ข่าว

แห่ซื้อของไหว้'ตรุษจีน'คึกคัก!

แห่ซื้อของไหว้'ตรุษจีน'คึกคัก!

28 ม.ค. 2557

ชาวไทยเชื้อสายจีนหลายจังหวัดแห่ซื้อของไหว้เจ้าและบรรพบุรุษในเทศกาลตรุษจีนกันอย่างคึกคัก

 

                     28 ม.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การเตรียม ข้าวของ เซ่นไหว้ ในช่วงวันจับจ่ายพรุ่งนี้ (29 ม.ค.) นั้น พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดต่างๆ ในจังหวัดระยอง ต่างก็พากันตระเตรียมหมู เป็ด ไก่ ตลอดจนข้าวของเซ่นไหว้มาจำหน่ายให้กับลูกค้าอย่างเต็มที่ แต่ก็จะไม่ทุ่มทุน ทำของสดๆ ไว้ทั้งหมด แต่จะเตรียมไว้ทำเสริมหากของที่ทำไว้ ไม่เพียงพอ ก็จะทยอยทำออกมาขายได้ทันท่วงที เพื่อป้องกันข้าวของเหลือ เพราะต่างก็กลัวในเรื่องของสถานการณ์บ้านเมืองที่ยังไม่ปกติ และข้าวของแพงขึ้นอย่างมาก

                     นางคีรีรัตน์ เชื้อสุก อายุ 45 ปี แม่ค้าตลาดสดสตาร์ เขตเทศบาลนครระยอง กล่าวว่า ปีนี้ ข้าวของแพงมาก ตนเองเป็นแม่ค้า ขายทั้ง หมู เป็ด และไก่ต้ม ขายมานานนับสิบปีแล้ว ยังไม่เคยเจอของแพงมากเท่ากับปีนี้ ต้นทุนรับมาแพงขึ้น จะขายลูกค้าแพงมากก็ไม่ได้ ต้องขายเอากำไรเพียงนิดหน่อย เพื่อให้ลูกค้าซื้อได้ ยิ่งถ้าเป็นลูกค้าขาประจำด้วยแล้วยิ่งต้องขายราคาเดิมเพื่อไม่ให้เสียขาประจำไป เราต้องรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น อีกทั้งสถานการณ์บ้านเมือง ทำให้ไม่มั่นใจว่าคนจะออกมาซื้อข้าวของมากหรือไม่ เราจึงเตรียมของสดไว้เป็นจำนวนมากไม่น้อยกว่าทุกปี แต่จะต้มไปขายไปเพื่อไม่ให้ของเหลือ หรือถ้าเกิดมีคนมาจับจ่ายเยอะเราก็มีขายอย่างเพียงพอ

 

บรรยากาศก่อนวันตรุษจีนยะลาของไหว้เจ้ายอดพุ่ง

 

                     เมื่อเวลา 09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจับจ่ายซื้อของ ในช่วงก่อนเทศกาลวันตรุษจีน ว่า ที่บริเวณร้านเลดี้แฟชั่น ถนนรวมมิตร เขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งเป็นร้านขายเสื้อผ้า ได้นำเสื้อสีแดง ลวดลายต่างๆ ออกมาจำหน่าย แต่บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา

                     นางสาวกฤษณพร  คคนางค์พงศ์ เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ในช่วงตรุษจีนปีนี้ ได้นำเสื้อสีแดง จาก กทม. มาวางจำหน่ายที่ร้าน แต่ไม่คึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา โดยปีที่แล้วสามารถจำหน่ายเสื้อสีแดงได้ประมาณวันละ 1-2 หมื่นบาท แต่ในปีนี้ ยอดขายเสื้อเหลือเพียงวันละประมาณ 2 พันบาท ซึ่งเป็นไปได้ว่า พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางไปชุมนุม ที่ กทม. รวมทั้งเศรษฐกิจ และสถานการณ์ในพื้นที่ ทำให้ไม่สามารถขายเสื้อผ้าได้เช่นเดิม ส่วนราคาเสื้อในปีนี้อยู่ที่ 150-199 บาท ส่วนเสื้อยืดสีแดงลวดลายต่างๆ จะขายดีกว่า

                     ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ที่บริเวณถนน ณ นคร เขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งเป็นบริเวณที่จำหน่ายของสำหรับใช้ไหว้บรรพบุรุษ ในช่วงวันตรุษจีน บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ชาวไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ จ.ยะลา เดินทางมาเลือกซื้อสินค้าจำพวก เครื่องกระป๋อง เห็ดหอม ผลไม้ชนิดต่างๆ โดยเฉพาะส้ม ที่มีวางจำหน่ายจำนวนมาก โดยราคาส้มในปีนี้ ส้มจี๊ด กก.ละ 50 บาท ส้มผลใหญ่ ราคา กก.ละ 90 บาท รวมทั้งขนมเทียน ขนมเข่ง

