
'เด็จพี่'ซัด'เทือก'เลิกขวางเลือกตั้ง
'พร้อมพงศ์' ซัด 'สุเทพ' เลิกขวางเลือกตั้ง อัด 'สมชัย' ทำตัวไม่เหมาะสม ตั้ง 5 คำถาม เหตุไม่เคยตำหนิ 'กปปส.' ด้าน 'พงศ์เทพ' ย้ำกฤษฎีกาเลือกตั้งออกครั้งเดียว
30 ม.ค. 57 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ออกมาประกาศปิดถนนทั่วกรุงเทพฯ ล้มเลือกตั้งใหญ่ 2 กุมภา เพื่อขัดขวางการเลือกตั้ง ตนมองว่า เป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ถือเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ เป็นปฏิปักษ์ต่อประชาชน เนื่องจากการเลือกตั้ง เป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญของระบอบประชาธิปไตย ที่ให้ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจประชาธิปไตยได้ใช้สิทธิของตนในการเลือกตั้งผู้แทนประชาชน เพื่อทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร การขัดขวางการเลือกตั้งของกลุ่มนายสุเทพ กับพวก เท่ากับทำลายสิทธิของประชาชน รวมถึงทำลายชาติ และการที่นายสุเทพ ได้เรียกร้องให้มีการจัดตั้งสภาประชาชนโดยอ้างการปฏิรูปการเมือง จึงไม่ใช่เป็นการกระทำที่เป็นระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นระบอบเผด็จการหรืออนาธิปไตยที่ทั่วโลกไม่ยอมรับ ทำให้ประเทศถอยหลังเข้าคลอง
ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้ประชาชนทั่วประเทศออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากๆ เพื่อแสดงพลังให้นายสุเทพและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้เห็นว่าประชาชนต่อต้าน ไม่เอาอำนาจนอกระบบ แต่ต้องการประชาธิปไตย โดยการตัดสินใจของประชาชนเอง ดังนั้น จึงขอเรียกร้องไปยังนายสุเทพ กับพวก หยุดหลอกลวงประชาชน ได้แล้วว่าจะปฏิรูปประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ เพราะเป็นเรื่องลวงโลก เพราะถือเป็นการโกหกหน้าด้านๆ ที่สุด เพราะแม้แต่ประชาชนเขาจะใช้สิทธิเลือกตั้ง 2 กุมภา ก็ไปขัดขวางประชาชน โดยจะปิดกรุงเทพฯ แล้วจะมาอ้างเรื่องการปฏิรูปเพื่อเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้อย่างไร ก่อนที่นายสุเทพ จะปฏิรูปการเมือง ขอให้ปฏิรูปตัวเองกับพวกให้เคารพหนึ่งเสียงหนึ่งสิทธิของประชาชนเสียก่อน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่ออีกว่า ตนได้รวบรวมหลักฐานการกระทำผิดของนายสุเทพกับพวก ที่ขัดขวางการเลือกตั้ง เพื่อล้มล้างการปกครอง โดยจะให้ฝ่ายกฎหมายแจ้งความดำเนินคดีในข้อหากบฏ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 และความผิดฐานอื่น ตามกฎหมายเลือกตั้ง ต่อกองปราบปราม และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่วนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ร่วมสนับสนุน ก็จะมีการร้องต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองเพิ่มเติม เพื่อยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพบหลักฐานว่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับม็อบนายสุเทพเป็นจำนวนมาก ซึ่งผิดกฎหมาย พรบ.พรรคการเมือง โดยจะยื่นวันที่ 3 ก.พ.หลังเลือกตั้ง
จี้ทหารบอกให้ชัด หากวุ่นวายออกมาอย่างไร
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่มีการติดตั้งกล้องขนาดเล็ก ในรถสุขาของกทม.ที่ส่งไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้งาน ในกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ว่า แม้ผู้ว่าฯกทม. จะออกมาระบุแล้วว่า การติดตั้งกล้องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการสอดแนม ศรส. แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ควรมีการติดตั้งกล้องในห้องสุขา เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ประชาชน และอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย และเรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบว่าเป็นการสอดแนมหรือไม่ หากเป็นการสอดแนมก็จะถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายด้วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อถึงกรณีที่ทหารออกมาระบุว่า หากมีการจลาจลเกิดขึ้นทหารอาจต้องออกมา ว่า ขอให้พูดให้ชัดว่าที่จะออกมานั้น ออกมาอย่างไร เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะเป็นการเข้าทางกปปส. และหากออกมาเหมือนปี 49 เชื่อว่าประชาชนก็รับไม่ได้ และจะกลายเป็นการซ้ำเติมปัญหาคนที่ต้องการเลือกตั้งเขาก็คงไม่ยอม
อัด 'สมชัย' ทำตัวไม่เหมาะสม ตั้ง 5 คำถาม เหตุไม่เคยตำหนิ 'กปปส.'
