ข่าว

'ปู'หน้านิ่ง!งดจ้อสื่อ-บอกรอถกกกต.

'ปู'หน้านิ่ง!งดจ้อสื่อ-บอกรอถกกกต.

27 ม.ค. 2557

'ยิ่งลักษณ์'หน้านิ่ง!หลังนั่งทำงานที่สนง.ปลัดกห.ทั้งวัน ปัดตอบแนวทางถก'กกต.' 28ม.ค. 'สุเทพ'จี้ตรวจ'ลายนิ้วมือ-ดีเอ็นเอ'อาวุธในรถ หาเหตุ 'สุทิน' ดับ

 
                 เมื่อเวลา 17.40 น.น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงมาจากอาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม หลังจากปฏิบัติภารกิจและประชุมอยู่ที่นี่ทั้งวันตั้งแต่ช่วงเช้า โดยทันทีที่ออกจากลิฟท์ผู้สื่อข่าวสังเกตว่า นายกรัฐมนตรีมีสีหน้าเรียบเฉย และได้เดินเลี่ยงวงสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนที่รออยู่ด้านล่าง โดยมีสารวัตรทหาร (สห.) ยืนเรียงเป็นแนวไม่ให้สื่อมวลชนเข้าสัมภาษณ์ได้ถนัด และผู้สื่อข่าวพยายามถามถึงแนวทางในการหารือกับกกต.พรุ่งนี้เรื่องวันเลือกตั้ง แต่นายกฯ ปฏิเสธที่จะตอบและกล่าวเพียงว่า "ไว้วันพรุ่งนี้ทีเดียวนะคะ" และจากนั้นนายกฯก็ขึ้นรถตู้ออกไปทันที
 
 
วงกกต.ถกพรรคการเมืองหารือการเลือกตั้งวุ่น

             ขณะที่เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ตึกโดมบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)ศูนย์รังสิต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาร่วมประชุมกับ กกต. ซึ่งนัดหารือในเวลา 18.00 น. โดยนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ถ้าต้องการแก้ไขปัญหา กำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ต้องไปพิจารณาปัจจัยที่จะทำให้การเลือกตั้งเรียบร้อยซึ่งหนีไม่พ้นเรื่องการสร้างความมั่นใจในกระบวนการเลือกตั้งให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และหลักการเรื่องการปฏิรูป ไม่ได้เอาเวลาเป็นตัวตั้งว่าจะเลือกตั้งเมื่อใด
             
             เมื่อถามว่าหากมีการเลื่อนการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์จะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่มีหน้าที่มาต่อรอง เรามีหน้าที่มาหาคำตอบให้กับประเทศ ถ้ารัฐบาลจะหยุดคิดเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบบ้างก็จะดี วันนี้ไม่ใช่เรื่องพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง สภาพบ้านเมืองเป็นอย่างนี้อยู่ก็ไม่ได้แก้ไขปัญหาอะไร ปัญหาไม่ได้อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์
 
             ต่อข้อถามว่าเห็นด้วยกับการเลื่อนการเลือกตั้งหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เลื่อนก็เห็นปัญหาอยู่แล้ว ตนคิดว่า กกต.ก็ได้รายงานปัญหาแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญก็ชี้ว่าคนที่จะตัดสินใจคือใคร

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์อยู่นั้น นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มอบสติ๊กเกอร์ “เดินหน้าเลือกตั้ง 2 กุมภา 57” ผูกโบว์ธงชาติให้กับนายอภิสิทธิ์ด้วย ขณะเดียวกันได้มีประชาชนชาวปทุมธานี 5 คนได้มาตะโกนด่านายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ที่ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่กลับมาร่วมหารือกับ กกต.ในวันนี้ ขณะเดียวกันก็พยายามที่จะบุกขึ้นไปบริเวณห้องประชุมด้วย แต่ไม่ได้รับอนุญาต จึงได้สังเกตการณ์อยู่ด้านล่างอาคาร
 
