
ปลุกใจนักเดินทางลุยกระบี่เชิงอนุรักษ์
ไลฟ์สไตล์ : ปลุกใจนักเดินทาง ลุยกระบี่เชิงอนุรักษ์
เมื่อพูดถึง จ.กระบี่ จุดหมายแรกของการเดินทางมาเยือนคือน้ำทะเลใสๆ ได้เดินเล่นผ่านทะเลแหวก ว่ายน้ำในหมูเกาะห้อง หาดไร่เลย์ เกาะพีพี เกาะปอดะ ร่วมถึงกิจกรรมดำน้ำและปีนหน้าผา แต่อีกด้านหนึ่งที่นักท่องเที่ยวหลายคนยังไม่เคยสัมผัสถึงคือวิถีชีวิตชาวประมง กลุ่มคนอันดามันที่พึ่งพิงท้องทะเลมาตั้งแต่กำเนิดแวดล้อมรอบตัวอุดมด้วยป่าโกงกาง หุบเขา เครื่องมือจับปลา นาข้าว สิ่งทอ ที่ปัจจุบันชาวบ้านพร้อมจะเปิดมุมมองใหม่ในนักท่องเที่ยวเข้าไปเห็นแง่มุมต่างๆ นี้อย่างลึกซึ้งด้วยสายตาตัวเอง ในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม
โดยล่าสุดสายการบินนกแอร์จัดทริปพิเศษ "กระบี่ ลั้นลา เฮฮา กับนกแอร์" บินตรงจากกรุงเทพฯ โดยเที่ยวบิน DD7910 พร้อมให้ทุกคนสัมผัสวีถีชีวิตเหล่านี้ตลอดเส้นทางความสุข ในชุมชนหมู่บ้านเกาะกลาง ต.คลองประสงค์ เป็นที่ราบบนผืนทะเลกระบี่ประกอบด้วย 4 หมู่บ้าน ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง และการอนุรักษ์มาเป็นวิถีชีวิต บนพื้นที่แปลงนากว่า 700 ไร่ สามารถปลูกข้าวสังข์หยดบนพื้นที่นาน้ำเค็มทำรายได้ให้ชาวบ้านได้อย่างพออยู่กินสุขสบายได้ทั้งปี มีการสอนเพ้นท์ผ้าบาติกหรือปาเต๊ะของกลุ่มชาวบ้าน และการสร้างเรือหัวโทงจำลองอีกด้วย
สมบูรณ์ หมั่นค้า ประธานกลุ่มหัวเรือโทงจำลองบอกว่า ปัจจุบันชาวประมงนิยมใช้อุปกรณ์สมัยใหม่ มีเครื่องยนต์มาช่วยให้การเดินเรือสะดวกขึ้น จึงอยากรักษาภาพเรือประมงเก่าแก่ของชาวกระบี่ มีลักษณะหัวเชิด มีแพนเรือยื่นออกมาด้านท้ายเพื่อช่วยให้เรือเผชิญกับคลื่นสูงได้ให้ลูกหลานให้เห็นความฉลาดของบรรพบุรุษ ที่ออกแบบกลไกหาสัตว์ทะเลในเรือชนิดต่างๆ เช่น เรือจับกุ้งที่นำหวายกับไผ่ต่อกันเป็นตะแกรงข้างเรือ สามารถกวาดกุ้งเข้าเรือได้เป็นร้อยๆ ตัวภายในไม่กี่นาที หรือที่จุดไฟบุหรี่ของชาวประมงเรียกว่าไฟตบ ใช้หลักแรงดันกับพืชไม้แห้ง ก็สามารถทำให้เกิดประกายไฟได้ ส่วนมากนักท่องเที่ยวผู้ชายจะสนใจขอนั่งต่อเรือเองพร้อมรับฟังเทคนิคหาปลาของคนสมัยก่อนได้ทั้งวัน
ทางด้านสาว "โมนา" วิภาวี คอมันตร์ หนึ่งในผู้ร่วมทริปก็บอกว่า ปกติเป็นคนชอบเที่ยวแบบเดินป่าเขา สัมผัสธรรมชาติการท่องเที่ยวที่ได้เข้าไปอยู่พื้นที่ของชาวบ้านจริงๆ ก็เป็นเรื่องสนุก ได้เรียนรู้ขณะพักผ่อนไปในตัวด้วย
"อย่างวันนี้ได้มาเห็นแหล่งปลูกข้าวสังข์หยดอีกที่หนึ่ง ได้เห็นโรงสีชาวบ้านกำลังเกี่ยวข้าวพอดี เหมือนกลับไปสู่ควาวมเป็นเบสิกพึ่งพาตัวเองได้แม้ไม่ได้มีสตางค์มากมาย เข้าใจเลยค่ะว่าการกลับมาอยู่แบบธรรมดาๆ กับธรรมชาติเป็นชีวิตที่น่าจะสมบูรณ์แบบที่สุด คิดว่าถ้าพาลูกๆ มาเห็นวิถีชีวิตแบบนี้น่าจะดีมากเขาจะได้รู้จักการใช้ชีวิตของคนหลายๆ มุมมอง ได้อยู่ได้เล่นกับธรรมชาติอย่างน้อยๆ เขาทานข้าวทุกวันก็จะได้รู้ว่าข้าวนี้มีที่มายังไง ให้เขาเห็นคุณค่ามากขึ้นได้" โมนา กล่าว
ทิ้งท้ายที่อีกหนึ่งนักเดินทาง "ปลา" อัจฉรา บุรารักษ์ ก็บอกว่า ปกติเป็นคนชอบท่องเที่ยวและค่อนข้างไปทางลุยๆ หาเส้นทางไปเอง อ่านหนังสือหาสถานที่น่าสนใจไม่ค่อยมีคนได้เห็น ไม่ไปตามแลนด์มาร์คเท่าไหร่ วันนี้เลยสึกดีที่ได้มาเห็นวิถีชาวบ้านจังหวัดกระบี่อย่างใกล้ชิดหลีกออกมาจากที่เดิมๆ เพราะที่ผ่านมาจะเดินทางมาเพื่อพักผ่อนริมหาดทรายเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่คราวนี้ได้มีโอกาสมาอยู่กับชาวบ้านจริงๆ ทานอาหารในสูตรอร่อยของชาวบ้าน เห็นการปลูกข้าวจริงๆ ที่ตัวเองยังไม่เคยได้เห็น เป็นวีถีชีวิตที่ต่างจากไลฟ์สไตล์คนเมืองมาก แต่ก็มอบความรู้ใหม่ๆ ให้เราได้เยอะมากเช่นกัน