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง นำเรื่องที่ได้หารือร่วมกับรัฐบาลมาโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า การกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นวุฒิภาวะของนายสมชัย เพราะกกต. คนอื่นๆ ไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นแต่อย่างใด พร้อมทั้งมองว่าการวางตัวของนายสมชัย น่าจะไม่เหมาะในการดำรงตำแหน่ง กกต. และขอให้คำนึงถึงจิตวิญญาณที่ต้องจัดการเลือกตั้งด้วย
ทั้งนี้ขอตั้งคำถามไปยัง กกต. โดยเฉพาะนายสมชัย 5 ข้อ ประกอบด้วย
1. เหตุใดจึงคิดแต่เลื่อนการเลือกตั้ง ไม่คิดหาวิธีที่จะจัดการการเลือกตั้งให้เรียบร้อย
2. ทำไม กกต. ไม่เคยพูดถึง หรือตำหนิการกระทำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. ที่ขัดขวางการเลือกตั้ง
3. ทำไม กกต. ไม่นำทีมไปเจรจากับ กปปส. หรือเตือนว่าการขัดขวางการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายบ้าง
4. หลังจากที่ กปปส. ออกมาขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค. ทำไม กกต.ไม่ออกมาประณามการกระทำดังกล่าว ทั้งที่มีผู้ออกมาประณามเป็นจำนวนมาก
5. ทำไมก่อนการเลือกตั้ง 2 ก.พ. กกต. ไม่เดินทางไปเจรจากับ กปปส. เหมือนที่เดินทางไปเจรจากับรัฐบาลบ้าง และขอเรียกร้องให้ กปปส. รณรงค์ให้ผู้ที่เห็นด้วยโหวตโน เพื่อแข่งกับเสียงของประชาชนที่ออกไปเลือกตั้ง
"ขอให้ กกต.ไปขอการสนับสนุนการจัดการเลือกตั้งจาก ผบ.เหล่าทัพ ทั้งนี้ตนเชื่อว่าหาก กกต. เดินหน้าเต็มที่ แม้การเลือกตั้ง 2 ก.พ. อาจจะไม่ราบรื่น แต่ก็จะทำให้ลุล่วงไปได้"
'พงศ์เทพ' ย้ำกฤษฎีกาเลือกตั้งออกครั้งเดียว
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนแจ้งวัฒนะ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข้อสังเกตว่า การจัดการเลือกตั้ง ต้องเป็นวันเดียวทั่วประเทศ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ ว่า เรื่องนี้ตามพระราชกฤษฎีกายุบสภาได้กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไปไว้ และกำหนดว่าต้องเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 2 ก.พ.นี้ หากไม่กำหนดเช่นนี้ ก็จะไปเขียนได้ว่าจังหวัดนั้นให้เลือกวันนั้นจังหวัดนี้ให้เลือกวันนี้ ซึ่งเจตนาไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น จึงกำหนดให้เป็นวันเดียว
อย่างไรก็ตาม หากมีปัญหาในเขตเลือกตั้งใดไม่สามารถลงคะแนนได้ วันเลือกตั้งก็จะไม่ตรงกับที่กำหนดเอาไว้อยู่แล้ว เพราะไม่สามารถดำเนินการจัดให้เสร็จในวันเดียวที่มีปัญหาได้ และถ้าจะต้องเลือกตั้งอีกเพราะมีปัญหาก็สามารถทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ และถือว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จะยกเหตุผลว่าไม่ใช่การเลือกตั้งวันเดียวทั่วประเทศก็คงจะไม่เกี่ยวกัน
เมื่อถามว่านายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานรัฐสภา ระบุว่า หากไม่จัดการเลือกตั้งภายในวันเดียว อาจส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า วันเลือกตั้งถูกกำหนดไว้แล้ว ตนยกตัวอย่างกรณีที่ กกต.ไม่สามารถทำให้ผู้ที่ตั้งใจลงสมัครรับเลือกตั้งทำการสมัครในบางเขตได้ ก็ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ในเขตเหล่านั้น นอกจากนั้นในอดีตเคยมีกรณีที่ กกต.ไม่ประกาศผลการเลือกตั้ง หรือให้ใบแดง ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ในหลายเขต และไม่ปรากฏว่ามีปัญหา ยืนยันว่า สามารถทำได้ ถ้าบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา
"เรื่องนี้คงไม่ปรึกษากับ กกต. เพราะเคยจัดการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง และตั้งแต่มี กกต.มา เมื่อใดก็ตามที่ยังไม่ได้ประกาศรับรองผลให้มี ส.ส.ครบ ไม่เคยมีการตราพระราชกฤษฎีกาใหม่" นายพงศ์เทพ กล่าวและว่า ตนไม่ห่วง หากองค์กรที่บังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะองค์กรที่ทำหน้าที่ตัดสินคดี ถ้าทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่น่าเป็นห่วง ไม่มีปัญหา
เมื่อถามว่า เมื่อเกิดความเห็นที่ไม่ตรงกัน จำเป็นต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่หน่วยงานที่จะให้คำปรึกษาใคร แต่จะพิจารณาเมื่อมีเหตุการณ์ หรือความขัดแย้งเกิดขึ้นก่อน
ชี้ 'เลือกตั้งโมฆะหรือไม่' ต้องรอหลังลต.
นายคณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.นี้ หากไม่เลือกวันเดียวกันทั่วประเทศหลายฝ่ายเกรงว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ ว่า โมฆะหรือไม่ คือหลังจากการเลือกตั้งไปแล้วและมีการฟ้องศาล ซึ่งต้องมีเหตุผลบอกว่าเป็นอย่างไร การพูดแบบนี้เหมือนเป็นการข่มขู่ประชาชน จะบอกล่วงหน้าไม่ได้อย่างที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) บางคนบอก เมื่อผ่านการเลือกตั้งไปแล้ว เขตใดมีปัญหา กกต.ก็มีอำนาจให้ลงคะแนนใหม่ เลื่อนวันใหม่ จนกว่าจะเรียบร้อย ส่วนการที่ไม่มีผู้สมัครก็เลื่อนสมัคร และสมัครที่ไหนก็ได้ คาดว่าจะกำหนดได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ และเขตที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียวก็ต้องมีผู้มาใช้สิทธิอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็นต์
"ทั้งนี้เราจะคาดเดาล่วงหน้าไม่ได้ ถ้ามีพฤติกรรมบางอย่างเป็นเหตุฟ้องศาลค่อยว่ากัน และการลงคะแนนไม่ได้ก็อยู่ในอำนาจ กกต.ที่จะดำเนินการต่อไป ไม่ได้มีกำหนดเวลาตายตัว นอกจากนี้หากภายใน 30 วันหลังจากวันที่ 2 ก.พ.ยังไม่สามารถเปิดสภาได้นั้น ผมยังตอบไม่ได้เพราะยังไม่ได้เกิด แต่ก็เป็นหน้าที่ของกกต.ที่จะแก้ไข อย่าคาดการณ์เกินกว่าเหตุ และดูเหมือนจะเป็นการละเลย ของคนมีอำนาจในการแก้ไข ต้องดำเนินการต่อไป อย่าทำให้ดูเหมือนเป็นการส่งเสริมแนวคิด คนที่จะขัดขวางการเลือกตั้ง และที่สำคัญ กกต.ควรมีคำอธิบายในเรื่องนี้"
เมื่อถามว่าในส่วนของพรรคเพื่อไทยมีการหารือเรื่องนี้หรือไม่ นายคณิน กล่าวว่า เราทำอะไรไม่ได้มาก ส่วนของรัฐบาลก็ดูแลและขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่รัฐช่วยดูแล ทั้งตำรวจ ทหาร ข้าราชการ แต่กองทัพมีท่าทีเฉยเกินไป ในการช่วยเหลือรัฐบาลผลักดันการเลือกตั้งให้ไปได้ อย่างไรก็ตามอยากเรียกร้องกกต.เพราะมีหน้าที่ในการป้องกัน หลัง 2 ก.พ.หน่วยไหนไม่มีปัญหา ก็ประกาศชื่อส.ส.แล้วมาเก็บตก การเลือกตั้งจริงๆ แล้วง่าย แต่บังเอิญโชคร้าย มีกกต.บางคนไม่ค่อยเต็มใจ ส่วนหากมีผู้ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ และหลายฝ่ายเกรงว่าจะเป็นเหมือนเดือน เม.ย. 49 นั้น เวลาผ่านมานานคงไม่เป็นเหมือนเดิมเพราะคนละเหตุผล ครั้งนี้คือการขัดขวางของฝ่ายการเมืองฝั่งตรงข้าม



