
'เอ็ม79'ถล่ม!ปฏิบัติการข่มขวัญผู้ชุมนุม
'เอ็ม79'ถล่ม!ปฏิบัติการข่มขวัญผู้ชุมนุม : ทีมข่าวอาชญากรรม
การชุมนุมทางการเมืองห้วงเวลานี้งวดเข้าสู่ภาวะ "แตกหัก" เข้ามาทุกขณะ ทั้งสองฝ่ายต่างชิงไหวชิงพริบ มีการระดมสรรพกำลังทั้งบนดินและใต้ดินที่มีอยู่ เพื่อปิดเกมให้ได้ การสร้างสถานการณ์รุนแรง เป็นยุทธวิธีอย่างหนึ่ง ที่ขั้วอำนาจวางหมากหวังรุกฆาตฝ่ายตรงข้าม
เมื่อเวลา 03.45 น. วันที่ 29 มกราคม กองกำลังไม่ทราบฝ่าย ยิงระเบิด "เอ็ม 79" เข้าใส่บริเวณจุดชุมนุมห้าแยกลาดพร้าว ของผู้ชุมนุมกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ทำให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ 2 ราย รถยนต์เสียหาย 2 คัน
"ตรวจพบสะเก็ดระเบิดยิงขนาด 40 มม. หรือเอ็ม 79 มีรัศมีอันตรายหลังตกกระทบพื้น 5 เมตร ระยะหวังผล 200 เมตร สามารถยิงได้ไกลสุด 400 เมตร เบื้องต้นคาดว่ายิงมาจากฝั่งถนนกำแพงเพชร 3" พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี เปิดเผยภายหลังจากเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นครั้งแรกในการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่คนร้ายใช้ระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่พื้นที่การชุมนุม ซึ่งนี่ถือเป็นสัญญาณเตือนว่า กองกำลังไม่ทราบฝ่ายพร้อมลงมือก่อเหตุรุนแรง ตามแผนปฏิบัติการข่มขวัญผู้ชุมนุม เพื่อขับเคลื่อนให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของกลุ่มอำนาจ
แหล่งข่าวระดับสูงในหน่วยงานด้านการข่าว ให้ข้อมูลว่า ผู้มีอำนาจรายหนึ่งได้มีการเจรจาทางลับกับแกนนำของกลุ่มผู้ชุมนุม ในการเจรจาผู้มีอำนาจรายนี้มีท่าทีแข็งกร้าวและขีดเส้นให้กลุ่มผู้ชุมนุมคืนพื้นที่ทั้งหมดภายในวันศุกร์ที่ 31 มกราคมนี้ มิเช่นนั้นจะได้เห็นดีกัน แต่กลับถูกปฏิเสธจากแกนนำผู้ชุมนุม หลังจากนั้นยังไม่ทันข้ามคืน ก็เกิดเหตุการณ์กองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่พื้นที่ชุมนุมทันที
เจ้าหน้าที่ด้านการข่าวรายนี้ ให้ข้อมูลด้วยว่า การใช้อาวุธสงครามร้ายแรงอย่าง ระเบิดเอ็ม 79 คือมาตรการข่มขู่เพื่อบีบให้ยุติการชุมนุม ไม่แตกต่างจากเหตุการณ์ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ หรือสถานการณ์ช่วงการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ซึ่งน่าเชื่อว่ากองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่ว่าน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันหรือมีความเชื่อมโยงกัน
นับจากนี้เป็นต้นไปน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าสถานการณ์ต่อจากนี้มีแนวโน้มจะบานปลายเกิดเหตุรุนแรงนำมาสู่ความสูญเสีย!
