ข่าว

อินไซด์วงถกศรส.เตือนเลือกตั้งเลือด!ทำไมยังเกิด?

อินไซด์วงถกศรส.เตือนเลือกตั้งเลือด!ทำไมยังเกิด?

28 ม.ค. 2557

อินไซด์วงถก ศรส. เตือนเลือกตั้งเลือด! ทำไมยังเกิด? : รายงานการเมือง

              กรณีเหตุปะทะที่วัดศรีเอี่ยม เขตบางนา ที่ทำให้ สุทิน ธราทิน แกนนำกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ต้องสังเวยชีวิตไปอีก 1 คน จากความขัดแย้งทางการเมืองว่าด้วยการขับไล่รัฐบาล ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง และเลือกตั้งแล้วค่อยปฏิรูป

              คำถามที่ถามกันเซ็งแซ่ คือ ตำรวจทำอะไรกันอยู่ เกียร์ว่างหรือเปล่า แล้ว ศรส. หรือศูนย์รักษาความสงบ ที่ตั้งขึ้นตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และได้ประกาศภาวะฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลนั้น ไม่สามารถระงับยับยั้งความรุนแรงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่แล้วได้เลยหรือ

              ข้อมูลจากการประชุม ศรส. ช่วงก่อนถึงวันที่ 26 มกราคม ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า ปรากฏว่าได้มีการแจ้งเตือนจากหน่วยงานด้านความมั่นคงบางหน่วยอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการคาดการณ์ถึงปัญหากระทบกระทั่งกันระหว่างผู้ชุมนุม กปปส.ที่ไปขัดขวางการเลือกตั้ง กับประชาชนหรือกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนการเลือกตั้ง และต้องการไปใช้สิทธิ์ ถึงขั้นวิเคราะห์พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงราว 12-13 เขตด้วย

              โดยจุดที่มีปัญหากระทบกระทั่งกันในวันเลือกตั้งจริง ก็มีข้อมูลแจ้งเตือนไว้ล่วงหน้าด้วย เช่น เขตลาดกระบัง

              นอกจากนั้น ยังมีการแจ้งเตือนเกี่ยวกับกระแสความเกลียดชังโกรธแค้นระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ กับมวลชน กปปส. โดยเฉพาะ คปท. หรือ เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย ที่เพิ่งบุกรื้อป้ายหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 มกราคม เพราะหลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์ลอบยิงบุคคลหรือที่อยู่อาศัยของบุคคลที่เชื่อว่าเป็นแนวร่วม คปท.และไปร่วมปฏิบัติการ โดยแทบทุกครั้งจะมีการแชร์ภาพบุคคลหรือสถานที่พักอาศัยจากฝ่ายตำรวจและ นปช.ก่อน เมื่อเกิดเหตุรุนแรงขึ้นจริง จึงทำให้ฝ่ายผู้ชุมนุมใช้โซเชียลมีเดียโจมตีตำรวจหนักขึ้น

              แต่ดูเหมือนข้อมูลเหล่านี้ ผู้มีอำนาจจะไม่ค่อย "นำพา" เท่าใดนัก

              ส่วนข้อมูลที่ฝ่ายการเมืองให้ความสนใจ คือ ข้อมูลจากบางหน่วยที่รายงานเป็น "แง่ลบ" กับผู้ชุมนุม ซึ่งผู้มีอำนาจก็เห็นดีเห็นงามด้วย เช่น การอ้างข้อมูลจากโพลล์สำรวจความคิดเห็นประชาชนว่า ประชาชนร้อยละ 80 ต้องการไปเลือกตั้ง, ผู้ชุมนุมร้อยละ 80 มาจากภาคใต้ จึงถือเป็นการชุมนุมที่ผิดธรรมชาติ เป็นม็อบจัดตั้งเพื่อการล้มรัฐบาล

              ฝ่ายการเมืองบางรายมีการกล่าวฝากเป็นนัยไปถึงผู้นำกองทัพทำนองว่า ตำรวจรู้ว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.อยู่ที่ไหน มีมือปืน 30 คนอยู่รายล้อม ฉะนั้นหากตำรวจตัดสินใจจับกุม ก็ต้องมีการสูญเสีย สาเหตุที่ต้องจับเพราะเป็นผู้ต้องหา จึงขอให้เข้าใจด้วย

              นอกจากนั้น ฝ่ายการเมืองยังให้ความสนใจการจับอาวุธสงครามที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 24 มกราคม โดยกล่าวในที่ประชุมให้ผู้แทนฝ่ายทหารนำไปรายงานผู้บังคับบัญชาทำนองว่า เป็นอาวุธของคนร้ายที่หวังก่อเหตุระหว่างมีสถานการณ์ขัดแย้ง เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ทำเองแน่ ทั้งนี้ไม่ได้โทษทหาร แต่คนที่ตามคุ้มกัน นายสุเทพ มีข้อมูลว่าเป็นทหาร มีอาวุธครบมือทุกคน จึงขอให้ผู้แทนฝ่ายทหารรายงานผู้บังคับบัญชาด้วย

