ข่าว

'ถาวร'ยื่นฟ้องศาลขอถอนพรก.ฉุกเฉิน

'ถาวร'ยื่นฟ้องศาลขอถอนพรก.ฉุกเฉิน

27 ม.ค. 2557

'ถาวร' ยื่นฟ้องศาลขอถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นัดฟังคำสั่ง 30 ม.ค.นี้

 

                          27 ม.ค. 57  เมื่อเวลา 09.30 น.  นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในฐานะ รองผอ.ศรส. เป็นจำเลยที่ 1-3 เรื่องละเมิด ขอให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และห้ามใช้กำลังสลายการชุมนุม พร้อมทั้งยื่นคำขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินด้วย

                          ต่อมาเวลา 11.30 น. ศาลแพ่งได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ 275/2557 พร้อมเปิดห้องพิจารณาคดี 712 เพื่อไต่สวนฉุกเฉินโดยทันที โดยนายถาวร โจทก์ เตรียมขึ้นเบิกความไต่สวนเพียงปากเดียว

                          ขณะที่ ภายหลังยื่นฟ้อง นายถาวร แกนนำ กปปส.อนุสาวรีย์ กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ไม่มีความร้ายแรงจนถึงขั้นต้องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่รัฐบาลและฝ่ายบริหารกลับประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยมิชอบ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยแล้วว่าการชุมนุมของกปปส. เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ จึงไม่มีความจำเป็นต้องประกาศใช้กฎหมายฉบับดังกล่าว การที่รัฐบาลกระทำอย่างนี้เป็นการจำกัดสิทธิของประชาชน ทั้งนี้ตามประกาศของพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เราจะไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครองไม่ได้ และเราคงไม่มีเครื่องมือไปต่อสู้กับฝ่ายบริหาร  จึงต้องมาขอพึ่งบารมีศาลแพ่ง ซึ่งเป็นฝ่ายตุลาการขอให้เพิกถอนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฉบับนี้ พร้อมขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินทันที เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและทวงคืนระบอบประชาธิปไตยกลับมา อย่างไรก็ตามตนจะปักหลักรอที่ศาลแพ่งจนกว่าศาลจะนัดไต่สวนหรือมีคำสั่งใดๆ แต่ถ้าหากผลออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ก็พร้อมที่จะยอมรับคำตัดสินของศาล

                          นายถาวร กล่าวอีกว่า ส่วนความเคลื่อนไหวที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในวันนี้ จะไม่มีการนำมวลชนเคลื่อนขบวนไปสถานที่ราชการ เนื่องจากเกรงว่าจะมีความสุ่มเสี่ยงเพราะรัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยต่อผู้ชุมนุม ทั้งนี้ยอมรับว่ามีความกังวลใจเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่ชุมนุมบริเวณอนุสาวรีย์ เนื่องจากตำรวจที่เคยร่วมดูแลความเรียบร้อยของประชาชนได้ถอนกำลังออกจากพื้นที่แล้ว เพราะเกรงว่าอาจเข้าข่ายกระทำความผิดฐานสนับสนุนการร่วมชุมนุมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

 

 

ศาลนัดฟังคำสั่งคดีขอเพิกถอน 'พ.ร.ก.ฉุกเฉิน' 30 ม.ค.นี้

 

                          ศาลได้ไต่สวนฉุกเฉินคดีที่นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง  รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในฐานะ รองผอ.ศรส. เป็นจำเลยที่ 1-3 เรื่องละเมิด ขอให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง และห้ามใช้กำลังสลายการชุมนุม โดยนายถาวร แกนนำ กปปส. โจทก์ ได้เบิกความเป็นพยานด้วยตนเอง

                          กระทั่งเวลา 14.30 น.ภายหลังนายถาวร แกนนำ กปปส.โจทก์ได้เบิกความเสร็จสิ้นแล้ว ศาลก็ได้พิเคราะห์คำร้อง คำฟ้องของโจทก์และสอบถามข้อเท็จจริงแล้ว โจทก์และทนายโจทก์แถลงว่า เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา นายวิรัตน์ กัลยาศิริ และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้มีคำวินิจฉัยเรื่องการออกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯในเขตกทม.และปริมณฑล โดยขอให้เพิกถอนประกาศฉบับดังกล่าว และโจทก์แถลงเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำขอท้ายคำร้องที่ว่าห้ามจำเลยใช้หรือสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่ให้ใช้กำลังหรืออาวุธเข้าสลายการชุมนุมของโจทก์ว่า นายกฯ จำเลยที่ 1 กับพวก ได้ประชุมเตรียมการวางแผนใช้กำลังและอาวุธเข้าสลายการชุมนุมของโจทก์และผู้ชุมนุม แต่ยังมิได้ดำเนินการใดๆ เพื่อให้การพิจารณาคำฟ้องของโจทก์เป็นไปโดยถูกต้องและเป็นไปตามเงื่อนไขแห่งกฎหมายที่บังคับไว้เกี่ยวกับสิทธิของคู่ความ

                          จึงเห็นควรให้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 30 ม.ค.นี้เวลา 11.00 น. ส่วนคำร้องขอให้ใช้วิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาและคำร้องในกรณีฉุกเฉินของโจทก์ จะพิจารณาวินิจฉัยมีคำสั่งหรือคำพิพากษาไปพร้อมกันในวันดังกล่าว