เจ้าหน้าที่ด้านการข่าว ยืนยันว่า ในระยะที่ผ่านมาการใช้อาวุธสงครามร้ายแรงสร้างสถานการณ์ต่างๆ ในขณะมีการชุมนุมทางการเมืองมักเกี่ยวข้องกับกองกำลังชุดดำ ที่เคยมีนายพลคนดัง เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเสมอ แม้นายพลคนดังจะจากไปแล้ว แต่กองกำลังชุดนี้ไม่ได้สลายตามไปด้วย แถมยังมี "นายพล" เพื่อนคนแดนไกล เข้ามาสวมบทบาทเป็นหัวเรือใหญ่แทน ทำให้กองกำลังชุดนี้กลับมาเป็นไม้เป็นมือให้ขั้วอำนาจ พร้อมปฏิบัติการตามสั่ง
ว่ากันว่านายพลคนนี้ เข้านอกออกในบ้านริมน้ำอยู่เป็นระยะ เหตุยิงระเบิดเอ็ม 79 ที่เกิดขึ้น จึงไม่น่าจะไกลจากคนกลุ่มนี้
"นับจากนี้เป็นต้นไปกองกำลังไม่ทราบฝ่ายจะเพิ่มระดับความรุนแรงในการสร้างสถานการณ์ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของผู้มีอำนาจ โดยมีการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย มีกลุ่มการเมืองชักใยอยู่เบื้องหลัง มีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยเหตุรุนแรงนับจากนี้ไปจะเป็นหน้าที่ของกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่ว่า" แหล่งข่าวรายเดิม ระบุ
การสร้างสถานการณ์ต่างๆ นอกจากกองกำลังชุดนี้แล้ว ยังมีกลุ่มคนภายใต้การนำของคนมีสีที่รับหน้าที่ในการก่อเหตุที่มีเป้าหมายเป็นผู้ที่มีบทบาทในการชุมนุม ซึ่งล่าสุดมีข้อมูลว่าผู้ที่มีบทบาทในการชุมนุมหลายคนถูกล็อกเป้าเรียงตัว และเกิดเหตุรุนแรงกับคนเหล่านี้รวมถึงคนรอบข้างแทบทุกวัน
ขณะที่ในพื้นที่การชุมนุมเองมีกลุ่มฝ่ายตรงข้ามที่มี "ปรเมศร์" คอยสั่งการเข้าไปแฝงตัวในพื้นที่ชุมนุมคอยสร้างสถานการณ์ให้เกิดเหตุชุลมุน ด้วยวิธีการใช้อาวุธปืนยิง ใช้ระเบิดปิงปอง หรือระเบิดสังหาร กำลังส่วนนี้จะประกอบด้วยพนักงานรักษาความปลอดภัยในเครือของ "ปรเมศร์" ผสมผสานกับกลุ่มฮาร์ดคอร์ฝั่งตรงข้ามกับ กปปส. ที่มีความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจในย่านสมุทรปราการ บางส่วนเป็นคนในประเทศเพื่อนบ้านที่ "ปรเมศร์" และพวกพ้องว่าจ้างมา
การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเหล่านี้ เป็นไปตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ ที่ต้องการให้เกิดความรุนแรงเพื่อข่มขู่ให้มวลชนเกิดความหวาดกลัวไม่กล้าเข้าร่วมการชุมนุม โดยหวังลดปริมาณผู้ร่วมชุมนุมให้น้อยลงให้มากที่สุด ก่อนที่จะกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อยุติการชุมนุม
ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ผอ.ศรส.) ออกมาเตือนผู้ชุมนุมว่า จะมีการยิงกันเกิดขึ้นอีก เนื่องจากเหตุผล 3 ประการ คือ เคียดแค้นที่ กปปส.ขัดขวางการเลือกตั้ง การชุมนุมไม่ได้ชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ และการปิดสะพานพระราม 8 สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ผ่านไปมา คิดว่าไม่เกิน 7 วันจะโดนแน่คนเขาอึดอัด แต่ยืนยันรัฐบาลไม่ทำ
ท่าทีที่แข็งกร้าวของ ร.ต.อ.เฉลิม และความเคลื่อนไหวของกองกำลังไม่ทราบฝ่าย สอดรับกัน นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป คงเลี่ยงไม่พ้น "ความสูญเสีย"
ผบ.ตร.สั่งเพิ่มด่านตรวจสกัดคนร้าย
หลังจากเกิดเหตุคนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่พื้นที่การชุมนุมกลุ่ม กปปส. ที่ห้าแยกลาดพร้าว พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ได้กำชับให้ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดในการตั้งจุดตรวจร่วมกับทหาร เพื่อเฝ้าระวังรถยนต์ และบุคคลต้องสงสัยให้มากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสก่อเหตุสร้างสถานการณ์ได้
