
'ชัยวัฒน์'หนุน'โหวตโน'ลดรุนแรง!
'ชัยวัฒน์' หนุนแนวทาง 'โหวตโน' ลดความรุนแรง แนะ 'กกต.' กำหนดเป็นคะแนนคนค้านเลือกตั้ง เผยแนวทางทำงานเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปเจาะฐานมวลชน-ให้ทางออกอื่นกับปชช.
30 ม.ค. 57 นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่าสำหรับการเลือกตั้งทั่วไป วันที่ 2 ก.พ.ที่หลายฝ่ายเป็นห่วงเรื่องความขัดแย้งที่รุนแรงจนเกิดการเผชิญหน้า ตนมองว่ามีทางออกที่ไม่ทำให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น คือ การออกไปเลือกตั้งและทำบัตรเสีย ตามข้อเสนอของนายโคทม อารียา ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี ที่ระบุว่า ให้ทำเครื่องหมายกากบาทซ้ำกัน 2 รอบในช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) หรือทำตามข้อเสนอขอนายมีชัย ฤชุพันธ์ อดีตประธานวุฒิสภา ที่ให้ไปออกเสียง Vote No แต่ทั้งนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องพิจารณาและออกหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับการทำบัตรเสียดังกล่าวว่าเป็นการแสดงสิทธิ์ของผู้ที่คัดค้านการเลือกตั้ง
"พรรคเพื่อไทย ต้องการให้คนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่คนที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งควรจะถูกนับด้วย ซึ่งตามสถิติการเลือกตั้งรอบที่ผ่านมา มีบัตรเสีย มากถึง 1.3 ล้านใบ ส่วนบัตร Vote No มีเพียง 6 แสน - 7 แสนใบ ดังนั้นคนที่ไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งต้องทำอย่างไร ผมมองว่าหากไปใช้สิทธิ์ และไม่ลงคะแนนหรือทำบัตรเสีย จึงสอดคล้องข้อเสนอของ กปปส. และรัฐบาลที่สุด และเป็นตัวเลือกที่ลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้"
นายชัยวัฒน์ กล่าวด้วยว่า การเจรจาเพื่อลดความขัดแย้งรุนแรง ไม่ใช่นำตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ , น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. มานั่งเจรจากัน เพราะตนเชื่อว่าเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปไม่ได้มีอำนาจหรือบารมีมากพอ แต่หากมีการเสนอทางเลือกอื่นให้กับมวลชนของกลุ่มสีต่างๆ พิจารณาบนพื้นฐานความเชื่อว่ามวลชนดังกล่าวเป็นผู้มีสติและปัญญา จะทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้
"ผมเชื่อว่าผู้นำมวลชนต้องฟังเสียงของประชาชนที่มาดำเนินชีวิตบนถนน ผมเชื่อว่ามีความเห็นที่หลากหลายไม่ได้คล้อยตามผู้นำอย่างเดียว ดังนั้นอย่ายึดติดกับวิธี เราคุยได้แบบฉันท์มิตร มีมิตรภาพฐานะความเป็นพลเมืองร่วมกันได้"
73องค์กรร่วมเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป
เมื่อเวลา 11.00 น. ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล 73องค์กรภาคประชาชน, สื่อมวลชน, ภาคธุรกิจ-วิชาชีพ, องค์กรภาควิชาการ ร่วมเปิดตัวเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป เพื่อผลักดันและขับเคลื่อนกระบวนการปฏิรูปประเทศบนวิถีทางประชาธิปไตยให้เกิดความสำเร็จ โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ สถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์ของเครือข่าย เรื่อง หยุดความรุนแรง เริ่มเจรจา เดินหน้าปฏิรูป โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแสดงเจตจำนงเพื่อร่วมกันแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งเพื่อให้สังคมไทยเดินหน้า โดย 1.หยุดความรุนแรง การยั่วยุ ลดการเผชิญหน้า และยุติการส่งเสริมให้เกิดความเกลียดชังระหว่างประชาชนและผู้ที่เห็นต่าง ด้วยการเคารพเจตนารมย์ของประชาชน ทั้งกลุ่มที่อยากให้มีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง และกลุ่มที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งก่แนการปฏิรูป, 2.เริ่มต้นเจรจาเพื่อหาทางออกประเทศ ด้วยการให้คู่ขัดแย้งและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมเจรจาในประเด็นการปฏิรูป ไม่ว่าการเลือกตั้งจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่ และ 3.ต้องเดินหน้าปฏิรูปทันที เบื้องน้นจะมีอาสาร่วมสร้างเวทีกลาง และพื้นที่การมีส่วนร่วม เพื่อให้ทุกฝ่ายนำเสนอและแลกเปลี่ยนความเห็นกับการปฏิรูป
นายบัณฑูร กล่าวด้วยว่าประเด็นของการปฏิรูปที่เครือข่ายหารือและตกผลึกร่วมกันระดับหนึ่ง มี 3 เรื่อง คือ 1.ปฏิรูปการเมือง ทั้งการเข้าสู่อำนายและการใช้อำนาจ, 2.การกระจายอำนาจ และ 3.การต่อต้านการคอรัปชั่น เบื้องต้นคาดว่าภายใน 1เดือนนับจากนี้จะมีการจัดเวทีเพื่อรับฟังข้อเสนอของการปฏิรูปทั้ง 3 เรื่อง
ด้านนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม อดีตคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) กล่าวว่า เครือข่ายอาจจะไม่ได้เป็นเวทีกลาง แต่จะเป็นสิ่งที่ช่วยค้นหาทางออกเพื่อไม่ให้สังคมเดินหน้าไปสู่ความเกลียดชัง และความรุนแรง
ขณะที่นายชัยวัฒน์กล่าวว่าต้องยอมรับว่ากลุ่มที่คิดว่าควรมีการเลือกตั้งก่อนการปฏิรูป และกลุ่มที่คิดว่าควรมีการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ถือเป็นความคิดที่ชอบธรรม แต่สิ่งที่จะเป็นทางออกตอนนี้คือการไม่ใช้ความรุนแรง
สำหรับรายชื่อ 73 องค์กรเครือข่ายที่เข้าร่วม อาทิ FTA Watch, Human Right Watch, Nation Group, Sasin Institute for Global Affairs (SIGA), เครือข่ายแก้ปัญหาการคืนสัญชาติคนไทย, เครือข่ายกะเหรี่ยงแห่งประเทศไทย, เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง, สมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ, กลุ่มจับตาความรุนแรง, บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด,คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา35, คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.), คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.), ธนาคารกรุงเทพ, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), ประชาคมพรรคการเมืองเอเชีย/ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย, สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส, ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล, ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.), สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ), สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สำนักข่าวอิศรา, องค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) เป็นต้น
ทั้งนี้ก่อนหน้านั้นได้นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทศ บิดานายสมาพันธ์ ศรีเทศ หรือน้องเฌอ ผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมทางการเมือง ปี 2553 ได้กล่าวบนเวทีเปิดตัวโดยเรียกร้องไปยังผู้ชุมนุม กปปส. ให้ออกไปใช้สิทธิ์ออกเสียงในการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. และให้ลงคะแนนช่องไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No) เพื่อยุติความสูญเสียของประชาชน ส่วนประเด็นการปฏิรูปนั้นตนอยากให้มีการปฏิรูปกองทัพเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเพราะการรัฐประหาร เมื่อ 19 ก.ย.2549



