ข่าว

'ภูมิคุ้มกัน'สร้างได้เพื่อเจ้าตัวน้อย

'ภูมิคุ้มกัน'สร้างได้เพื่อเจ้าตัวน้อย

28 ม.ค. 2557

ไลฟ์สไตล์ : 'ภูมิคุ้มกัน' สร้างได้เพื่อเจ้าตัวน้อย

 

                        “วัยเด็ก” เป็นช่วงที่เกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าวัยผู้ใหญ่ เพราะระบบภูมิต้านทานหรือภูมิคุ้มกันยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งกว่าจะถึงจุดนั้นอย่างน้อยต้องอายุ 3-4 ปีขึ้นไป เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตอย่างแข็งแรงและห่างไกลโรคภัยต่างๆ บริษัท สก๊อต อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด จึงจัดงานสัมมนา "สร้างเสริม เติมภูมิคุ้มกัน กับ สก๊อต คิตซ์" เพื่อเสริมความรู้เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันในวัยเด็ก โดยมี พญ.พลาณี วัฒนาสุรกิตต์, ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม, "เจี๊ยบ" โสภิตนภา ชุ่มภาณี และลูกชาย "น้องเบเน่" ร่วมแชร์ประสบการณ์ ที่แกรนด์ฮอลล์ ชั้น 1 โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เมื่อเร็วๆ นี้

                        กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลเด็กสมิติเวชศรีนครินทร์ พญ.พลาณี วัฒนาสุรกิตต์ ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุของโรคภูมิแพ้ว่า มีปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ พันธุกรรม, สิ่งแวดล้อมและอาหาร โดยปกติร่างกายจะมีระบบภูมิคุ้มกันอยู่แล้วเพื่อการทำหน้าที่ป้องกันร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการเจ็บป่วย ภูมิคุ้มกันในร่างกายแบ่งได้ 2 อย่าง คือ ภูมิคุ้มกันที่มีมาตั้งแต่กำเนิดและภูมิคุ้มกันที่ได้รับภายหลัง ได้แก่ การฉีดวัคซีน, ภูมิคุ้มกันหลังการเจ็บป่วย ฯลฯ ทั้งนี้ภูมิคุ้มกันจะมีการเติบโตตามวัย ช่วงแรกจะยังพัฒนาไม่ครบจึงเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย เนื่องจากระบบกลไกการทำงานในร่างกายเราต้องมีการจดจำ ถ้าเด็กเคยได้รับเชื้อโรคชนิดใดมาแล้วร่างกายจะมีการจดจำและถ้าหากเกิดมีเชื้อโรคชนิดเดิมกลับเข้ามา ร่างกายจะทำการตอบสนองและตอบโต้เชื้อโรคนั้นๆ ได้อย่างเฉพาะเจาะจง

                        "การเสริมสร้างและกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายประการสำคัญ คือ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่ โปรตีน, คาร์โบไฮเดต, ไขมัน, วิตามิน และเกลือแร่ การที่เรากินอาหารครบทั้ง 5 หมู่ จะช่วยให้ร่างกายมีสารตั้งต้น เพื่อนำไปผลิตแอนติบอดีและเซลล์ต่างๆ ในระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวประสบปัญหาเรื่องเด็กรับประทานยาก รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ เลือกรับประทาน บางคนไม่รับประทานผัก ซึ่งผักหลายชนิดนั้นนับว่ามีประโยชน์ เพราะมีวิตามิน เกลือแร่ และสารเบต้ากลูแคน ที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้รับรู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้ามา เราจึงต้องหาวิธีหลอกล่อ เช่น การนำมาชุบแป้งทอด เพื่อให้น้องๆ ได้กินผักได้ง่ายขึ้น" กุมารแพทย์แนะนำ

                        ขณะที่คุณแม่ยังสาว "เจี๊ยบ" โสภิตนภา ชุ่มภาณี ร่วมแชร์เคล็ด (ไม่) ลับในการดูแล "น้องเบเน่" สู่ความแข็งแรงว่า ตอนนี้ลูกอายุ 7 ขวบแล้ว ด้วยความเป็นคุณแม่ยุคใหม่จะได้รับข้อมูลหลายด้าน เวลาจะให้ลูกรับประทานอะไรต้องคิดก่อน เพราะค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องอาหาร โดยต้องเลือกที่ดีที่สุดให้แก่ลูก เพราะเชื่อว่าร่างกายที่แข็งแรงจะช่วยส่งเสริมให้น้องมีความพร้อมเปิดรับการเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากการรับประทานให้ครบทั้ง 5 หมู่แล้ว อาหารเสริมก็มีส่วนสำคัญในการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของร่างกายและสมอง

                        ส่วนเชฟคนดัง ผศ.พงษ์ศักดิ์ ทรงพระนาม หัวหน้าประจำสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยี คหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี แนะนำอาหารเอาใจคุณหนูกับ “บานาน่า แพนเค้ก" (Banana Pancake) โดยใช้กล้วยน้ำว้าเป็นส่วนผสมสำคัญ พร้อมบอกว่า กล้วยน้ำว้าอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ โปรตีน, วิตามินบี 6 และสารแอนติออกซิแดนท์ ซึ่งมีบทบาทในการช่วยเสริมสร้างระบบภูมิต้านทานในร่างกาย โดยใช้ประมาณ 7-8 ผล, แป้งข้าวเจ้า, แป้งมัน, เนื้อมะพร้าวอ่อนและนม วิธีทำง่ายๆ คือ นำกล้วยมาบดให้ละเอียด จากนั้นใส่แป้งข้าวเจ้าและแป้งมันคนให้เข้ากัน ใส่เนื้อมะพร้าวพร้อมนมลงไป ตั้งกระทะให้ร้อนหยอดแป้งเป็นวงกลมพอดีคำ แต่งหน้าให้สวยงามด้วยกล้วย, ลูกเกด, เมล็ดทานตะวัน เพิ่มความหอมหวานด้วยน้ำผึ้งและเมล็ดอัลมอนด์ เพียงเท่านี้ก็ได้ของว่างจานอร่อยสำหรับน้อง