
นาทีชีวิต'เหยื่อกระสุน'สมรภูมิลต.เขตบางนา
นาทีชีวิต'เหยื่อกระสุน' สมรภูมิ..เลือกตั้งเขตบางนา : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
สำหรับเหตุปะทะกันที่หน่วยเลือกตั้งเขตบางนา บริเวณวัดศรีเอี่ยม ศูนย์เอราวัณ รายงานยอดผู้บาดเจ็บ 11 คน เสียชีวิต 1 คน รวม 12 รายนั้น ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 5 ราย “สมคิด ไชยคชเดช” ชาวนครศรีธรรมราช อายุ 56 ปี หนึ่งในเหยื่อความรุนแรง ถูกคมกระสุนทะลุแขนกระดูกแตก เล่านาทีชีวิตให้ "คม ชัด ลึก" ฟังว่า วันนั้นมาร่วมคัดค้านการเลือกตั้งล่วงหน้าพร้อมกับมวลชนคนอื่นๆ ระหว่างที่อยู่บนรถกระจายเสียงคันเดียวกับ "สุทิน ธราทิน" แต่วินาทีนั้นไม่คิดว่าจะถูกยิง เพราะเราไปแบบอหิงสา ตามที่ลุงกำนันว่า "อย่าไปทำร้ายใคร ไปหาเรื่องใคร" ไม่คิดว่าเรื่องจะเกิดขึ้นแบบนี้!!
"ตอนนั้น พวกเขาเริ่มทุบรถก่อน แล้วค่อยมีเสียงปืนดังขึ้น พอได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ผมไม่นึกว่าเขาจะยิง แล้วก็ได้ยินเสียงปืนดังอีกหลายนัด ผมไม่ได้หมอบ เพราะกระสุนทะลุเข้าที่แขนแล้ว ผมก็ทรุดลงไปเลย ระหว่างที่ผมนอนอยู่ที่พื้น ยังได้ยินเสียงปืนยิงเข้ามาเป็นระยะ เริ่มเห็นคนเจ็บหลายคนที่ถูกยิงจากกระสุนปืน จากนั้นคนขับรถพยายามจะพาคนที่ถูกยิงอยู่บนรถมาที่โรงพยาบาล ตอนนั้น ผมเลือดออกเยอะมาก ทั้งชาและเจ็บ มือยกไม่ได้ วินาทีนั้น ห่วงว่าจะโดนยิงอีกไหม แต่เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ก็เข้าห้องผ่าตัดเพื่อเอาเหล็กดามตรงจุดที่โดนยิง แต่คงใช้เวลานานกว่าจะหายเพราะกระดูกแตก และระบบเส้นประสาทขาด นิ้วยังกระดิกไม่ได้" สมคิด เล่าถึงนาทีชีวิต
"สมคิด" บอกอีกว่า ถ้าการต่อสู้ยังไม่จบ ถ้าหายแล้วก็จะกลับไปสู้ต่อ ยังไม่กลับบ้านที่ต่างจังหวัด ที่ผ่านมาไม่คิดว่าจะเกิดเหตุรุนแรงกับตัวเอง และคุณสุทินรู้สึกเสียใจและใจหายมากที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ความรุนแรงที่เกิดขึ้นครั้งนี้มันเกินรุนแรงเกินไปแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่มาดูแลประชาชนเลย
ส่วน “วิชาญ สุขบางนพ” หรือ “ผู้ใหญ่เวง” ชาวนครศรีธรรมราช อายุ 53 ปี ถูกคมกระสุนทะลุแก้มซ้าย และกระสุนฝังอยู่ที่มือซ้าย ได้รับการผ่าตัดและดามเหล็กไว้ เล่านาทีชีวิตว่า หลังจากผลัดกันปราศรัยทำความเข้าใจกับประชาชนและคุยกับเจ้าหน้าที่ดูแลเขตเลือกตั้ง สักพักได้ยินข่าวว่ามีกลุ่มมวลชนเสื้อแดงเข้ามาปิดล้อมในระหว่างที่เราจะกลับ ช่วงที่ออกมาเกือบจะถึงสามแยกมีการตกลงประกาศกันแล้วว่า จะใช้ความสันติ ก็ตั้งขบวนจะกลับ เขาก็มาอยู่เต็มถนนหมดแล้ว
"ผมได้คุยกับคุณสุทิน ว่าควรจะนำพวกเราออกไปให้เร็วที่สุด เพราะเดี๋ยวจะมีคนบาดเจ็บ ในใจคิดว่าน่าจะแค่ทุบตี จึงให้พี่น้องเตรียมตั้งขบวนเหมือนตอนที่เรามา แล้วค่อยไปพร้อมกัน ก่อนคุณสุทินจะบอกเมื่อมาถึงช่วงสามแยกว่า "เรามาทำหน้าที่ในการยับยั้งเลือกตั้งไม่ได้มาทะเลาะกับคุณ เรามาด้วยความสันติอหิงสา" หลังจากนั้นคุณสุทินก็ปีนลงบันไดสามขั้นจากรถกระจายเสียง ระหว่างนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้น คุณสุทินน่าจะโดนยิงคนแรก ส่วนผมถูกยิงที่แก้มซ้ายกระสุนทะลุออกไป และที่มือซ้ายกระสุนฝังอยู่ วินาทีนั้น คิดเหมือนกันว่าถ้าคนขับออกรถไม่ทัน ผมคงไม่รอดแน่" วิชาญ เล่าถึงนาทีชีวิต
"วิชาญ" ยังฝากทิ้งท้ายว่า อยากให้จับกุมคนร้ายให้ได้ แต่ไม่ฝากความหวังกับเจ้าหน้าที่ เพราะกี่คดีก็ยังจับไม่ได้ และหลังจากรักษาตัวหายดีแล้วก็จะกลับไปสู้ต่อ เพราะจะไม่ยอมให้มีการเลือกตั้ง ต้องปฏิรูปประเทศก่อนเพื่อให้อยู่ถึงลูกหลาน!!
