
'สุเทพ'ชมเปราะ!ดารากปปส.กล้าหาญ
27 ม.ค. 2557
'สุเทพ'ประชุมแกนนำ หลัง'สุทิน' ถูกลอบยิงเสียชีวิต ชม'เหล่าดารา'กล้าหาญ ไม่สนถูก 'ศรส.' ออกหมายเรียก ด้าน'ธาริต'พลิกลิ้น ปัด'ศรส.'เรียกดาราสอบ
27 ม.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ซึ่งในวันนี้ได้หยุดการเดินรณรงค์เชิญชวนประชาชนมาร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มกปปส. โดยนายสุเทพ ได้เดินทางมาถึงเวทีปทุมวัน เมื่อเวลา 11.50 น. เพื่อเข้าประชุมแกนนำทั้งหมดรวมถึงแนวร่วมที่หอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดมาตรการ แนวทางในการรักษาความปลอดภัยกับผู้ชุมนุมและแกนนำ ภายหลังนายสุทิน ธาราทิน ผู้ประสานงานกปท.ถูกลอบยิงเสียชีวิต ระหว่างนำมวลชนกลับจากการคัดค้านการเลือกตั้งล่วงหน้า เขตบางนา เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่า จากนี้ไปรัฐบาลจะเร่งจัดการแกนนำตามประกาศของศรส.
โดยก่อนเข้าประชุม นายสุเทพ ได้เข้ามาทักทายสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม อารมณ์ดี พร้อมกล่าวถึงที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธาน ศรส.ประกาศออกหมายเรียกดารา นักแสดง ที่ขึ้นเวทีกปปส.ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่เหล่าดารากลับตอบโต้และแสดงความคิดเห็นทางเมือง โดยไม่สนใจหมายเรียกดังกล่าวว่า ตนเองขอชื่นชมในความกล้าหาญและยังบอกอีกว่า สื่อมวลชนที่มาทำข่าวอาจจะถูก ศรส.ออกหมายเรียกด้วยก็ได้
อย่างไรก็ตาม นายสุเทพ จะเข้าประชุมแกนนำและอยู่ภายในหอศิลปวัฒนธรรมตลอดช่วงบ่ายของวันนี้ จนกว่าจะถึงเวลาปราศรัยเพื่อขึ้นเวทีในช่วงค่ำ ส่วนทางด้านการรักษาความปลอดภัยพื้นที่การชุมนุมยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะโดยรอบสถานที่การประชุมแกนนำ
"ธาริต"ขึ้นแบล็คลิสต์ 30 เอกชนท่อน้ำเลี้ยง"กปปส."
เมื่อเวลา 13.00 น. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ในฐานะกรรมการศรส.แถลงหลังการประชุมศรส.ประจำวันที่ 27 ม.ค.ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาแนวทางในการเจรจาขอคืนพื้นที่ส่วนราชการเพื่อให้กลับมาบริการประชาชนได้ตามปกติ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิบัติงานของ ศรส.ขณะนี้ โดยในวันนี้ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค.จะมีการจัดเจ้าหน้าที่ชุดเจรจาเข้าทำการเจรจากับแกนนำผู้ชุมนุมในจุดต่าง ๆ ซึ่งเช้าวันนี้ได้เริ่มดำเนินการที่ถนนแจ้งวัฒนะ หากผลการเจรจาเป็นที่เรียบร้อยก็จะเป็นที่น่ายินดี อย่างไรก็ตาม ศรส.ได้เตรียมการในกรณีที่แกนนำกปปส.ไม่ยอมคืนพื้นที่ราชการ ซึ่ง ศรส.ได้หารือและมีมาตรการเป็นขั้นตอนที่เตรียมการไว้ โดยขอยืนยันกับประชาชนว่า แม้จะไม่ได้รับความร่วมมือกับกลุ่มกปปส. แต่ศรส.และส่วนราชการ รวมถึงกองกำลังผสมทหารและตำรวจจะดำเนินการทุกวิถีทางให้ส่วนราชการสามารถกลับมาบริการประชาชนได้อย่างแน่นอน โดยจะเริ่มต้นหลังการเจรจาเสร็จสิ้นในวันที่ 31 ม.ค.นี้ โดยในวันที่ 3 ก.พ.จะสามารถดำเนินการเปิดส่วนราชการทุกแห่งได้