                     นางศิริวรรณ ไตรวงศ์เจริญสุข เจ้าของร้านเฮนเบเกอรี่ เปิดเผยว่า ราคาสินค้ายังคงเดิม ปรับขึ้นไม่มากเท่าใดโดยขนมเทียนปีที่แล้ว 160 บาท ปีนี้ปรับขึ้น 10 บาท เป็น 170 บาท ส่วนขนมเข่งราคาคงเดิม กก.ละ 100 บาท ส่วนผลไม้ เช่น ส้ม สาลี่ องุ่น ผลไม้สิริมงคล รวมทั้งของไหว้ 5 อย่าง คือ สาลี่ ซิ่วท้อ ปุยฝ้าย ถั่วตัด และฝักเงินฝักทอง ก็ยังราคาปกติไม่ปรับขึ้นแต่อย่างใด ประชาชนเริ่มทยอยมาซื้อกันตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค.เป็นต้นมา ส่วนใหญ่จะซื้อของแห้งก่อน โดยของสดก็จะซื้อในวันพรุ่งนี้ (29 ม.ค.) ซึ่งเป็นวันจ่าย ซึ่งที่ร้าน ขายดีมาตั้งแต่ปีใหม่ ยอดไม่ตก

 

ราคาสินค้าเครื่องไหว้ตรุษจีนโคราชปรับขึ้นราคา

 

                     วันนี้ (28 ม.ค.) สินค้าของไหว้ต่างๆในเทศกาลตรุษจีน ปี 2557 ภายในตลาดแม่กิมเฮง เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ได้เริ่มมีการปรับตัวสูงขึ้นจากราคาปกติถึง อย่างละ 20 -50 บาท เช่นเนื้อหมูจากเดิม ที่เคยจำหน่ายกิโลกรัมละ 160 บาท ก็ได้ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 180 บาท สามชัน 175 บาท จากเดิม กิโลกรัมละ 145 บาท ส่วนสาเหตุที่ทำให้ราคาบเนื้อหมูมีการปรับขึ้นราคาเนื่องจาก ราคาหมูเป็นภายในฟาร์มได้มีการปรับขึ้นราคาจากเดิมหมูเป็นกิโลกรัมละ 72 บาท ก็ได้ปรับเป็นกิโลกรัมละ 79 -80 บาท

                     ส่วนราคาเป็ด และไก่ ที่เป็นของไหว้ในเทศกาลตรุษจีน ปัจจุบันพบว่า ได้มีการปรับขึ้นราคาขึ้นเช่นกัน โดยไก่ต้มจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 270 บาท จากเดิมกิโลกรัมละ 230 บาท เป็นพะโล้จากเดิมกิโลกรัมละ 270 บาท ก็ได้ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 280 บาท

                     แต่ขณะที่ราคาผลไม้ที่ใช้ในการไหว้ ก็ได้มีการปรับราคาสูงขึ้นส้ม 30-50 บาท อย่างเช่นส้มโชกุนเดิมราคากิโลกรัมละ 120 บาท ปรับขึ้นเป็น 160 บาท  องุ่นม่วงจากราคากิโลกรัมละ 350 บาท ปรับขึ้นเป็น กิโลกรัมละ 400 บาท และกล้วยหอม จากเดิมขายหวีละ 120 บาท ปรับขึ้นเป็นหวีละ 160 บาท สาลี่ จาดเดม ลูกละ 50 - 55 บาท ก็ปรับเป็นราคาลูกละ 70 บาท แอปเปิ้ลแดง จากเดิมลูกละ 30 บาท ก็ปรับเป็นลูกละ 40 บาท และส้มโอ จากเดิมลูกละ 80 บาท ปรับเป็นลูกละ 100 บาท

                     ส่วนราคาสินค้าเครื่องเซ่นไหว้ประเภทกระดาษเงินกระดาษทอง รถกระดาษ ธูป และเทียน ราคาสินค้าก็ได้เริ่มมีการปรับขึ้นราคาอีกอย่างละ 5-10 บาท อย่างไรก็ตามพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่คาดว่าช่วงเทศกาลตรุษจีนราคาสินค้าจะขยับปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกเล็กน้อยอย่างแน่นอน ส่งผลให้ร้านค้าต่างๆเงียบเหงา รายได้หดหายไปกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ต่างบอกว่าราคาสินค้าที่มีการปรับตัวสูงขึ้นนั้นเป็นผลบกระทบจากเศรษฐกิจในปัจจุบันอีกทั้งผลกระทบทางการเมือง จึงทำให้ราคาต้นทุนวัตถุดิบต่างๆมีการปรับราคาสูงขึ้น

 

ตรุษจีนกระบี่คึกคัก! นทท.แห่จองที่พัก 90% คาดเงินสะพัด 420 ล.