              และยังมีการรายงานตัวเลขผู้ชุมนุมโดยตำรวจสันติบาล สรุปว่า ยอดผู้ชุมนุมทุกจุดมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สะพานพระราม 8 สะพานชมัยมรุเชฐ แยก จปร. แยกผ่านฟ้า แยกปทุมวัน แยกราชประสงค์ สวนลุมพินี กระทรวงพลังงาน ถนนแจ้งวัฒนะ แยกลาดพร้าว อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และแยกอโศก รวมประมาณ 1.3 หมื่นคน ขณะที่วันที่ 13 มกราคม ซึ่งเป็นวันชุมนุมชัตดาวน์วันแรก ผู้ชุมนุมสูงที่สุดอยู่ที่ 1.3 แสนคน

              ฝ่ายตำรวจยังระบุถึงองค์ประกอบของผู้ชุมนุมว่า ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1.คนกรุงเทพฯ ที่จัดจาก ส.ส. ส.ก.และ ส.ข. 2.ประชาชนจากภาคใต้ และ 3.กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์

              นี่คือข้อมูลจากห้องประชุมที่เล็ดลอดออกมา ทำให้ประเมินยากว่า ความหละหลวมในการวางกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในวันเลือกตั้งล่วงหน้าตามที่หลายๆ ฝ่ายวิจารณ์นั้น เป็นความ "ไม่ใส่ใจ" หรือเป็นความ "จงใจ" กันแน่


ไล่ยิงแกนนำ คปท.-กปท.รายวัน

              "แผนเด็ดหัวแกนนำ" ที่อ้างว่ามีการส่งไลน์กันในหมู่ "คนสีกากี" หลังจากมีผู้ชุมนุมบุกรื้อป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตำรวจจำนวนไม่น้อยเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เหยียบย่ำศักดิ์ศรี พร้อมๆ กับวลี "ระวังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามไปเอาคืน" นั้น วันนี้ไม่ได้อยู่ในโซเชียลมีเดียอีกต่อไป เพราะรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกมาตั้งคำถามตรงๆ เอากับรัฐบาลแล้ว

              ย้อนดูเหตุการณ์คุกคามบุคคลที่เป็นแกนนำหรือแนวร่วมของ กปปส.และองค์กรเครือข่าย เช่น คปท. และ กปท. ช่วงหลังวันที่ 22 มกราคม เป็นต้น (หลังเกิดเหตุรื้อป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ก็พบว่ามีหลายรายตกเป็นเหยื่อความรุนแรงจริง แต่ยังไม่ชัดว่าเป็นการกระทำของฝ่ายใด

              -23 มกราคม เวลา 01.00 น. คนร้ายมีรถกระบะเป็นพาหนะ ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถยนต์ที่จอดอยู่ในบ้านเลขที่ 2/82 หมู่บ้านลัดดาวัลย์ 2 ถนนทหารบก ต.บ่อพลับ อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งเป็นบ้านของ นพ.เลขา ด่านวิริยะกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม ทำให้รถได้รับความเสียหาย 3 คัน เบื้องต้นสันนิษฐานว่า สาเหตุมาจากปัญหาการเมือง เพราะมีคนโพสต์ภาพในเฟซบุ๊กเป็นภาพผู้หญิงและกลุ่ม คปท.กำลังทุบทำลายป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งผู้หญิงคนดังกล่าวคล้ายกับภรรยาของ นพ.เลขา แต่เจ้าตัวยืนยันว่าเป็นคนละคน

              -24 มกราคม เวลา 13.00 น. คนร้ายลอบยิง นายศุภการ อยู่บรรยงค์ หรือ แมว บ้านไร่ อายุ 56 ปี ผู้กว้างขวางใน จ.ราชบุรี เสียชีวิต โดยมีการเผยแพร่ข้อมูลก่อนหน้านี้ว่า นายศุภการ เป็นหนึ่งในผู้ชุมนุม คปท.ที่เข้าไปร่วมรื้อป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่บุตรชายและแกนนำ คปท.ยืนยันว่า ผู้ตายไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมกับ คปท.

              -25 มกราคม เวลา 01.30 น. คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงถล่มบ้าน ที่ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ของบิดามารดานายวีรชาติ เปรมกมล อายุ 33 ปี หรือฉายา "กบ วีรบุรุษกางเกงใน" หนึ่งในแนวร่วม คปท.ที่เคยก่อวีรกรรมนุ่งกางเกงในตัวเดียวฝ่าแก๊สน้ำตาที่สะพานชมัยมรุเชฐ เพื่อนำน้ำยาดับเพลิงไปฉีดใส่แนวกั้นของตำรวจในช่วงการชุมนุมบุกทำเนียบรัฐบาลเมื่อปลายปีที่แล้ว

              -26 มกราคม เวลา 13.40 น. คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายสุทิน ธราทิน แกนนำ กปท. ขณะนำมวลชนออกจากการปิดล้อมหน่วยเลือกตั้งล่วงหน้าของเขตบางนา ที่วัดศรีเอี่ยม และเผชิญหน้ากับกลุ่มสนับสนุนการเลือกตั้ง จนมีการใช้ความรุนแรงเข้าใส่กัน และนายสุทินถูกยิงเสียชีวิต

              การสร้างความกระจ่างในคดีเหล่านี้ โดยเฉพาะตำรวจสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ไม่ว่าจะเป็นมือปืนหรือมวลชนของฝ่ายใด จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ อยู่ในขณะนี้ได้ไม่น้อยทีเดียว


---------------------


(หมายเหตุ : อินไซด์วงถก ศรส. เตือนเลือกตั้งเลือด! ทำไมยังเกิด? : รายงานการเมือง)