             ขณะที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แปลกใจที่ กกต.เชิญเฉพาะพรรคที่มี ส.ส.ในสภาฯมาหารือทั้งที่การเลือกตั้งครั้งนี้มีถึง 53 พรรค ไม่ว่าพรรคใหญ่หรือพรรคเล็กก็มีเสียงเท่ากัน แต่ กกต.กลับไม่เชิญพรรคเล็กเข้าร่วม แต่เชิญพรรคประชาธิปัตย์ที่บอยคอตเลือกตั้งมาหารือ ดังนั้นถ้าคุยกัน 8 พรรคแล้วมีมติอะไรออกมาจะถูกกล่าวหาว่าเป็นการมุบมิบและฮั้วกันหรือไม่ และถ้าเลื่อนเลือกตั้งอยากถามว่าเอากฎหมายอะไรมาเลื่อน ระยะเวลาที่เหลืออีก 5 วันจนถึงวันที่ 2 ก.พ.จะทำทันหรือ รวมถึงจะรับผิดชอบอย่างไรกับบุคคลที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า และคนไทยในต่างประเทศที่ใช้สิทธิเลือกตั้งไปแล้ว นอกจากนี้จะรับผิดชอบอย่างไรกับค่าใช้จ่ายที่ทุกพรรคได้ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งไปแล้ว และเงินงบประมาณที่ กกต.ขอจากรัฐบาลไปจัดการเลือกตั้ง กกต.เหลือเท่าไหร่ หากมีการเลือกตั้งใหม่จะมีการขอใหม่หรือไม่


             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหัวหน้าพรรคการเมืองที่เข้าร่วมหารือกับ กกต.ในวันนี้ ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ นายพร้อมพงศ์  นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย และนายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นอกจากนี้ พรรคขนาดเล็กที่ไม่ได้รับคำเชิญและเดินทางมาสอบถามว่าทำไมถึงเชิญแต่พรรคการเมืองที่มี ส.ส.ในสภาฯได้ขึ้นไปสอบถาม แต่จนท.กกต.บอกว่าไม่ได้ส่งหนังสือเชิญ จึงไม่สามารถเข้าร่วมหารือได้
 
 
ถกพรรคการเมืองไร้ข้อยุติ
 

              นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต เปิดเผยภายหลังการประชุม ร่วมกับพรรคการเมืองต่างๆในการรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการจะจัดการเลือกตั้ง โดยระบุว่า การประชุมในวันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป เพราะเป็นเพียงการรับฟังความคิดเห็นร่วมกัน ว่าแต่ละพรรคการเมืองมีความเห็นอย่างไร ซึ่งในการประชุมนั้นแต่ละพรรคก็มีความคิดเห็นแตกต่างกันไปทั้งควรจะเลื่อนและให้มีการจัดการเลือกตั้งต่อไป ส่วนการหารือกับนายกรัฐมนตรีในวันที่ 28 ม.ค. นั้น ตนจะนำข้อหารือต่างๆ ที่ได้ไปประกอบการหารือด้วย   โดย กกต. เองก็มีแนวทางอยู่แล้ว ส่วนจะได้ข้อสรุปหรือไม่นั้นอยู่ที่ทางนายกรัฐมนตรี ว่าจะได้ข้อยุติทันก่อนวันที่ 2 ก.พ.  นี้หรือไม่ ซึ่งถ้ายังไม่ได้ข้อยุติก็จะไม่มีการหารือกับพรรคการเมืองอีก และ ทาง กกต. เองก็ไม่ได้มีการตั้งความหวังอะไร เพราะทำหน้าที่ไปตามหน้าที่ให้ดีที่สุด
 
 
"มาร์ค"รุดเยี่ยมเหยื่อปะทะวัดศรีเอี่ยม

    
             เมื่อเวลา 14.30 น. ที่โรงพยาบาลวิภาราม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุม กปท.และกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งบริเวณวัดศรีเอี่ยม ซึ่งมีผู้เข้ารับการรักษาตัวจำนวน 5 ราย


ตำรวจเรียกสอบวินจจย.


             เวลา 13.30. น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายสุทิน ธราทิน แกนนำกลุ่ม กปท.แนวร่วมกปปส. ถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณย่านวัดศรีเอี่ยม ถนนศรีนครรินทร์ เมื่อวันที่ 26 ม.ค. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางนา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณทางโค้งจากวัดศรีเอี่ยมเป็นจุดที่นายสุทินถูกกลุ่มคนร้ายยิงถล่มจนเสียชีวิตมีผู้บาดเจ็บจำนวนหลายคน โดยเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพถ่ายกองเลือดของผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับได้เรียกสอบปากคำผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างบริเวณดังกล่าวที่เห็นเหตุการณ์นำไปสอบปากคำที่สน. ส่วนบรรยากกาศภายใน สน.บางนาต่างก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างไรต่างก็บอกว่าขอให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงเป็นผู้ให้ข้อมูลข่าวสาร

             ผู้สื่อข่าวรายการว่าวันนี้ช่วงเวลา 13.00 น. ได้มีชายขับรถยนต์มาจอดและนำช่อดอกไม้มาวางริมถนนศรีนครินทร์ที่เกิดเหตุเป็นการแสดงความอาลัยส่งวิญญาณให้กับนายสุทิน
 