"สุทิน ธราทิน"นักสู้สาย"บุ๋น"แห่ง กปท.
ด้วยตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยของ "กองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ" จึงทำให้ "สุทิน ธราทิน" ถูกมองว่าสายฮาร์ดคอร์ ซึ่งในข้อเท็จจริง เขามีอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม "คณะนายทหารอาวุโส" ที่เป็นแกนนำ กปท. จึงได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ดังกล่าว
จริงๆ แล้ว ตัวตนของ "สุรทิน" เป็นนักคิด นักวางแผน และนักฝึกอบรม
หากย้อนกลับไปดูเส้นทางการทำงานของ "สุทิน" นับตั้งแต่เป็นเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ก็ขยับไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
ปี 2542 หลังวิกฤติเศรษฐกิจ ธนาคารออมสินจัดตั้ง "กองทุนเพื่อสังคม" (Social Investment Fund :SIF) "สุทิน" จึงได้ลาออกจาก ธ.ก.ส. สมัครเข้าทำงานกับธนาคารออมสิน
การทำงานกับเอสไอเอฟในรัฐบาลชวน 2 กลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต โดย เอนก นาคะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนเพื่อสังคม (เอสไอเอฟ) ได้หล่อหลอมให้ "สุทิน" เป็นนักพัฒนาสังคม ที่เข้าถึงกระบวนการเรียนรู้กับชาวบ้าน
ปี 2544 "สุรทิน" มีส่วนร่วมกับคณะทำงานของรัฐบาลไทยรักไทย จัดตั้งกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ต่อมา ผดุงศักดิ์ พื้นแสน (คณะทำงานของภูมิธรรม เวชยชัย ซึ่งในขณะนั้นภูมิธรรม เป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) ชักชวนให้ไปช่วยงานที่กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร
ปี 2546 นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ชวนให้มาร่วมบริหารโครงการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการโครงการถักทอพลังชุมชน พลังแผ่นดิน ร่วมยึดพื้นที่คืนจากยาเสพติด ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
หลังจากนั้น "สุทิน" ได้เข้าไปทำงานในองค์กร "สถาบันชุมชนท้องถิ่นพัฒนา" ร่วมกับ "หมอพลเดช" และเริ่มมีบทบาทในการขับเคลื่อนต่อต้านระบอบทักษิณ ระหว่างปี 2549-2552
เมื่อแกนนำพันธมิตรฯ และมวลชนคนเสื้อเหลือง คิดอ่านตั้งพรรคการเมือง "สุทิน" ได้เข้าร่วมเป็นกรรมการผู้ร่วมก่อตั้ง "พรรคการเมืองใหม่" แต่ประสบปัญหาการบริหารภายในพรรค เขาจึงแยกตัวออกมา
ปลายปี 2555 "สุทิน" กับ ทศพล แก้วทิมา อดีตกรรมการบริหารพรรคการเมืองใหม่ ได้ไปเป็น "คลังสมอง" ให้แก่ "องค์การพิทักษ์สยาม" (อพส.) ของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์
กระทั่ง 18 มิถุนายน 2556 "สุทิน" กับ "ทศพล" ได้ร่วมแถลงข่าวก่อตั้ง "กองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ" (กปท.) ก่อนที่เขาจะร่วมออกแบบ "คณะเสนาธิการร่วม" เปิดตัว "นายทหารอาวุโส" ที่ราชตฤณมัยสมาคม (สนามม้านางเลิ้ง)
ต้นเดือนสิงหาคม 2556 "กองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ" ร่วมกับ "กองทัพธรรม" จัดการชุมนุมใหญ่ที่สวนลุมพินี นอกจาก "สุทิน" จะเป็นผู้ประสานงาน ยังพ่วงด้วยตำแหน่งหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของ กปท.
เมื่อ กปปส.เปิดยุทธการปิดกรุงเทพฯ "สุทิน" ได้เคลื่อนมวลชนส่วนหนึ่งมาชุมนุมอยู่ที่ด้านหน้ากระทรวงพลังงาน ในนาม "กองทัพประชาชน และเครือข่ายปฏิรูปพลังงาน"
นั่นภารกิจสุดท้ายของนักกิจกรรมเพื่อสังคม ที่ผันตัวเองมาเป็น "แกนนำม็อบ" เป็นครั้งแรกในชีวิต
............
(หมายเหตุ : นาทีชีวิต'เหยื่อกระสุน' สมรภูมิ..เลือกตั้งเขตบางนา : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



