
'นิคม'รับทราบข้อหาป.ป.ช.ปมที่มาส.ว.
29 ม.ค. 2557
'นิคม'เข้ารับทราบข้อหาป.ป.ช.ปมที่มาส.ว.แล้ว พร้อมแจงประเด็น เชื่อป.ป.ช.ยุติธรรม
29 ม.ค.57 เมื่อเวลา 09.45 น. นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เดินทางเข้าพบคณะกรรมการป.ป.ช.เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงข้อกล่าวหากรณีขอให้ถอดถอน ส.ส.และส.ว.ที่ร่วมกันเสนอชื่อและลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว. รวม 308 ราย ซึ่งนายนิคม เดินทางมาพร้อมด้วยทีมงานและนักกฎหมายประมาณ 7-8 คนด้วยกัน
โดยนายนิคม ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบคณะกรรมการป.ป.ช.ว่า ตนพร้อมชี้แจงทุกข้อกล่าวหาที่ถูกป.ป.ช.แจ้งไป ประมาณ 3-4 ประเด็นด้วยกัน ตนนำเอกสารหลักฐานทุกอย่างมาชี้แจง พร้อมให้ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะประเด็นที่ประชุมสภานั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะในที่ประชุมนั้นมีการบันทึกการประชุมอยู่ตลอด รวมทั้งรายละเอียดของรายชื่อผู้อภิปราย การปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุม ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ส่วนประเด็นเรื่องที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 นั้น ตนก็ไม่ลำบากใจ เพราะถือเป็นเอกสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการให้ข่าวแสดงความคิดเห็นเชิงการเมืองและวิชาการ ตนคิดว่า ไม่น่าจะเป็นประเด็นที่จะผิดจริยธรรม อย่างไรก็ตาม เรื่องการร่วมลงชื่อในญัตติเสนอให้มีการแก้รัฐธรรมนูญนั้น ตนก็ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ว. ตนทำหน้าที่ของส.ว. แต่ในที่ประชุมไม่ได้ร่วมอภิปรายหรือแปรญัตติต่ออย่างใด
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการวิจารณ์การทำงานของป.ป.ช.ว่า ตั้งธงเรื่องนี้ไว้แล้ว นายนิคม กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นในคณะกรรมการป.ป.ช. ว่ามีความยุติธรรม และจากเอกสารที่ตนนำมายื่นก็เป็นตัวเลข เวลา และตัวหนังสือชัดเจน ที่เป็นคำพูดของทุกคนที่ได้พูดไว้มีทั้งหมด
จากนั้น เมื่อเวลา 10.30 น. นายนิคม กล่าวภายหลังเข้าแก้ข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช.ว่า จากที่ตนได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ครบกำหนดต้องเข้าชี้แจง โดยวันนี้ได้เตรียมเอกสารหลักฐานมาหมด เพียงแต่ขาดประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ ที่ตนได้ขอหนังสือไปทางกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงต่างๆ เรื่องตัวเลขที่ต้องเข้าสู่การพิจารณาตาม มาตรา 190 แต่ทางหลายกระทรวงถูกปิดไม่สามารถเข้าทำงานได้ ในวันนี้ตนจึงขอขยายเวลาแก้ข้อกล่าวหา 30 วัน ซึ่งจะครบกำหนดคือ วันที่ 27 ก.พ.โดยการขอเลื่อนแก้ข้อกล่าวหา เพื่อที่จะได้ให้ข้อมูลที่ครบถ้วนซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการพิจารณาของ ป.ป.ช. ส่วนที่ขอเลื่อนทาง ป.ป.ช.ไม่ได้ติดใจอะไร ซึ่งถ้าไม่ให้เลื่อนวันนี้ตนก็พร้อมที่จะชี้แจง เพราะเตรียมเอกสารมาหมด
เมื่อถามว่า เมื่อถึงวันครบกำหนดขอขยายเวลาแก้ข้อกล่าวหา 30 วัน แต่ผู้ชุมนุมยังมีการปิดกระทรวงต่างๆ อยู่เอกสารยังไม่ได้จะขอเลื่อนอีกหรือไม่ นายนิคม กล่าวว่า ถึงเวลาน่าจะได้เอกสาร ซึ่งถ้าได้ข้อมูล 80-90% ก็โอเคแล้ว โดยเมื่อถึงกำหนดวันจะเดินทางมาด้วยตัวเอง “น่าอยู่จะตายที่นี่”
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากให้ข้อมูลแล้วมั่นใจหรือไม่ว่า ทางป.ป.ช.จะฟังคำชี้แจงจนแก้ข้อกล่าวหาได้ นายนิคม กล่าวว่า มั่นใจ เพราะเวลาชี้แจงเราไม่ได้ชี้แจงด้วยคำพูดที่ไร้ตรรกะ แต่เรามีทั้งหลักฐานเอกสาร คำพูด บันทึกรายงานการประชุม ซึ่งหลักฐานทั้งหมดก็จะตอบข้อกล่าวหาได้เป็นข้อๆ อย่างเช่น ที่กล่าวหาตนว่าไม่ให้ 57 คน พูดแต่ข้อเท็จจริงในวันนั้น ตนเป็นประธานการประชุมได้อนุญาตให้พูด ซึ่งก็ได้มีการอภิปรายไป 23 คนจาก 57 คน แต่ในข้อกล่าวหาบอกว่าตนไม่ให้พูด
เมื่อถามว่า กังวลใจหรือไม่ที่ ป.ป.ช.บอกว่า เรื่องถอดถอนสามารถพิจารณาได้ภายใน 1-2 เดือน นายนิคม กล่าวว่า มันต้องเข้าสู่กระบวนการ ป.ป.ช.อาจจะพิจารณาได้เร็ว แต่กระบวนการถอดถอนก็ต้องส่งไปที่วุฒิสภา “ผมทำเรื่องถอดถอนมา 6-7 ครั้งแล้ว ครั้งนี้ถูกถอดถอนมั่งไม่เป็นไร ไม่กังวล พร้อมจะอยู่ พร้อมจะไป”
เมื่อถามว่า จำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่เหลือจะเป็นปัญหาต่อการทำงานหรือไม่ นายนิคม กล่าวว่า จะเป็นปัญหาสำหรับการตีความ แต่ถ้าดูเจตนาการออกกฎหมายของรัฐธรรมนูญ ถ้าต้องการระบุเฉพาะก็จะบอกไว้ เช่น กรณีการเลือกตั้ง ถ้ากกต.ชี้มูลต้องเลือกตั้งใหม่ หรือให้ใบแดง กกต.ร้องไปที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำหน่งทางการเมืองให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก็จะมีการระบุไว้เลยว่า ไม่ให้นับบุคคลเหล่านี้เป็นองค์ประชุม แต่กรณีถอดถอนให้มี ส.ว.เท่าที่มีอยู่ ก็จะตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากทุกคนที่ยังเป็น ส.ว.อยู่ที่ยังกินเงินเดือนอยู่ ต้องนับเป็นองค์ประชุม อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าประเด็นนี้จะเป็นที่โต้แย้งกัน และยังมีประเด็นที่ต้องโต้แย้งอีกเยอะ อย่างเช่นผู้ที่กล่าวหา จะมีสิทธิ์ลงคะแนนหรือไม่ ยังมีประเด็นอีกเยอะไม่จบง่ายๆ
........................
(ขอบคุณภาพ/คลิปวิดีโอ : Kasem Intapat)



