ข่าว

'ชีวิตระทึก'ภารกิจ'ปิดด่าน'...อันตราย

'ชีวิตระทึก'ภารกิจ'ปิดด่าน'...อันตราย

27 ม.ค. 2557

ชีวิตระทึก 'การ์ดรอบดึก' ภารกิจ 'ปิดด่าน'...อันตราย : ชยานนท์ ปราณีต ... รายงาน

 

                           ย่ำรัตติกาลความมืดมิดปกคลุมไปทั่วบริเวณ กลุ่มการ์ดผู้รักษาความปลอดภัยให้เวทีเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) รอบทำเนียบรัฐบาล เริ่มเคลื่อนไหวออกจากฐานกำบัง...

                           "การ์ดรอบดึก" แนวหน้า 10-15 คน สวมเสื้อเกราะ หมวกเหล็กกันกระสุน เดินออกจากฐานที่มั่น เพื่อไปนำยางรถยนต์ที่วางกองอยู่ข้างถนนมาปิดทางเข้าออก..ภารกิจ “ปิดด่าน” จึงเริ่มต้นขึ้น

                           ระหว่างปฏิบัติงาน จะมีการ์ดอีกชุดใช้กล้องส่องทางไกลคอยดูแลความปลอดภัยให้แก่ชุดการ์ดแนวหน้าที่กำลังทำงานอยู่ รวมถึงฉายไฟตรวจตราตามตึกสูงโดยรอบ ซึ่งปฏิบัติการปิดด่านต้องทำอย่างรวดเร็วภายในเวลา 5 นาที

                           “เคลียร์..” ชุดปฏิบัติการส่งเสียงตะโกนบอกทันที เมื่อทางเข้าออกถนนทุกสายรอบนอกถูกปิดด้วยยางรถยนต์เรียบร้อยแล้ว

                           การ์ดทุกคนที่รับผิดชอบภารกิจเวรกลางดึก ต้องเฝ้าระวังเหตุอยู่ภายในบังเกอร์ที่สร้างขึ้นมาเอง ด้วยการนำทรายมากรอกใส่กระสอบ ยางรถยนต์ เพื่อทำเป็นฐานไว้ป้องกันตัว

                           เกือบ 2 เดือนแล้ว "คปท." ปักหลัก ที่สะพานชมัยมรุเชฐ และพื้นที่โดยรอบบริเวณทำเนียบรัฐบาล "จรัญ อินหุ่น" หนุ่มเมืองกรุง วัย 49 ปี อาสามาเป็นการ์ด คปท. ผู้ดูแลด่านมิสกวันตลอด 24 ชั่วโมง เล่าถึงชีวิตแนวหน้า ซึ่งรับผิดชอบความปลอดภัยของผู้ชุมนุมว่า ช่วงกลางวันจะต้องมาประจำอยู่ที่ด่านนี้ เพื่อช่วยตรวจกระเป๋าและรถผ่านเข้าออกพื้นที่การชุมนุม ทำงานสลับเปลี่ยนเวรกับน้องๆ การ์ด ต่อเนื่องไปจนถึงกลางคืน

                           "จรัญ" เล่าชีวิตส่วนตัวให้ฟังว่า ทำงานเป็นการ์ดมาตั้งแต่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยไปปิดทำเนียบรัฐบาลนาน 193 วัน ปี 2551 จนมาถึงการชุมนุมของ คปท. ก็ขอเข้าร่วมเป็นการ์ดกับ "นัสเซอร์ ยีหมะ" หัวหน้าชุดรักษาความปลอดภัย คปท. รู้จักกันมานาน และถ้าหากมีเวลาว่าง ค่อยปลีกตัวกลับไปเยี่ยมภรรยาและลูกในเวลากลางวัน โดยไม่พักนอนที่บ้าน เพราะเป็นห่วงมวลชน แล้วรีบกลับมาเข้าเวรต่อ ซึ่งภรรยากับลูกเข้าใจและเป็นห่วง เตือนให้ระวังตัว ทั้งนี้ ก่อนกลับบ้านแต่ละครั้ง เขาต้องดูสถานการณ์ก่อนว่าทาง คปท.จะมีการเคลื่อนไหวหรือไม่

                           จนกระทั่ง 2 ทุ่ม หลังกินข้าวเย็น ซึ่งเป็นอาหารมุสลิมที่จัดเตรียมไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว "จรัญ" จะเริ่มสวมเสื้อเกราะ หมวกกันกระสุน ก่อนออกเดินตรวจสอบแนวรั้ว แวะทักทายเพื่อนการ์ดที่ประจำอยู่ภายในบังเกอร์ จากนั้นก็กลับมายังจุดตรวจสิ่งของผู้เข้าร่วมชุมนุม กระทั่งถึงเวลาเที่ยงคืน ซึ่งการ์ดทุกคนรู้ดีว่า นั่นคือห้วงเวลาที่กลุ่มผู้ไม่หวังดีมักแอบเข้ามาก่อกวน ทั้งปาประทัดยักษ์ ยิงปืน ยิงหนังสติ๊ก ฯลฯ เข้าใส่ผู้ร่วมชุมนุม ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย หลังเที่ยงคืนจึงต้องมีปฏิบัติการปิดด่าน