 
เมีย"สุทิน"ร่ำไห้รับศพวอนรัฐเสียสละ


              ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี แผนกนิติเวช บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีกลุ่มผู้ชุมนุม กปท. ญาติ และเจ้าหน้าที่มารอรับศพนายสุทินโดยมีแพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์  โรจนสุนันท์ ผู้ตรวจราชการ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์การผ่าชันสูตรศพ ร่วมกับแพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดีด้วย

              ต่อมาเวลา 14.00 น.ได้แถลงผลตรวจชันสูตรศพโดยนพ.นิรันดร์ พิทักษวัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง รับผิดชอบในเรื่องการติดตามตรวจสอบการชุมนุมทางการเมืองในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดย นพ.นิรันดร์ กล่าวว่า ได้รับการติดต่อจากญาติ และแกนนำ กปปส.ให้เข้ามาร่วมเป็นผู้รับรู้ในเหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นโดยการใช้อาวุธและทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง โดยได้เชิญ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ในฐานะเป็นผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และเป็นผู้เชี่ยวชาญในกระบวนการในการพิสูจน์ในการตรวจศพต่างๆ มาร่วมในการตรวจศพที่คณะแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดี นับเป็นเหตุการณ์รุนแรงครั้งที่ 3 แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง ถึงแม้จะไม่ใช่ผู้ที่จะไปจับคนร้าย แต่เรามีหน้าที่เข้ามาดูแลและคงต้องตรวจหาพยานหลักฐานในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
    
              นพ.นิรันดร์ กล่าวด้วยว่า หากใครพบเห็นเหตุการณ์ หรือมีภาพเหตุการณ์ขอให้ส่งเข้ามาที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน หรือส่งที่ตนโดยตรง โดยในวันพุธที่ 29 มกราคม เวลา 16.00 น. จะเชิญ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะตัวแทน ศรส. ตัวแทนจาก กปปส. ตัวแทนจาก คปท. มาหารือร่วมกับอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนด้านพลเมือง เพื่อหามาตรการในการป้องกันเหตุความรุนแรงอย่างไร
    
              ด้าน พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าวว่า หลักทางนิติวิทยาศาสตร์คงต้องรวบรวมหลักฐานจากศพ ผู้ประสบเหตุ พยานหลักฐานที่เกิดเหตุ และผลตรวจในห้องปฏิบัติการ นอกเหนือจากนั้นจะเป็นพยานบุคคล ผลจากการชันสูตรศพ กระสุนได้ทำลายเส้นเลือดใหญ่และสมองทำให้เสียชีวิต โดยกระสุนเข้าทางเดียวจากด้านขวาทะลุแล้วเจาะเข้าที่คอ หรือเข้าสองนัด มี 4 แผล
    
              "นัดแรกเข้าด้านหน้าของรักแร้กระสุนทะลุออกจากขวาไปซ้าย ล่างขึ้นบน ตอบไม่ได้ว่ามันทะลุแล้วไปเข้าที่ลำคอหรือไม่ เข้านัดที่สองที่คอด้านขวาทะลุออกเหนือกกหูซ้าย ในวิถีเดียวกันคือ ขวาไปซ้าย ล่างขึ้นบน หน้าไปหลังเล็กน้อย เบื้องต้นผู้บาดเจ็บทั้งหมดอยู่บนรถคันเดียวกัน ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตถูกยิงจากทั้งสองด้าน" พญ.คุณหญิงพรทิพย์ กล่าว

              นางสารี  ฤกษ์ใหญ่ น้องสาวนายสุทิน กล่าวว่า ยังเชื่อถึงพลังต่อสู้ของประชาชน เชื่อมั่นในความดี ในบทบาทของรัฐเองก็ต้องทำหน้าที่รัฐให้มีความยุติธรรม ให้ประชาชนที่อยู่ภายใต้อำนาจรัฐ มีความผาสุขเท่าเทียมกัน ฝ่ายรัฐพูดถึงความรุนแรงตลอด แต่สุดท้ายประชาชนได้รับความรุนแรงเอง
        
