ข่าว

สืบจาก'โซเชียลมีเดีย'ทลายแก๊งมาเฟียฝั่งธน(1)

สืบจาก'โซเชียลมีเดีย'ทลายแก๊งมาเฟียฝั่งธน(1)

26 ม.ค. 2557

สืบจาก'โซเชียลมีเดีย' ทลายแก๊งมาเฟียฝั่งธน (1) : คอลัมน์คลี่ปมปริศนา csi-thailand : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

 
                      แทบทุกค่ำคืน ภายในซอยวัดดงมูลเหล็ก แขวงบ้านช่างหล่อ ย่านบางกองน้อย กรุงเทพมหานคร ค่อนข้างพลุกพล่านไปด้วยผู้คน เนื่องจากมีร้านอาหารเปิดให้บริการลูกค้าอยู่หลายร้าน อีกทั้งกลุ่มวัยรุ่นมักใช้ซอยแห่งนี้เป็นสถานที่รวมกลุ่มมั่วสุม โดยเฉพาะแก๊งค้ายาเสพติด ที่มักใช้ซอยแห่งนี้เป็นสถานที่นัดหมายซื้อขายยาเสพติด 
 
                      ตำรวจพยายามแก้ปัญหาดังกล่าว โดยการตั้งด่านสกัดไม่ให้กลุ่มวัยรุ่น และแก๊งค้ายาเสพติด ใช้ซอยแห่งนี้เป็นสถานที่มั่วสุม รวมทั้งจัดส่งกำลังฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หาข่าว ควานหาหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมาย
 
                      กลางดึกคืนวันที่ 13 มิถุนายน 2555 ก็เช่นกัน ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนนครบาล 7 (กก.สส.น.7) จำนวน 4 นาย ในจำนวนนั้นมี ด.ต.สนิท ริ้วทองชุ่ม อายุ 44 ปี ผบ.หมู่จราจร สน.บางยี่ขัน ช่วยราชการ กก.สส.น.7 รวมอยู่ด้วย ได้ออกตรวจตราภายในซอยวัดดงมูลเหล็ก พบวัยรุ่นชาย-หญิงขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ ทะเบียน สลก 567 กรุงเทพมหานคร ผ่านมา ซึ่งเมื่อเห็นตำรวจทั้งสองมีท่าทีพิรุธ
 
                      ด.ต.สนิท และพวก จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น แต่แทนที่วัยรุ่นชาย-หญิงคู่ดังกล่าวจะให้ความร่วมมือ กลับจอดรถจักรยานยนต์ไว้ข้างทางแล้ววิ่งหลบหนี ตำรวจพยายามวิ่งไล่ตาม โดยวัยรุ่นหญิงตำรวจสามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้ ขณะที่วัยรุ่นชายเมื่อเห็นว่าจวนตัวแทนที่จะยอมให้ตำรวจจับกลับชักอาวุธปืน ออกมายิงใส่กลุ่มตำรวจ 3 นัด ในจำนวนนั้นถูกบริเวณท้อง ด.ต.สนิท 1 นัด จนล้มลงกับพื้น เพื่อนตำรวจต้องรีบช่วยกันส่งโรงพยาบาล แต่ ด.ต.สนิท เสียเลือดมาก ทนอาการบาดเจ็บจากบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต ทั้งที่ทีมแพทย์พยายามยื้อสุดความสามารถ
 
                      หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.ไพบูลย์ บุญรัตน์ พนักงานสอบสวน สน.บางกอกน้อย พร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่าอาวุธปืนที่คนร้ายใช้ยิงใส่กลุ่มตำรวจนั้นเป็นขนาด .38 ตำรวจพยายามตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง รวมทั้งการสอบปากคำวัยรุ่นหญิงซึ่งสามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้ 
 