                           นาทีระทึกในแต่ละค่ำคืนนั้น "จรัญ" ยอมรับว่า ปฏิบัติการปิดถนน เป็นภารกิจที่ต้องระมัดระวังตัวมากสุด โดยเฉพาะการปิดถนนพิษณุโลกหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เนื่องจากจุดนี้ เป็นจุดที่มีรถมอเตอร์ไซค์ และรถกระบะวิ่งขนชายชุดดำเข้าออก บช.น. ตลอดเวลา มีการส่งคนเข้ามาก่อกวนซุ่มโจมตี ทั้งระเบิดปิงปอง ประทัดยักษ์ อาวุธปืนจริง หนังสติ๊กยิงหัวนอต ลูกหิน ฯลฯ

                           ทำให้การ์ดทุกคนต้องยกระดับการเฝ้าระวังกลางคืนเป็นพิเศษ เพราะเคยเกิดเหตุการณ์รุนแรงกับ "ปกเกศ บุญยก" อายุ 43 ปี คนขับแท็กซี่รับจ้าง ผู้มาร่วมชุมนุมแล้วถูกคนร้ายยิงเข้าใส่กลางหลัง บริเวณด่านแยกราชดำเนินนอก เมื่อกลางดึกวันที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา โชคดีที่หมอผ่าตัดรักษาอาการจนปลอดภัยแล้ว

                           "เวลาทำงานที่จุดเสี่ยงๆ ผมจะมีสิ่งยึดเหนี่ยวก่อนทำงาน คือ พระที่ห้อยคล้องคอ 6 องค์ และล็อกเก็ตหลวงตามหาบัว” จรัญ เผยถึงสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ

                           หลังจาก "จรัญ" ปฏิบัติภารกิจปิดด่านเสร็จ เขาจะกลับเข้ามานอนพักผ่อนในเต็นท์หลังแนวกระสอบทราย ภายในเต็นท์ที่เพียบพร้อมไปด้วย หมอน ผ้าห่ม ยากันยุง และพัดลม กระทั่งใกล้รุ่งราวตี 5 เขาต้องลุกขึ้นออกไปตรวจตามแนวบังเกอร์อีกครั้ง ก่อนทำภารกิจส่วนตัว

                           ด้าน "นัสเซอร์" ยอมรับว่า จากปัญหากลุ่มก่อกวนที่ทำให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บหลายคน จึงต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เช่น ตรวจค้นสัมภาระ หรือกระเป๋าคนที่น่าสงสัย เพิ่มความถี่ลาดตระเวนทั้งภาคพื้นและอากาศ มีการตั้งจุดตรวจสกัดเข้ม 5 จุด คือ 1.ด่านสวนจิตร ถนนพระราม 5, 2.ด่านนางเลิ้ง ถนนพิษณุโลก, 3.ด่านประตู 1 ทำเนียบรัฐบาล ใกล้สะพานอรทัย, 4.ด่านวัดเบญจมบพิตร และ 5.ด่านแยกมิสกวัน

                           ทุกด่านมีการ์ดดูแลความปลอดภัยจุดละ 50 คน  สลับเข้าเวร 24 ชั่วโมง แบ่งเป็น 3 ชุด ชุดละ 8 ชั่วโมง สำหรับการ์ดเข้าเวรกลางคืน จะเน้นคนมีประสบการณ์มากเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงเวลาอันตราย มีการติดกล้องวงจรปิดสังเกตการณ์เพิ่มเติมอีกกว่า 10 ตัว หลังเวลา 24.00 น. ไม่อนุญาตให้รถผ่านเข้าออกพื้นที่ชุมนุมโดยเด็ดขาด เริ่มเปิดให้ผ่านได้ 7 โมงเช้าเป็นต้นไป

                           สำหรับการคัดเลือกการ์ดนั้น ต้องมีบุคคลที่รู้จักผ่านการทำงานกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และต้องทำบันทึกประวัติอย่างละเอียด ก่อนออกบัตรประจำตัวการ์ดให้ เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ ทั้งนี้ การรักษาความปลอดภัยที่มีมาตรการเข้มงวด อาจจะไม่ใช่การรักษาความปลอดภัยได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นเพียงการเฝ้าระวังเท่านั้น !!

 

 

---------------------

(ชีวิตระทึก 'การ์ดรอบดึก' ภารกิจ 'ปิดด่าน'...อันตราย : ชยานนท์ ปราณีต ... รายงาน)