ข่าว

'อียิปต์'จัดเลือกตั้งปธน.ก่อนลต.ส.ส.

'อียิปต์'จัดเลือกตั้งปธน.ก่อนลต.ส.ส.

27 ม.ค. 2557

'ผู้นำอียิปต์' ปรับแผนให้จัดเลือกตั้งปธน. ก่อนเลือกตั้งส.ส.

 

                          27 ม.ค. 57  ประธานาธิบดีรักษาการของอียิปต์ประกาศจะจัดเลือกตั้่งประธานาธิบดี ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป เปลี่ยนแปลงจากแผนการถ่ายโอนอำนาจสู่ระบอบประชาธิปไตยตามที่ได้ประกาศไว้หลังการรัฐประหารโค่นล้มประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี เมื่อกลางปีที่แล้ว

                          นายอัดลี มันซูร์ ประธานาธิบดีรักษาการแถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า เนื่องจากพรรคการเมืองหลายพรรคบอกว่ายังไม่พร้อมเข้าร่วมการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ และอยากให้จัดเลือกตั้งประธานาธิบดี เขาจึงต้องปรับแผนการถ่ายโอนอำนาจตามความต้องการของพรรคการเมืองเหล่านี้ แต่เขาไม่ได้กำหนดวันเลือกตั้ง โดยเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ต้องจะกำหนดวันเลือกตั้ง ซึ่งตามรายงานข่าวระบุว่าจะต้องไม่น้อยกว่า 90 วันหลัง การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำให้คาดว่าจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปได้ก่อนสิ้นเดือนเม.ย. และอาจจัดเลือกตั้งทั่วไปได้ก่อนสิ้นเดือนก.ค.

                          การปรับแผนครั้งนี้จะปูทางสู่อำนาจให้กับพลเอก อับเดล ฟัตตาห์ เอล-ซิซี่ ผู้บัญชาการทหารบก และรัฐมนตรีกลาโหม ที่เตรียมลงสมัครเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยเขาได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากประชาชนหลังก่อรัฐประหารโค่นล้มประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ปีที่แล้ว

                          และนักวิเคราะห์คาดว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีเร็วขึ้นจะช่วยคลายแรงกดดันจากต่างชาติ ที่มองว่าอียิปต์อยู่ในภาวะไร้ผู้นำ เพราะมีเพียงประธานาธิบดีรักษาการและรัฐบาลชุดถ่ายโอนอำนาจ และสร้างความมั่นใจแก่ประชาคมโลกว่าอียิปต์กำลังอยู่ในขั้นเปลี่ยนผ่านเพื่อสร้างรัฐประชาธิปไตยที่แข็งแกร่ง

                          แต่สถานการณ์ในอียิปต์ขณะนี้เกิดความแตกร้าวมากยิ่งขึ้น โดยกลุ่มมุสลิมภราดรภาพที่สนับสนุนนายมอร์ซีและชุมนุมต่อต้านกองทัพและการรัฐประหารมานานหลายเดือน ปลุกระดมให้ผู้สนับสนุนออกมาเดินขบวนเพื่อผลักดันการปฏิวัติระลอกใหม่เพื่อทวงคืนอำนาจให้กับนายมอร์ซี ผู้นำคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย หลังประชาชนชุมนุมขับไล่ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก ผู้นำเผด็จการที่ปกครองประเทศยาวนาน 30 ปีได้สำเร็จเมื่อต้นปี 2554

                          และในโอกาสครบรอบ 3 ปีของการเริ่มต้นการประท้วงนาน 18 วันขับไล่มูบารักเมื่อวันเสาร์ เกิดเหตุรุนแรงจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนมอร์ซีและตำรวจปราบจลาจลในหลายเมืองทั่วประเทศต่อเนื่องจนถึงวันอาทิตย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 49 คนและบาดเจ็บเกือบ 250 คน

                          นอกจากนี้เกิดระเบิดนอกศูนย์ฝึกตำรวจในกรุงไคโร และเกิดระเบิดรถยนต์ในสถานีตำรวจในเมืองสุเอซเมื่อวันเสาร์ หลังจากเมื่อวันศุกร์เกิดระเบิดถึง 4 ครั้งในกรุงไคโร และกลุ่มหัวรุนแรงที่ได้แรงบันดาลใจจากอัลไกด้า อ้างว่าอยู่เบื้่องหลังเหตุระเบิดเมื่อวันศุกร์โดยพุ่งเป้าสังหารตำรวจ

                          ส่วนเมื่อวันอาทิตย์เกิดเหตุยิงถล่มรถบัสของทหารขณะแล่นอยู่ในคาบสมุทรไซนาย ทำให้ทหารเสียชีวิต 4 นายและบาดเจ็บ 9 คน หลังจากเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเพิ่งประสบอุบัติเหตุตกทำให้ทหารเสียชีวิต 5 นาย และขณะนี้กองทัพได้เพิ่มการรักษาความปลอดภัยบนคาบสมุทรไซนายเข้มงวดขึ้น นอกจากนี้ประธานาธิบดีรักษาการ ประกาศในการแถลงเมื่อวานจะเพิ่มศาลพิจารณาคดีก่อการร้ายมากขึ้นเพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษได้อย่างรวดเร็ว

 

 

-----------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)