นายธาริต กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมวันนี้ ศรส.ได้ออกประกาศสำคัญ 4 ฉบับ คือ 1.แจ้งให้ประชาชนที่ได้รับความเสียหายและเดือดร้อนจากการชุมนุมของกลุ่มกปปส.ในพื้นที่กทม.และปริมณฑล สามารถที่จะไปลงบันทึกประจำวัน เพื่อเป็นหลักฐานกับทางราชการที่สถานีตำรวจทุกแห่งรวมถึงกองบังคับการปราบปราม เมื่อประชาชนได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว ศรส.แนะนำให้นำหลักฐานประจำวันไปดำเนินการติดต่อคู่ค้าไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบริษัท ห้างร้าน ธนาคาร ประกันภัยต่างๆ ว่า ได้รับความเสียหายอย่างไรจากการชุมนุม ซึ่งจะได้รับการผ่อนผัน อนุเคราะห์จากภาคธุรกิจเหล่านั้น
2.จากการที่ ศรส.ขอความร่วมมือภาคเอกชนในการช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ศรส.จะเสนอรัฐบาล เมื่อยุติการชุมนุมในการให้ความช่วยเหลือกับภาคธุรกิจเอกชนในรูปแบบต่างๆ ตามที่กฎหมายสามารถให้กระทำได้
3.เป็นประกาศแจ้งเตือนภาคธุรกิจ เอกชนให้งดเว้น การช่วยเหลือด้านการเงินหรือท่อน้ำเลี้ยง การให้ที่พักพิงหลบซ่อน การให้ใช้ยานพหนะ เครื่องมือต่างๆ ที่เป็นการสนับสนุนการกระทำผิดของแกนนำกปปส. ซึ่งในเรื่องนี้ ศรส.ได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สตช.และกรมสอบสวนคดีพิเศษทำการสืบสวนสอบสวน เพื่อดำเนินการกับภาคธุรกิจเอกชนต่างๆ ที่ให้การสนับสนุนกับการกระทำผิดของ กปปส. อย่างไรก็ตาม ในชั้นนี้ศรส.เห็นควรจะแจ้งเตือนภาคธุรกิจเหล่านั้นให้ยุติการช่วยเหลือตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ ศรส.จะมีการแจ้งหนังสือเป็นการเฉพาะไปยังกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ประมาณ 30 ราย เพื่อเป็นการเจาะจงโดยเฉพาะว่า ทั้ง 30 ราย อยู่ในแบล็คลิสต์ของศรส.ว่า เป็นผู้ให้การสนับสนุนรายใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน ที่พักพิง ยานพหนะ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ซึ่งศรส.จะดำเนินการแจ้งไปยังเจ้าของธุรกิจนั้นโดยเร็วที่สุด โดยศรส.จะยังไม่เปิดเผยรายชื่อทั้ง 30 รายดังกล่าว นอกจากนี้ ตนได้รับรายงานจากธนาคารว่า เฉพาะครัวราชดำเนินมีเงินหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาท ในช่วงเดือนที่ผ่านมา
4.ขอความร่วมือสื่อมวลชนทุกแขนงงดเว้นการเสนอข่าวที่เป็นการยั่วยุ และส่งเสริมให้มีการกระทำผิด การปลุกระดม ชี้นำของแกนนำกปปส. เนื่องจาก มีสื่อมวลชนบางแขนงมีการนำเสนอข่าวสารที่เป็นการยั่วยุส่งเสริมให้มีการกระทำความผิดตามการปลุกระดมของแกนนำกปปส. ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งศรส.เห็นควรที่จะแจ้งเตือนไปยังสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เป็นเบื้องต้นให้งดเว้นการดำเนินการเสนอข่าวดังกล่าว ทั้งนี้ ประกาศทั้ง 4 ฉบับ จะเผยแพร่ผ่านราชกิจจานุเบกษาในช่วงเย็นวันนี้
นายธาริต กล่าวต่ออีกว่า ที่ประชุมศรส.ได้รับทราบผลการดำเนินคดีกับแกนนำกปปส. ซึ่งขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ สตช.สำนักงานอัยการสูงสุดได้ร่วมกันดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหากับแกนนำกปปส. 58 คน ซึ่งวันนี้ได้มีการดำเนินการขอหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับแกนนำชุดแรก 16 คน ซึ่งมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนนำหลัก โดยคาดว่า เย็นวันนี้ ศาลอาญาจะมีการพิจารณาและมีคำสั่งว่า จะอนุญาตให้จับกุมแกนนำทั้ง 16 คนหรือไม่ ซึ่งศรส.ได้เตรียมการสถานที่ควบคุมตัวไว้แล้ว ส่วนแกนนำคนอื่นๆ จะมีการดำเนินการในภายหน้าต่อไป นอกจากนี้ ตนขอชี้แจงว่า ที่ประชุมศรส.ไม่เคยมีมติ ข้อแนะนำ หรือข้อสั่งการที่จะไปเรียกดารานักแสดงมาซักถามสอบสวนใดๆ ทั้งสิ้น



