ข่าว

'จารุพงศ์'สั่งผู้ว่าฯทุกจังหวัดรณรงค์ลต.

'จารุพงศ์'สั่งผู้ว่าฯทุกจังหวัดรณรงค์ลต.

29 ม.ค. 2557

'จารุพงศ์' กำชับผู้ว่าราชการทุกจังหวัดรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 2 ก.พ.

 

                   29 ม.ค.57 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการสนับสนุนการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ของกระทรวงมหาดไทย ว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยจัดประชุมวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รณรงค์กระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มากที่สุด วันนี้ผู้ว่าฯและนายอำเภอ ต้องสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยสนับสนุนวิถีประชาธิปไตย ซึ่งวันเลือกตั้งถือว่ามีความสำคัญที่สุด ส่วนที่ กปปส. ออกมากล่าวหาการเกณฑ์ เด็กนักเรียนมาเดินรณรงค์นั้น เรื่องนี้เขาทำกันมานานแล้ว เพื่อให้เด็กเข้าใจในระบอบประชาธิปไตย แต่พวกเขาเป็นกลุ่มที่จงใจล้มล้างระบอบประชาธิปไตย

                   ทั้งนี้ฝ่ายที่ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง นั้นถือว่าต้องการทำลายอำนาจประชาชน และสถาปนาอำนาจอื่นขึ้นมา ส่วนที่มีการระบุว่าวันที่ 2 ก.พ.จะมีความรุนแรงนั้น ถือเป็นการดูถูกประชาชน และเชื่อว่าผู้ที่ต้องการเลือกตั้งจะออกมาแสดงพลัง

                   เมื่อถามว่า เกรงว่าวันที่ 2 ก.พ. จะมีความรุนแรงหรือไม่ นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ไม่หวั่นไหว เจอก็ต้องเจอเพราะเราไม่ใช่ผู้ก่อ เมื่อเดินในทางที่ถูกจะกลัวอะไร ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯกปปส. ออกมาระบุให้มวลชนออกมาคัดค้านการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นั้น นายจารุพงศ์ กล่าวว่าได้กำชับให้ข้าราชการให้ยืนบนพื้นฐานของข้อกฎหมาย และจะไม่ยินยอมให้ใครมาปล้นอำนาจของประชาชนไป และหากเขาจะขัดขวางการเลือกตั้งคงทำได้แค่ 9 จังหวัด เหมือนวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา

                   "พื้นที่ทีมีปัญหาเราไม่อยากท้าทาย หากเขาจะทำจริงจัง ถึงเลือดตกยางออก เราก็ต้องรักษาชีวิตคนของเราไว้ด้วยเหมือนกัน แต่เราต้องแสดงเจตนารมณ์ให้ชัดว่าเราเอาประชาธิปไตย แต่คนนะขัดขวาง และผมไม่กลัวนะ บอกเลยองค์กรอิสระทั้งหลายที่จะเตรียมยำใหญ่รัฐบาล มันไม่จบ เพราะคุณอาจจะล้มรัฐบาลนี้ได้ ในอีก 2-3 เดือนด้วยกฎหมายอะไรก็ได้ของคุณ แต่มันไม่ใช่ครรลองคลองธรรมที่ถูกต้อง วันนี้ประชาชนเขารู้หมดแล้ว มันจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ข้างหน้าถ้าทำกันอย่างนี้" นายจารุพงศ์ กล่าว

                   นายจารุพงศ์ กล่าวอีกว่า ตนขอเรียกร้องไปยังสื่อมวลชนว่า หากต้องการรักษาระบอบประชาธิปไตย กรุณาให้ความเป็นธรรมด้วย เพราะวันนี้มีผู้ต้องการเลือกตั้งมี ร้อยละ 90 และต่อต้านการเลือกตั้ง ร้อยละ 9 เท่านั้น ก็ควรให้เนื้อที่ข่าวตามนี้ แต่วันนี้สื่อกลับให้พื้นที่กลุ่มต่อต้านการเลือกตั้งมากกว่าผู้ที่ต้องการการเลือกตั้ง

 

'พท.' ออกเเถลงการณ์ 8 ข้อหนุนเลือกตั้ง 2 ก.พ.

 

                   พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย 29 มกราคม 2557 เผยเเพร่สื่อมวลชนว่า 1. พรรคเพื่อไทย ขอยืนยันว่าจะต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ.2557 เพื่อให้เป็นไปตาม พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2556 โดย กกต.ต้องทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ด้วยการร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อให้การลงคะแนนตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ เป็นไปโดยเรียบร้อย

                   2. กลุ่มอนาธิปไตยและแนวร่วมทั้งหลาย ต้องไม่ขัดขวาง หรือรบกวนการลงคะแนนเลือกตั้งของประชาชนโดยเด็ดขาด เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และเคารพการใช้สิทธิพื้นฐานของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน ตลอดจนไม่ขัดขวางการทำหน้าที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งของบุคคลตามรัฐธรรมนูญ ม.72

                   3. ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นขณะนี้มี 2 ลักษณะ ลักษณะแรก คือ ความขัดแย้งทางการเมือง ลักษณะที่สอง คือ ความขัดแย้งระหว่างการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย กับการไม่เคารพและไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

