ข่าว

ศรส.แถลงตั้งชุดคุยม็อบขอคืนพื้นที่

ศรส.แถลงตั้งชุดคุยม็อบขอคืนพื้นที่

25 ม.ค. 2557

'ศรส.' แถลงตั้งชุดคุยม็อบขอคืนพื้นที่ ขอศาลออกหมายจับ '16 แกนนำกปปส.' 27 ม.ค.นี้ เตือนปชช.ขัดขวางการเลือกตั้งผิดกม.

 

                        25 ม.ค.57 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการของศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แถลงผลการประชุม ศรส.ที่มีมติสำคัญ 4 เรื่อง โดยประเด็นแรกตั้งแต่จันทร์ที่ 27 ม.ค. จะจัดชุดเจรจาขอคืนสถานที่ราชการ เพื่อให้บริการประชาชน โดยชุดเจรจาประกอบด้วย เจ้าของพื้นที่ เจ้าพนักงาน ศรส.ที่มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารสามเหล่าทัพ ซึ่งให้สื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์เจรจา ซึ่งชุดเจรจาจะมีการกระจายไปทั้ง 7 เวที แต่หากผู้ชุมนุมไม่ยอมคืนพื้นที่ ศรส.จะกลับมาหารือกันอีกครั้ง โดยยืนยันว่าเป็นการเจรจาเพื่อขอคืนพื้นที่ด้วยวิธีสันติ ไม่ใช่การสลายการชุมนุม

                        มติข้อที่ 2 มติจากที่ประชุมมีการให้แจ้งเตือนพี่น้องประชาชนว่า สถานที่ราชการและถนนหนทางจำนวน 26 สายที่ได้แจ้งไว้ เป็นสถานที่ที่ห้ามทำการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย เพราะฉะนั้นความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นความผิดอีกสถานหนึ่ง กรณีแกนนำ กปปส. ที่มีการปลุกปั่นให้มีการขัดขวางการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันพรุ่งนี้นั้น แม้ว่าจะพยายามใช้คำพูดว่าเป็นการรณรงค์เพื่อให้ผู้คนไม่เข้าคูหาเลือกตั้ง แต่พฤติการณ์ที่จะนำมวลชนไปปิดล้อมนั้น เป็นความผิดอีกสถานหนึ่ง คือความผิดทางกฏหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง เพราะจะมีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินและความผิดตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้ง คอยบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานซึ่งคดีจะมีอายุความ 10 ปี

                        มติข้อที่ 3 ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้ สำนักงาน ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) และกรมสอบสวนคดีพิเศษรับผิดชอบดำเนินการสืบสวน แสวงหากลุ่มท่อน้ำเลี้ยง กลุ่มนายทุน ห้างร้านบริษัทรวมถึงโรงแรมหรือสถานที่พักพิงต่างๆที่ให้หลบซ่อนแก่แกนนำที่ผิดกฏหมาย ทั้ง 58 คน จะมีการดำเนินการตรวจสอบ ยึดอายัติทรัพย์สินของผู้กระทำความผิด ซึ่งสามารถทำได้ตามกฏหมายบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

                        มติข้อที่ 4 จะมีการดำเนินการเพื่อขอออกหมายจับต่อศาลในวันจันทร์ (27 ม.ค.) ในส่วนของแกนนำ ชุดแรกจำนวน 16 คน การขอออกหมายจับครั้งนี้ เป็นการขอออกหมายจับที่เรียกว่าหมาย ฉ. มาตรา11(1) คือการขอตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จะมีการควบคุมตัวได้ตามที่กฏหมายกำหนด คือ 30 วัน รวมทั้งเร่งดำเนินการจับกุม 58 แกนนำ ทั้งนี้ ศรส.ขอเตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมชุมนุม เนื่องจากเกรงว่าอาจจะกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่

 

'ศรส.' จี้ 'สุเทพ' ออกแถลงการณ์ขอโทษ 'กปปส.' ปิดล้อมร.ร.สอนศาสนา

 

                       ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะทำงานโฆษกศรส. กล่าวว่า ส่วนกรณีที่แกนนำกปปส. โจมตีว่า รัฐบาลส่งคนไปทำร้ายผู้ชุมนุม คปท. ที่เกี่ยวข้องกับการทำลายป้ายชื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนกระทั่งมีผู้เสียชีวิตนั้น ศรส.ขอปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริง เพราะตัวบุตรชายผู้เสียชีวิตได้ออกมายืนยันแล้วว่า  ผู้ตายไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการชุมนุมของ คปท. และบุตรชายผู้เสียชีวิตก็เป็นผู้ยืนยันว่า สาเหตุการเสียชีวิต ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ดังนั้น ขอให้กปปส.หยุดนำความตายของคนอื่น มาหาประโยชน์ทางการเมือง