 

                    นางวิยะดา ศรีรางกูล ผอ.ททท.สำนักงานกระบี่ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 57 สถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ นักท่องเที่ยวคึกคัก มีนักท่องเที่ยวจองโรงแรมในระดับ 4-5 ดาว ช่วงเทศกาลตรุษจีน ประมาณ 90 % ของโรงแรมในจังหวัดกระบี่ที่มีห้องพักอยู่ประมาณ 18,000 ห้อง ในช่วงวันที่ 31 มกราคม -2 กุมภาพันธ์ 57 โดยแหล่งเที่ยวเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมในช่วงเทศกาลตรุษจีน ได้แก่ อ่าวนาง เกาะพีพี และหากคลองม่วง รวมทั้งกิจกรรมทางทะเล เช่นดำน้ำดูปะการัง เป็น ในส่วนของพื้นที่เกาะลันตานั้นยังเป็นพื้นที่ของนักท่องเที่ยวกลุ่มสแกนดิเนียเวียเป็นหลัก ส่วนนักท่องเที่ยวเอเชียยังเดินทางไปยังเกาะลันตาน้อยมากหากเทียบกับนักท่องเที่ยวจากยุโรป

                    สำหรับเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ จังหวัดกระบี่มีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีสายการบินแบบชาร์เตอร์ไฟล์ท ตรงจากประเทศจีนมายังจังหวัดกระบี่ วันละ 4-6 ไฟล์ต่อวัน เพราะจังหวัดกระบี่มีศักยภาพในแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย รวมทั้งแหล่งอาหาร วัฒนธรรมการกิน ที่มีความหลากหลาย ซึ่งนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนจะเดินทางแบบครอบครัว ดังนั้นการจับจ่ายซื้อสิ้นค้า ช็อป กินเที่ยว ภายในจังหวัดกระบี่ ซึ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีน ระหว่าง 3 วัน คือวันที่ 31 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 57 จะมีเงินหมุนเวียน ประมาณ 420 ล้านบาท

                    ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนยังคงเป็นตลาดเอเชียที่เดินทางเข้ามายังจังหวัดกระบี่อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นยังมีนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีประชากรเชื้อสายจีนมากเช่นกัน ยังคมเดินทางเข้ามายังจังหวัดกระบี่ โดยทางเครื่องบินและทางรถยนต์ส่วนตัว หรือแม้กระทั้งกรุ๊ปทัวร์โดยรถบัสโดยสารตรงจากมาเลเซีย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีทำให้จังหวัดกระบี่มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นและหลากหลายมากขึ้น เทศกาลตรุษจีนปีนี้จังหวัดกระบี่จะเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวของชาวจีนที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ทำให้จังหวัดกระบี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวจีนเลือกที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงเทศกาลต่างๆระดับต้นๆ

                    ที่สำคัญจังหวัดกระบี่มีระบบการขนส่งมวลชนที่ดี มีสนามบินนานาชาติ ที่เพิ่มความสะดวก สบายไว้คอยให้บริการแก่นักท่องเที่ยว หลายสายการบินด้วยกัน ทำให้เป็นทางเลือกของนักท่องเที่ยวในการใช้บริการเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันมีไฟล์บิน ที่ให้บริการอยู่ที่ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ โดยเฉลี่ยวันละ 30 ไฟล์ต่อวัน

 

ตร.เตือนปชช.ระวังอันตรายช่วงเทศกาลตรุษจีน

 

                    พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัย ในช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยขอความร่วมมือประชาชนระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะ อัคคีภัย จากการจุดธูปเทียนไหว้เจ้า และบรรพบุรษ รวมถึงการเผากระดาษเงินกระดาษทอง นอกจากนี้ ห้ามจุดพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ ในลักษณะที่อาจก่อความเดือดร้อนรำคาญ หรือ ก่อให้เกิดอันตราย ส่วนการออกไปท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลดังกล่าว ไม่ควรใส่เครื่องประดับ หรือ นำทรัพย์สิน ทิ้งไว้ในรถยนต์ ป้องกันคนร้ายฉวยโอกาสโจรกรรมทรัพย์สิน และขณะเดินทาง ควรเตรียมสภาพร่างกายและรถให้พร้อม ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ทุกชนิด

                    ขณะเดียวกัน ขอให้ผู้ปกครองกำชับบุตรหลานให้ระมัดระวังผู้ที่จะมาหลอกลวงในทางที่มิชอบ ไม่ควรปล่อยให้บุตรหลานออกไปท่องเที่ยวตามลำพัง ส่วนตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจแต่ละพื้นที่ ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจน้ำ คอยดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกทั้งทางบกและทางน้ำเป็นพิเศษ