                      การขยายผลดังกล่าวทำให้ตำรวจทราบว่า วัยรุ่นชายที่ก่อเหตุลั่นกระสุนใส่กลุ่มตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดของ กก.สส.น.7 ครั้งนี้ คือ นายบุญฤทธิ์ ด้วงไพร หรือ "คิว โอรส" อายุ 22 ปี ตำรวจชุดสืบสวนจึงตรวจสอบทะเบียนราษฎร ซึ่งกรมการปกครองบันทึกไว้ พบว่า นายบุญฤทธิ์ มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 74 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 44 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. และจากการตรวจสอบประวัติอาชญากร พบว่า ก่อคดีมาอย่างโชกโชน ไล่มาตั้งแต่ปี 2549 ถูกจับในคดีลักทรัพย์ ปี 2552 ถูกจับในคดีค้ายาเสพติด 
 
                      นอกจากนี้ นายบุญฤทธิ์ยังเป็นสมาชิกของแก๊ง "โอรส" แก๊งวัยรุ่นอันธพาลชื่อดังย่านฝั่งธนบุรี มีลูกพี่ใหญ่ชื่อ "ตี๋ โอรส" ซึ่งกลุ่มนี้มีพฤติการณ์ตระเวนก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ และชิงทรัพย์ประชาชน ในย่านบางกอกน้อย บางพลัด และท่าพระ อยู่เป็นประจำ 
 
                      พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) มอบหมายให้ พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผบช.น. (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) เป็นหัวหน้าทีมสืบสวน เร่งไล่ล่าคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้ แถมยังตั้งรางวัลนำจับนายบุญฤทธิ์ไว้สูงถึง 1 แสนบาท
 
                      พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ มอบหมายให้ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบ การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของนายบุญฤทธิ์ หลังจากได้เบาะแสว่า แก๊ง "โอรส" นิยมใช้เว็บไซต์เฟซบุ๊ก และยูทูบ โซเชียลมีเดีย ชื่อดัง อัพโหลดภาพ รวมถึงข้อความ ที่แสดงสถานะความเคลื่อนไหวของสมาชิกภายในกลุ่มอยู่เป็นประจำ
 
                      จากการตรวจสอบการใช้สื่อสังคมออนไลน์ดังกล่าวของ "แก๊งโอรส" ทำให้ตำรวจพบเบาะแสว่า ผู้ต้องหารายนี้หลบหนีไปกบดานที่บ้านเลขที่ 262 ซอย 7 ชุมชนหมู่บ้านพุทธมณฑล ถนนพุทธมณฑลสาย 2 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กทม. 
 
                      และหลังเกิดเหตุเพียง 1 วัน พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ นำกำลังตำรวจเข้าปิดล้อมจับกุมนายบุญฤทธิ์ ได้ที่บ้านหลังนี้ แต่ระหว่างการตรวจค้นภายในบ้าน ตำรวจต้องตกตะลึง เมื่อพบว่าภายในบ้านซุกซ่อนอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้พร้อมสำหรับการใช้งาน 
 
                      อาวุธปืนที่ตำรวจยึดได้ประกอบด้วย ปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก ปืนขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก ปืนเอ็ม 3 ซึ่งเป็นอาวุธสงคราม จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 11 มม. จำนวน 95 นัด และอุปกรณ์สำหรับเสพยาเสพติดอีก 1 ชุด
 
                      "ก่อนเกิดเหตุจะนำเงินไปให้พี่ตี๋ ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งโอรส ภายในซอยวัดดงมูลเหล็ก แต่พบผู้ตายเข้ามาขอตรวจค้น ตอนนั้นไม่รู้ว่าเป็นตำรวจ และคิดว่าเป็นแก๊งตรงข้ามที่มักมาดักรอปล้นเงินอยู่เป็นประจำ จึงชักปืน .38 ที่พกติดตัวออกมายิงใส่แล้ววิ่งหนี โดยได้โทรศัพท์บอกเพื่อนชื่อปอ ให้ไปรอรับที่สะพานพระราม 8 และได้โยนปืนที่ใช้ก่อเหตุลงแม่น้ำเจ้าพระยาบนสะพานแห่งนั้น" นายบุญฤทธิ์ สารภาพ ภายหลังถูกควบคุมตัว
 
                      ผู้ต้องหารายนี้ถูกตำรวจ สน.บางกอกน้อย แจ้งข้อหาดำเนินคดีฐาน เจตนาฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ครอบครองและพกพาอาวุธปืนไปในทางและที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งมีอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
 