ขณะนี้ตำรวจมีการตั้งจุดตรวจด้านความมั่นคงร่วมกับกำลังทหาร หรือ จุด ว.43 ในเวลากลางคืนจำนวน 30 จุด อยู่ในพื้นที่ชั้นใน 21 จุด และปริมณฑล 9 จุด ทำหน้าที่หลักในการตรวจสอบคัดกรองไม่ให้มีการนำอาวุธเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ รวมทั้งยังสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด และการป้องกันไม่ให้บุคคลต้องสงสัยเข้ามาก่อเหตุได้ ซึ่งที่ผ่านมามีผลการจับกุมอาวุธและยาเสพติดเป็นระยะ
พล.ต.อ.อดุลย์ ยังได้สั่งการให้ตำรวจสายตรวจ เพิ่มความถี่ในการออกตรวจพื้นที่ในเวลากลางวัน และสั่งให้เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ เช่น หน่วยปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นกำลังเสริมในการออกตรวจในพื้นที่ปริมณฑล ขณะที่ตำรวจจราจรก็ถูกระดมมาช่วยในการตั้งด่านตรวจ และตระเวนตรวจพื้นที่เสริมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจด้วย
รู้จักเครื่องยิงระเบิดเอ็ม79
เครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 เป็นอาวุธสงครามที่พัฒนามาจากสงครามเวียดนาม เป็นอาวุธที่มีใช้โดยทั่วไปในกองทัพประเทศต่างๆ ขณะที่ในประเทศไทยมีใช้อย่างแพร่หลายในกองทัพ และหน่วยงานตำรวจ มีรัศมีอันตรายหลังตกกระทบพื้น 5 เมตร ระยะหวังผล 200 เมตร สามารถยิงได้ไกลสุด 400 เมตร ในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองพบว่ามีการนำมาใช้แล้วหลายครั้ง โดยในปี 2550 ใช้ 1 ครั้ง ปี 2551 ใช้ 6 ครั้ง ปี 2552 ใช้ 2 ครั้ง และปี 2553 ใช้ 33 ครั้ง
ระเบิดเอ็ม 79 สามารถยิงได้จากเครื่องยิงวัตถุระเบิดเอ็ม 79 แบบประทับบ่า ใช้ยิงลูกระเบิดขนาด 40 มม. ออกแบบโดยศูนย์วิจัยของกองทัพสหรัฐอเมริกา ที่ Springfield Armory เมืองสปริงฟิลด์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ระหว่าง พ.ศ.2496-2513 เริ่มประจำการครั้งแรกในช่วงสงครามเวียดนาม จนถึงปัจจุบันมีใช้งานในกว่า 40 ประเทศ ทั้งในทหารหน่วยรบ และสามารถใช้ยิงกระสุนแก๊สน้ำตา สำหรับใช้ในการปราบจลาจล
ลักษณะการยิงจะยิงได้ทั้งวิถีกระสุนโค้ง และยิงขนานไปกับพื้น เมื่อลั่นไกยิงออกไป เสียงจะไม่ดังมากนัก แต่เมื่อลูกกระสุนไปตกยังเป้าหมายแล้ว จะมีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ไม่แตกต่างอะไรกับระเบิดสังหารทั่วๆ ไป
อานุภาพการระเบิดคล้ายกับระเบิดขว้างสังหาร เปลือกที่ทำด้วยตะกั่ว หรือทองแดง หรือส่วนประกอบกลไกในลูกระเบิด จะกลายเป็นสะเก็ดอย่างดี มีรัศมีทำลายล้าง 15 เมตร ถ้าใครอยู่ในรัศมี 5 เมตร มีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก
สำหรับอาวุธที่ใช้กระสุนลูกระเบิดขนาด 40 มม. จะมีอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า "เอ็ม 203" เป็นปืนที่ดัดแปลงมาจากเอ็ม 79 เพื่อนำมาติดอยู่ใต้ลำกล้องปืนของเอ็ม 16 โดยใช้กลไกการทำงานเหมือนกัน รัศมีการทำลายเท่าๆ กัน แต่การมีปืน เอ็ม 203 ติดกับปืนเอ็ม 16 เท่ากับมีอาวุธปืน 2 กระบอก คือมีทั้งปืนสงครามชนิด เอ็ม 16 และปืนยิงลูกระเบิด
.................................
(หมายเหตุ : 'เอ็ม79'ถล่ม!ปฏิบัติการข่มขวัญผู้ชุมนุม : ทีมข่าวอาชญากรรม)