              ด้าน น.ส.กนิษฐา ด้วงอินทร์ ภรรยาของนายสุทิน กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ประกาศ พรบ.ฉุกเฉิน ตนได้ส่งข้อความไปให้สามีว่า"ขอให้พระคุ้มครอง"ตลอดเวลา แต่มีลางสังหรณ์ไม่ดี เมื่อคืนก่อนที่สามีจะเสียชีวิต ตนนอนไม่หลับ อยากจะโทรหา แต่ก็กลัวว่าสามีจะกังวล เพราะสามีห่วงลูกมาก จนวันที่เสียชีวิตลูกอ่านนิทานให้ตนฟัง 2 เล่ม อ่านเหมือนเด็กประถม ตนแปลกใจเพราะลูกอ่านผิดแค่ 2-3 คำ ก็เลยบอกลูกว่าต่อไปแม่ไม่เล่านิทานให้ฟัง ให้หนูเล่าให้แม่ฟัง ลูกก็เลยบอกกับตนว่า "ถ้าปะป๊ากลับมา หนูจะเล่านิทานให้ปะป๊าฟัง" จนช่วงเย็นทราบข่าวจากเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศโทรมาบอกว่าแฟนเสียชีวิต ตอนแรกที่รับโทรศัพท์ก็เอะใจว่าต้องมีเหตุการณ์อะไร พอทราบข่าวก็ทำอะไรไม่ถูก พยายามไม่ดูข่าว ตนก็พาลูกมาโรงพยาบาล ลูกก็ยังร่าเริงจนตอนนี้ยังไม่รู้ว่าปะป๊าเสียชีวิตแล้ว
    
              "สถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้มีความขัดแย้งค่อนข้างสูง แต่คนที่ออกไปชุมนุมมีอุดมการณ์ทางการเมือง เขาคิดว่าถ้าอยู่บ้านเฉยๆ แล้วไม่สบายใจก็ออกไป รัฐบาลนี้ไม่ชอบธรรม เขาก็พากันออกมา อยากฝากถึงรัฐบาลว่า สถานการณ์ก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นยังไง ในฐานะที่ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่สูญเสีย และเรียนจบรัฐศาสตร์มา พอจะรู้ว่าคนที่เป็นผู้นำควรจะทำอย่างไร ควรเสียสละหรือไม่ คนที่ควรเสียสละควรเป็นใคร คนเป็นผู้นำ หรือประชาชน" ภรรยานายสุทิน กล่าว
 
 
 
"สุเทพ"จี้ตรวจ"ลายนิ้วมือ-ดีเอ็นเอ"อาวุธในรถ
 
             เมื่อเวลา 19.50 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ปราศรัยที่เวทีแยกปทุมวัน กรณีการเสียชีวิตของนายสุทิน ธราทิน แกนนำกปท.ที่ถูกยิงเข้าที่ศีรษะและลำคอ ที่วัดศรีเอี่ยม เขตบางนา ซึ่งต่อมาภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าได้ตรวจสอบรถคันที่นายสุทินนั่งมา พบอาวุธทั้งปืนสั้น ปืนยาวว่า ถ้ารถของนายสุทินมีทั้งปืนสั้นปืนยาว แล้วทำไมถึงไม่มีการยิงตอบโต้แม้แต่นัดเดียว ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรม สั่งการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ไปพิสูจน์ลายนิ้วมือและดีเอ็นเอ บนอาวุธทุกชิ้นที่ตำรวจอ้างว่ายึดได้จากรถของสุทิน เพราะเรายืนยันได้ว่าพวกเราไม่มีใครพกอาวุธไป นี่เป็นความเป็นธรรมที่ต้องเรียกร้อง และขอประจานให้คนไทยรับรู้พฤติกรรมของพวกทายาทอสูรในรัฐบาลนี้




ทีมเพื่อไทยเข้าเยี่ยม"ขวัญชัย"


             เวลา 14.15 น.ที่ห้องวีไอพี โรงพยาบาลเอกอุดร นางอาภรณ์ สาราคำ ภรรยานายขวัญชัยฯ นายกรวีร์ สาราคำ บุตรชาย ยังคงเฝ้าดูแลนายขวัญชัยที่นอนหลับอยู่ในห้อง ขณะที่ยังคงมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมอาวุธครบมือ รักษาความปลอดภัยที่หน้าห้อง และยังติดป้ายงดเยี่ยมที่หน้าห้อง ขณะที่มีนายอดิศร วัฒนบุตร เลขานุการชมรมคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด นางมยุเรศ โคตรชมพู ประธานชมรมคนรักหนองคาย เดินทางมาเยี่ยม อยู่ภายในห้องรับรอง
     
             นอกจากนี้ในช่วงเช้า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผอ.การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะได้เดินทางมาเยี่ยมอาการนายขวัญชัยฯ โดยแพทย์และพยาบาล ได้นำตัวนายขวัญชัยที่มีอาการแข็งแรงขึ้น นั่งรถเข็นออกจากห้องพัก และนั่งรถเข็นไปรอบโรงพยาบาลฯ ก่อนจะกลับมาที่ห้องพัก และเข้าพักผ่อน โดยไม่มีผู้ใดเข้าเยี่ยม