
'มาร์ค'ติง'ปู'จงใจขัดคำวินิจฉัยศาลรธน.
'อภิสิทธิ์' ติง 'ยิ่งลักษณ์' ไม่เลื่อนลต. จงใจขัดคำวินิจฉัยศาลรธน. เข้าข่ายถูกถอดถอน-พ่วงอาญา 157 จี้ พบ 'กกต.' ด้วยตัวเอง ชี้ มอบ 'พงศ์เทพ' ไร้ประโยชน์
27 ม.ค. 57 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 57 ว่า เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายได้เตือนรัฐบาลไว้แล้ว โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เคยออกแถลงการณ์ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ ว่าขั้นตอนต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งน่าจะมีปัญหา และจะไม่บรรลุความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญได้ ทั้งในแง่ความสุจริต เที่ยงธรรม และการได้มาซึ่งสภาตามรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อรัฐบาลมีจุดยืนว่าไม่ขยับ ปัญหาก็จะสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ นายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะศาลชี้แล้วว่าเมื่อกกต.ทำรายงานแล้วก็เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีและครม.ที่จะแก้ไขหรือไม่ เนื่องจากเห็นปัญหาอยู่ชัดเจนแล้วว่าไม่มีผู้สมัครใน 28 เขต เพราะฉะนั้นจำนวนส.ส.ไม่ครบก็เปิดสภาไม่ได้ ตนจึงสงสัยว่าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินวันศุกร์เหตุใดนายกฯต้องรอถึงวันอังคารบ่าย จึงค่อยหารือกับ กกต. ทำให้เหตุการณ์ที่ควรป้องกันได้กลับป้องกันไม่ได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะไปพบ กกต.ในวันนี้ตามคำเชิญ ที่มีการเชิญหัวหน้าพรรคการเมือง โดยมีข้อเสนอต่อ กกต.ว่าควรจะพูดถึงแนวทางการปฏิรูป กับการสร้างความมั่นใจในกระบวนการเลือกตั้ง ให้เป็นที่ยอมรับต่อทุกฝ่าย โดยควรเร่งปฏิรูปเรื่องกระบวนการเลือกตั้งก่อนเป็นอันดับแรก และเงื่อนไขที่รัฐบาลยังรักษาการอยู่ก็เป็นเงื่อนไขว่า จะทำให้การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับได้หรือไม่ ตนจึงบอกว่านายกฯต้องตัดสินใจว่าจะอยู่เป็นเงื่อนไขความขัดแย้งหรือไม่
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จุดสมดุลย์ที่จะมีการปฏิรูปประเทศได้ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ จะต้องมีการหารือกัน และให้คนที่เป็นกลางคือ กกต.กับภาคประชาชนเป็นผู้เสนอ ถ้าพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสนอจะทำให้เกิดความไม่ไว้ใจ ส่วนที่รัฐบาลไม่ยอมรับว่า กกต.เป็นกลางแต่เข้าข้างกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น เห็นว่าพฤติกรรมของรัฐบาลคือปัญหา ทำให้วิกฤตมาถึงทุกวันนี้ เวลาที่มีคำวินิจฉัยที่ถูกใจก็ดีแต่ถ้ามีความเห็นไม่ตรงกับตัวเอง ก็พยายามลดความน่าเชื่อถือขององค์กรอิสระ ทั้งที่มีคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญให้รัฐบาลชนะหลายเรื่องก็ไม่เห็นว่าอะไร เช่น เงินกู้ 3.5 แสนล้านบอกว่าจะใช้ทำหน้าฝนสองปีที่แล้ว ศาลเชื่อรัฐบาลผ่านมาจะสามปีจนหิมะตกยังทำไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นเจตนาของรัฐบาลที่จะให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้าเกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นข้ออ้างว่ากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ไม่ได้ เพราะมีการเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้วจะมีผู้เสียสิทธิหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบว่าเพราะอะไร แต่คิดว่าในขณะที่ กกต.พยายามหาทางออก ข้อกฎหมายที่นายกฯเคยอ้างว่าทำไม่ได้ศาลก็บอกว่าทำได้แล้ว ก็น่าจะช่วยกันแก้ปัญหามากกว่า ทั้งนี้ไม่แน่ใจว่าเป้าหมายในขณะนี้ของรัฐบาลคืออะไร เพราะมองไม่เห็นว่าประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับส่วนรวมคืออะไร หากยังเดินหน้าเลือกตั้งต่อไปโดยไม่บรรลุวัตถุประสงค์ทางใดทางหนึ่งเลย ตอบโจทย์รัฐบาลก็ไม่ได้ ตอบโจทย์ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ไม่ได้ จะมีแต่ความขัดแย้งไปตลอดทาง ซึ่งต่อจากนี้ไปจะเกิดความสูญเสียเพิ่มเติมหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะแก้ปัญหาหรือไม่
