
"พัชรี"ซิวแชมป์ วิ่งโอลิมปิกเดย์รัน
พัชรี ไชยทองศรี ควง ชาคริต บุญคง คว้าแชมป์วิ่งโอลิมปิกเดย์รัน 2009 ที่โคราช ไปครอง ท่ามกลางนักวิ่งกว่า 3 หมื่นคน โอลิมปิกไทย พอใจยกให้ "สุวัจน์ ลิปตพัลลภ" รองประธานโอลิมปิก รับเป็นแม่งานจัดต่ออีก 3 ปีรวด
“บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองประธานฯ และนายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ร่วมกันเป็นประธานมหกรรมเดิน-วิ่ง โอลิมปิกเดย์รัน 2009 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยมีนักวิ่ง และประชาชนที่สนใจทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 30,000 คน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจาก พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 ได้นำปืนใหญ่มายิงเป็นสัญญาณการเปิดงาน ซึ่งก็สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก
มหกรรม เดิน-วิ่ง โอลิมปิกเดย์รัน 2009 โดยไฮไลท์ของการงานนี้อยู่ที่ประเภทประชาชนทั่วไปชาย 12.4 กม.ปรากฏว่า ชนะเลิศ ได้แก่ ชาคริต บุญคง นักวิ่งจากเพชรบูรณ์ ด้วยสถิติ 42.25 นาที ขณะที่ ประเภทประชาชนทั่วไปหญิง ชนะเลิศ ได้แก่ พัชรี ไชยทองศรี นักวิ่งปอดเหล็กสาวทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ครั้งที่ 25 ที่ประเทศลาว ที่เพิ่งคว้าแชมป์ประเภทฮาล์ฟมาราธอน จากการแข่งขัน “ลากูน่า ภูเก็ต มาราธอน 2009” ด้วยสถิติ 48.47 นาที
ส่วนผลรุ่นอื่นๆ มีดังนี้ ประเภทเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ชาย ที่ 1 เสกสรร เกษียรจังหรีด เวลา 42.36 นาที, ประเภทเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี หญิง ที่ 1 ธัญญา สูติประโคน เวลา 52 .36 นาที , ประเภทผู้สูงอายุชาย (อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป) ที่ 1 พิชัย นามโยธา เวลา 50.21 นาที, ประเภทผู้สูงอายุหญิง (45 หญิง ปีขึ้นไป) ที่ 1 ทองศรี บริสัย เวลา 59.42 นาที
หลังจบการแข่งขัน พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา กล่าวว่า ในปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก มีนักวิ่งชาวโคราชและพี่น้องชาวภาคอีสานมาร่วมกว่า 30,000 คน ถือว่าเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ ขณะที่ พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการฯ กล่าวว่า แม้ว่าในปีนี้ มหกรรมเดิน-วิ่ง โอลิมปิกเดย์รัน จะไม่ได้ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านจัดกิจกรรม แต่บรรยากาศถือว่ายิ่งใหญ่มาก ซึ่ง นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองประธานโอลิมปิคฯ ในฐานะประธานจัดงาน ที่เข้ามารับงานใหญ่เป็นครั้งแรกแต่ก็ทำได้ดีมากและในอีก 3 ปีต่อจากนี้ไปคณะกรรมการโอลิมปิคฯ ก็จะมอบหมายให้นายสุวัจน์ เป็นผู้ดูแลงานนี้ต่อไป ส่วนจะจัดงานที่ไหนนั้นก็ต้องพิจารณาตามความเหมาะสมกันอีกครั้งอาจจะร่วมกับชาติเพื่อนบ้านหรือจัดในประเทศเหมือนเดิมก็ได้