                   4. ความขัดแย้งทางการเมืองนั้น ไม่ว่าสาเหตุมาจากอะไร หรือกล่าวหากันอย่างไร ต้องแก้ไขภายใต้บริบทของประชาธิปไตยเท่านั้น เพราะเป็นบริบทแห่งสันติ เคารพในสิทธิแห่งการเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยของปวงชน การเสนอบริบทเผด็จการ ไม่ว่าจะใช้วิธีรัฐประหารโดยทหาร หรือโดยประชาชนบางส่วน หรือแม้แต่โดยศาล หรือองค์กรอิสระ ด้วยการสร้างอำนาจให้ตนเองนอกเหนือที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ หรือด้วยทัศนคติ หรือกระบวนการที่เร่งรัด ไม่เป็นกลางและไม่เป็นธรรม เป็นบริบทที่มีแต่การสร้างความขัดแย้ง และนำไปสู่ความรุนแรง

                   5. ความขัดแย้งที่สำคัญที่สุดในสังคมขณะนี้ คือ การไม่เคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของกลุ่มอนาธิปไตยและแนวร่วม ซึ่งเป็นสิ่งที่บั่นทอนเสถียรภาพของสังคมอย่างยิ่ง องค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนจะต้องไม่ยืนอยู่ข้างกลุ่มที่ไม่เคารพและไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือจะวางตัวเป็นกลาง ไม่ได้ แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะชอบ หรือไม่ชอบแนวทางการเมืองและวิธีการบริหารประเทศของพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาล และมีสิทธิและหน้าที่โดยชอบธรรมและชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ที่จะเลือกพรรคการเมืองที่ตนชอบ เพี่อเปลี่ยนแปลงการบริหารประเทศไปในทิศทางที่ตนต้องการ

                   6. กกต ต้องรีบป้องกันและแก้ไขปัญหาทั้งปวงที่เกิดจากการขัดขวางการเลือกตั้ง ด้วยการใช้อำนาจหน้าที่ของตนตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ด้วยความมุ่งหมายให้การเลือกตั้งเดินหน้า และต้องมีการดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ขัดขวางการเลือกตั้งอย่างจริงจัง สำหรับหน่วยเลือกตั้งที่เห็นได้ชัดเจนว่า น่าจะมีปัญหาทั้งในแง่ความพร้อมของเจ้าหน้าที่ และการขัดขวาง ขอให้ กกต รีบดำเนินการใช้อำนาจหน้าที่ที่มี แก้ไขโดยด่วน

                   7. พรรคเพื่อไทยเชื่อมั่นว่าพรรคการเมืองทั้ง 53 พรรคที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง มีความตั้งใจและความพร้อมที่จะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง จึงขอชื่นชมและให้กำลังใจทุกพรรค เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ มิได้มีความหมายเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล แต่หมายถึงการต่อสู้กับเผด็จการเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยและสันติสุขของสังคม

                   8. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนผู้รักสันติและประชาธิปไตยทุกท่าน ได้โปรดไปทำหน้าที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ ม.72 อย่างพร้อมเพรียงในวันที่ 2 ก.พ.นี้ เพื่อร่วมกันขัดขวางแนวคิดและกระบวนการเผด็จการอนาธิปไตย ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมและรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้ยั่งยืนตลอดไป

 

'พท.' จี้ 'กกต.' เยียวยาผู้ถูกขัดขวางการใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า

 

                   นายคณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนกว่า 4 เเสนคน ใน 10 จังหวัด เนื่องจากถูกขัดขวางและปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง มีการข่มขู่คุกคามผู้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยสาเหตุสำคัญคือ กกต. และผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งใน10 จังหวัด ดังกล่าว ย่อหย่อนและยอมจำนนต่อม็อบ กปปส. ที่มาขัดขวางง่ายๆเกินไป และประกาศปิดหน่วยเลือกตั้งอย่างง่ายดายและรวดเร็ว เหมือนกับรู้กันกับม็อบที่มาปิดล้อม

                   นายคณิน กล่าวว่า ในทางกฎหมายถือว่า ม็อบ กปปส. ขัดขวางมิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผิดทั้งกฎหมายอาญาและกฎหมายเลือกตั้ง ส่วน กกต. และเจ้าหน้าที่ก็ถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ที่สำคัญ คือ กกต. และเจ้าหน้าที่เหล่านั้น ถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เลย ในการจับกุมหรือแจ้งความดำเนินคดีแก่ม็อบที่มาขัดขวางแต่อย่างใด จึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ ดังนั้น กกต.กลาง ต้องจัดให้มีการเยียวยาผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนกว่า 400,000 คน ที่ถูกขัดขวางมิให้ไปใช้สิทธิได้ ทั้งนี้ กกต.จะทำเฉยเมยไม่ได้ เพราะเป็นความผิดของ กกต.โดยตรง

                   นายคณิน กล่าวด้วยว่า กกต.กลาง มีอำนาจที่จะออกเป็นระเบียบหรือประกาศใดๆ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๓๖ (๑) ในอันที่จะเยียวยาผู้ที่ถูกปล้นสิทธิจำนวนกว่า 400,000 คน โดยอาจจะออกระเบียบให้นำใบแจ้งความบันทึกประจำวันไปแสดงตน พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ เมื่อเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยได้รับใบแจ้งความดังกล่าว ให้มีอำนาจเพิ่มชื่อในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งนั้นได้เลย กกต.ต้องรีบออกประกาศนี้โดยเร็ว มิฉะนั้น กกต.จะตกเป็นจำเลยของผู้เสียหายนับแสนๆราย กกต. คงรับไม่ไหวแน่ นอกจากนั้น ยังมีปัญหาเรื่องเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่และกรรมการประจำหน่วย รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยประจำหน่วยเลือกตั้ง ที่ผู้อำนวยการเขตเลือกตั้งสั่งปิดไป ซึ่งเบิกจ่ายไปแล้วแต่ไม่ได้ทำหน้าที่จนครบถ้วน สตง. ต้องเรียกเงินคืนด้วย