดกฎหมายต่อไป โดยได้ยื่นขออนุญาตศาลอาญาอีกครั้งหนึ่งเมื่อวานนี้คือ วันที่ 30 ม.ค. รวม 19 ราย โดยได้เสนอพยานหลักฐานต่อศาลอย่างครบถ้วนว่าหลังจากมีการประกาศใช้กฎหมายในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว แกนนำกปปส. ก็ยังคงกระทำผิดโดยการร่วมกันไปปิดล้อม กีดกัน ขับไล่ ไม่ให้มีการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างชัดแจ้ง และศรส. ได้สั่งการให้สถานีตำรวจทุกแห่งทุกท้องที่ เร่งรัดดำเนินคดีกับบุคคลใดๆ ที่ไปทำการขัดขวางการเลือกตั้งทั้งในวันที่ 26 ม.ค. และที่อาจเกิดการกระทำผิดในวันที่ 2 ก.พ. ด้วย
นายธาริต กล่าวถึงกรณีศาลแพ่งเตรียมพิจารณาออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวกรณีที่มีผู้ร้องขอให้คุ้มครองชั่วคราวโดยอ้างรัฐบาลประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยมิชอบในช่วงบ่ายวันนี้ (31 ม.ค.) ว่า ถ้าศาลออกคำสั่งคุ้มครองเฉพาะการใช้กำลัง ซึ่งมีแนวโม้มว่าจะเป็นอย่างนั้นศรส.ไม่มีปัญหาเพราะเราไม่ใช้กำลังอยู่แล้ว แต่ถ้าคุ้มครองการบังคับใช้ทั้งหมดที่ประชุมศรส.ได้มีการหารือว่า คงจะต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมครม. เพราะการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ประกาศโดยครม. ซึ่งการจะคงไว้ ยกเลิก หรือยื่นอุทธรณ์ ก็ต้องทำโดยครม.
อย่างไรก็ตามได้มีการเตรียมการในระดับหนึ่งไว้ว่าหากในที่สุดศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และครม.เห็นชอบให้ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็มีแนวโม้มว่าจะกลับไปใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง แต่จะไม่ใช้เหมือนช่วงที่ผ่านมา โดยจะจัดโครงสร้างการดำเนินการเหมือนกับศรส. ยกเว้นการใช้กำลัง ซึ่งเราไม่ใช้อยู่แล้ว และการออกหมายจับตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน (หมายฉ.) โดยจะใช้หมายจับตามป.วิอาญา ตามเดิม ส่วนวิธีปฏิบัติอย่างอื่นสามารถทำได้หมดว่าจะเป็นพ.ร.บ.ความมั่นคง หรือพ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยมิติการบูรณาการในส่วนของกำลังก็จะทำเหมือนเดิม ทั้งการตั้งศูนย์ที่บช.ปส.ทั้งนี้ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคในการขอคืนพื้นที่ราชการแต่อย่างใดเพราะเราเน้นการเจรจาเป็นหลัก