                      "นอกจากจะก่อเหตุยิง ด.ต.สนิท เสียชีวิตแล้ว ก่อนหน้านั้นไม่นานผู้ต้องหารายนี้เพิ่งก่อเหตุนำอาวุธปืนไปไล่ยิงคู่อริภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 57 จนผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บที่แขน โดยสาเหตุเป็นเพราะเขม่นกัน การขยายผลทำให้ทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ยังร่วมกับพวกก่อคดีในพื้นที่ฝั่งธนบุรีมาหลายครั้ง ซึ่งจะขยายผลติดตามจับกุมวัยรุ่นแก๊งนี้ให้ได้ทั้งหมด" พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชนุ่ม ผกก.สน.บางกอกน้อย เปิดเผยข้อมูลภายหลังการจับกุม
 
                      การจับกุมนายบุญฤทธิ์ หรือ "คิว โอรส" นำมาสู่การขยายผลกวาดล้างจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่นรายใหญ่ ซึ่งยึดพื้นที่ย่านฝั่งธนบุรี ซื้อขายยาเสพติดมานาน ซึ่งการขยายผลทำให้ทราบว่า กลุ่มวัยรุ่นที่มีพฤติการณ์พัวพันยาเสพติด ซึ่งถูกจัดให้เป็นกลุ่มทรงอิทธิพลในย่านฝั่งธนบุรีมีอยู่ 2 แก๊งใหญ่ คือ "แก๊งโอรส" ซึ่งมีสมาชิกร่วมแก๊งกว่า 10 คน โดยมี นายตี๋ หรือ "ตี๋ โอรส" เป็นลูกพี่ใหญ่ สมาชิกแก๊งคนสำคัญนอกจากนายคิว ซึ่งถูกตำรวจจับได้แล้วคือ "แอล โอรส" ,"เหน่ โอรส",และ "กลาง โอรส" ทั้ง 5 คน นอกจากจะพัวพันกับยาเสพติดแล้ว ยังมีพฤติการณ์ก่อคดีชิงทรัพย์และวิ่งราวทรัพย์มาอย่างโชกโชน
 
                      ส่วนอีกกลุ่ม คือ "แก๊งวัดดาว" ซึ่งมีสมาชิกคนสำคัญคือ "เน วัดดาว" อดีตสมาชิกเก่าของแก๊ง "โอรส" ที่ออกจากแก๊งไปเพราะแค้นที่ถูกลูกพี่เก่าแก๊งโอรส โยนความผิดให้ 
 
                      พฤติการณ์ของแก๊งวัยรุ่นทั้ง 2 กลุ่ม มีพฤติการณ์ไม่แตกต่างกัน คือนอกจากจะตั้งตัวเป็นกลุ่มอันธพาล ตระเวนจี้ชิงทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ประชาชนในย่านฝั่งธนบุรีแล้ว ยังเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มใหญ่ไม่แพ้กัน 
 
                      สมาชิกของแก๊งวัยรุ่นที่ว่านี้นอกจากพัวพันการค้ายาเสพติดแล้ว สมาชิกกลุ่มทุกคนมีพฤติการณ์เสพยาเสพติด มีการจัดปาร์ตี้ยาเสพติด โดยเชิญชวนให้สมาชิกแก๊งทั้งชายและหญิงมารวมตัวกันมั่วสุมยาเสพติดโดยเฉพาะ "ยาไอซ์" และแทบทุกครั้งที่มีการจัดปาร์ตี้เสพยา มักมีสมาชิกกลุ่มบันทึกภาพการจัดปาร์ตี้ยานรก ไปอัพโหลดเผยแพร่ในเว็บไซต์ชื่อดัง
 
                      และการกระทำเช่นนั้นเอง กลายเป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้ตำรวจกวาดล้างแก๊งยาเสพติดกลุ่มนี้ได้ยกแก๊ง รายละเอียดติดตามต่อตอนหน้า
 
 
 
........................
 
(สืบจาก 'โซเชียลมีเดีย' ทลายแก๊งมาเฟียฝั่งธน (1) : คอลัมน์คลี่ปมปริศนา csi-thailand : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)