ข่าว

จับตา2ก.พ.-กปปส.เข้าคูหากาบัตรหรือไม่

จับตา2ก.พ.-กปปส.เข้าคูหากาบัตรหรือไม่

30 ม.ค. 2557

จับตา2ก.พ.-กปปส.เข้าคูหากาบัตรหรือไม่ : ชนิกานต์ พุ่มหิรัญรายงาน

               ภายหลังรัฐบาลใส่เกียร์เดินหน้า ลุยเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ ท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองที่เสมือนอยู่ในภาวะสงคราม รัฐบาลไม่หวั่นเสียงต้านจากกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส.ที่ประกาศกร้าวชัตดาวน์กรุงเทพฯ ให้นายกฯ และรัฐบาลรักษาการลาออกไป

               ระเบิดลูกใหญ่จึงย้อนกลับมาเป็นปัญหาให้ แกนนำ กปปส. ต้องแก้เกมหนัก เพราะหลายฝ่ายต่างจับจ้องมองว่า 2 ก.พ.บรรดาแกนนำมวลมหาประชาชนที่ล้วนแล้วแต่เคยเป็นอดีต ส.ส.จะเดินเข้าคูหาไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่?

               หลังมีกระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์กว่าแกนนำ กปปส. ต้องการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อรักษาสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งต่อไป

               ดังนั้นหากบุคคลเหล่านี้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง คงไม่ต้องฝันหวานว่าจะหวนกลับไปในเส้นทางประชาธิปไตยตามระบบรัฐสภาอีกต่อไป

               กระนั้นก็ดี มาตรา 24 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. ได้เปิดช่องให้ผู้ที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สามารถแจ้งเหตุอันสมควรที่ไม่ไปใช้สิทธิต่อผู้อำนวยการเขตได้ภายใน 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง หรือภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง

               แต่ถึงแม้กฎหมายจะเปิดช่องให้แจ้งเหตุอันที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ แต่กฎหมายก็ระบุว่า การแจ้งเหตุนั้น ต้องเป็นเหตุอันสมควร ตามระเบียบ กกต. เช่น มีธุระจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องเดินทางไปในพื้นที่ห่างไกล เจ็บป่วย พิการ หรือสูงอายุ เดินทางออกนอกราชอาณาจักร หรือมีเหตุสุดวิสัยอื่นที่ กกต.กำหนด

               ขณะเดียวกัน ถ้าแกนนำ กปปส. ไม่แจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ ต้องเสียสิทธิ 3 ประการ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. ในมาตรา 26 ที่ระบุว่า ไม่สามารถยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส.และส.ว. ได้ ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และสิทธิได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็น ส.ส. ส.ว. สภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น และไม่สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ด้วย

               สิทธิทั้ง 3 ประการจะกลับมาได้ทันที เมื่อไปใช้สิทธิการเลือกตั้งอย่างใดอย่างหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งระดับชาติหรือการเลือกตั้งท้องถิ่น ตามมาตรา 27 ของพ.ร.บ.เดียวกัน

               ทว่า อีกนัยหนึ่ง อาจมองได้ว่า หมากเกมนี้ แกนนำ กปปส. อาจส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ หากเชิญชวนให้ผู้ชุมนุมออกมาใช้สิทธิ โดยการ “โหวตโน” ให้มากที่สุด เพื่อเป็นหลักประกันในการยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญ ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เป็นไปตามวิถีทางรัฐธรรมนูญก็เป็นได้

               หากย้อนไปดูคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 9/2549 เมื่อครั้งการเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 ที่ศาลวินิจฉัยให้การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ บางส่วนของคำวินิจฉัยที่ศาล ระบุว่า “การใช้สิทธิเลือกตั้งในครั้งนั้น มีข้อมูลปรากฏว่าบัตรไม่ประสงค์ลงคะแนนและบัตรเสีย มีจำนวนเกินครึ่งของจำนวนผู้มาใช้สิทธิที่เป็นบัตรดี ส่งผลให้การปกครองในระบบอบประชาธิปไตย โดยประชาชนเลือกผู้แทนเข้าไปปกครองประเทศนั้น ไม่อาจเป็นไปดังเจตนารมณ์ของรับธรรมนูญ

               ต้องจับตาวันเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์นี้ว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะซ้ำรอยโมฆะ เหมือนการเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 หรือไม่

               หากนับดูปฏิทินการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่จ่อคิวเปิดคูหาให้แกนนำกปปส. กาบัตรลงคะแนน พบว่า ส.ว.จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในเดือนมีนาคมนี้ คาดว่าน่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งได้ในเดือนเมษายนนี้

               เห็นอย่างนี้แล้ว แกนนำ กปปส. คงไม่ต้องยี่หระ เพื่อให้เสียฐานมวลชนที่สนับสนุนมาแรมเดือน ถึงแม้ ไม่ไปใช้สิทธิและไม่ประสงค์ที่จะแจ้งเหตุในการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ครั้งนี้ ก็ยังมีการเลือกตั้งส.ว.หรือการเลือกตั้งท้องถิ่น ให้รักษาสิทธิการลงสมัครรับการเลือกตั้งได้อยู่ดี

--------------------------

(หมายเหตุ : จับตา2ก.พ.กปปส.เข้าคูหากาบัตรหรือไม่ : ชนิกานต์ พุ่มหิรัญรายงาน)