"ผมถามว่าวันนี้ที่มีอำนาจอยู่จะมีไว้ทำอะไร เพราะไม่สามารถผลักดันนโยบายได้ เนื่องจากรักษาการ จึงไม่รู้ว่าอยู่เพื่ออะไร ทำไมไม่ช่วยทำให้บ้านเมืองเดินหน้าได้ แต่ถ้ารัฐบาลยังดึงดันอย่างนี้แล้วอ้างว่าจะมีปัญหาเรื่องการถูกฟ้องก็ขอเตือนว่า แม้ไม่เลื่อนเลือกตั้งก็มีปัญหาเหมือนกัน เพราะกกต.รายงานชัดว่าการเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ คนที่สามารถแก้ไขได้คือรัฐบาล แต่รัฐบาลไม่แก้ ผมก็มองว่ารัฐบาลจงใจฝ่าฝืน ทำให้เกิดเงื่อนไขที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญอยู่ในข่ายที่จะถอดถอน ซึ่งพรรคจะทำในนามของประชาชน เพราะมีปัญหาเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของการเลือกตั้งที่ กกต.เป็นผู้ตั้งข้อสังเกต และจะไปถึงการถอดถอน สำหรับคนที่จงใจจัดการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ รวมถึงกฎหมายอาญามาตรา 157 เป็นคดีอาญาที่จะนำมาพิจารณาพ่วงไปด้วย จึงขอย้ำว่าถ้าไม่เลื่อนเลือกตั้งจะถูกร้องด้วยข้อหาที่หนักแน่นกว่าด้วย"
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การรักษาการนายกรัฐมนตรีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนั้น ไม่ใช่กำลังรักษาประชาธิปไตย เพราะถ้าเป็นประชาธิปไตยต้องเป็นการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม ซึ่งกกต.ก็บอกแล้วว่าไม่ใช่ ตนจึงถามว่านายกฯอยู่เพื่ออะไร กลายเป็นอยู่เพื่อเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งหรือ เพราะไม่เห็นประโยชน์ที่ทำ ทั้งนี้อยากให้นายกฯหารือกับกกต.ให้ได้ข้อยุติ หาทางออกโดยไม่ยึดติดกับวันที่ 2 ก.พ.57 ก็รับหลักการนี้ว่าจะทำอย่างไร ให้มีกระบวนการที่ทุกฝ่ายมาร่วมกันหาทางออกได้ แต่รัฐบาลไม่ควรเป็นเจ้าภาพเอง หรือนายกฯตัดสินใจเลยว่าไม่เลื่อน และรับผิดชอบกับการตัดสินใจของตัวเอง
"การที่นายกฯมอบให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนไปหารือกับ กกต.นั้นไม่มีประโยชน์เพราะคนรักษาการตามพระราชกฤษฎีกาคือ นายกรัฐมนตรี ผมถึงบอกว่าจะอยู่ในตำแหน่งแล้วไม่คิดแก้ปัญหาก็อย่าอยู่ดีกว่า เพราะอยู่ไปก็ไม่ได้ทำประโยชน์ นอกจากเป็นเงื่อนไขความขัดแย้งของสังคม เพราะการมอบหมายให้คนอื่นไปแทนก็เพื่อหลีกหนีปัญหาแต่ความรับผิดชอบอยู่ที่ตัวนายกฯเพราะเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกา และถ้าไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบก็อย่าเป็นสิครับ เป็นแล้วต้องรับผิดชอบ ที่บอกว่าอยู่เพื่อจะรักษาอะไรเนี่ยะอยู่ต้องทำหน้าที่ อยู่แล้วต้องรับผิดชอบ"
พรรคเพื่อไทยคิดแต่เรื่องของตัวเอง เพื่อต่อรอง ทั้งที่ตนบอกแล้วว่าปัญหาไม่ใช่เรื่องการต่อรองระหว่างนักการเมือง พรรคการเมือง แต่เป็นเรื่องที่ว่าประเทศจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร ถ้าไม่เปลี่ยนแนวความคิดนี้ก็คงแก้ปัญหายาก ส่วนความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในขณะนี้จะนำไปสู่ข้ออ้างที่รัฐบาลจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่นั้น ตนไม่คิดไปไกลขนาดนั้น เพราะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ก็บอกชัดเจนว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาพูดเรื่องนิรโทษกรรมอีก