                       ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า  ส่วนประเด็นที่กล่าวหาว่า รัฐบาลใส่ร้ายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เเกนนำกปปส.และกลุ่ม กปปส. บนเวทีโลก ทำให้ต่างประเทศมองว่า กปปส. เป็นกลุ่มต่อต้านระบอบประชาธิปไตยนั้น ขอยันยันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะประเทศต่าง ๆ มีผู้แทนอยู่ในประเทศไทย และรายงานสถานการณ์ไปยังประเทศของตนอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังมีสื่อมวลชนต่างประเทศ คอยรายงานข้อเท็จจริง อย่างเป็นอิสระ รัฐบาลจึงไม่สามารถใส่ร้ายหรือบิดเบือนข้อเท็จจริง เกี่ยวกับนายสุเทพ หรือ กปปส. ได้ เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถแทรกแซงการทำงานหรือกำหนดทิศทางการรายงานข่าวของสื่อมวลชนได้ โดยเฉพาะสื่อต่างประเทศ ดังนั้น การที่สื่อมวลชนต่างประเทศ หรือประชาคมโลก มองว่ากลุ่ม กปปส. เป็นขบวนการต่อต้านระบอบประชาธิปไตย ก็เกิดจากประเมินและความเข้าใจของสื่อต่างประเทศเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาล

                       ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า จากกรณีกลุ่ม กปปส. จ.ตรัง บุกปิดล้อมโรงเรียนสอนศาสนา ซึ่งอยู่ในบริเวณมัสยิดถ์ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง จนทำให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมเกิดความไม่พอใจ เนื่องจาก กลุ่ม กปปส. แสดงพฤติกรรมที่ไม่เคารพสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น ดื่มสุราและเต้นรำอย่างไม่เหมาะสม ในบริเวณใกล้เคียงมัสยิดถ์ ส่งผลกระทบต่อจิตใจของพี่น้องชาวไทยมุสลิม รวมทั้ง ผู้นับถือศาสนาอิสลามทั่วโลก นั้น ปรากฎว่า สถานการณ์ยังมีแนวโน้มไปในทางที่แย่ลง เนื่องจากนายสุเทพ ยังไม่ได้ปฏิบัติตามข้อเรียกร้องที่ผู้นำศาสนาในพื้นที่ซึ่งเรียกร้องให้ นาย สุเทพ ออกแถลงการณ์ขอโทษพี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศอย่างเป็นทางการและเป็นลายลักษณ์อักษร ผ่านทางจุฬาราชมนตรี ทั้งยัง แสดงความไม่จริงใจและไม่ได้แสดงการสำนึกผิดอย่างแท้จริง

                       ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า เพราะแกนนำ กปปส.บางส่วน ยังไม่ยอมรับความจริง และอ้างว่า ผู้ก่อเหตุดังกล่าวเป็นกปปส. ตัวปลอม และกล่าวทำนองว่า แถลงการณ์ของสำนักจุฬาราชมนตรี ที่ตำหนิการคุกคามมัสยิดว่าเป็นเอกสารปลอม ศรส. จึงขอเรียกร้องให้นายสุเทพ เร่งพูดคุยกับผู้นำศาสนาในพื้นที่ และรับฟังข้อเรียกร้องของผู้ได้รับผลกระทบ รวมทั้ง ต้องห้ามปรามมวลชนของตนเองอย่างจริงจังไม่ให้ไปละเมิดสิทธิของผู้นับถือศาสนาต่าง ๆ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ลุกลามบานปลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว กลายเป็นปัญหาระดับประเทศ หรือ ปัญหาระหว่างประเทศ และต้องอย่าลืมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถูกจับตามองโดยผู้นับถือศาสนาอิสลามในต่างประเทศด้วยเช่นกัน

 

'หมวดเจี๊ยบ' ปัด 'นายกฯ' หนีม็อบ

 

                       ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะทำงานโฆษกศรส. แถลงภายหลังการประชุมศรส.ประจำวันที่ 25 ม.ค. ว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.เเรงงาน ในฐานะผอ.ศรส. ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ข้อกล่าวหาของ แกนนำ กปปส. ที่ปราศรัยบนเวทีว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตั้งใจจะหนีผู้ชุมนุมกปปส. ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ซึ่งวานนี้ (24 ม.ค.) นายกฯ เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน จ.นครปฐม เพื่อดูความพร้อมในเรื่องพัฒนาการเรียนการสอนของโรงเรียนและการจัดหลักสูตรต่างๆ ในการรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC เพียงแต่เป็นการเดินทางไปโดยไม่มีสื่อมวลชนติดตามเท่านั้น

                       ร.ท.หญิง สุณิสากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ แกนนำกปปส. ระบุว่า รัฐบาลจะแก้ปัญหาเงินจำนำข้าวของชาวนา โดยการกู้เงินจากกองทุนประกันสังคม ในความกำกับดูแลของร.ต.อ.เฉลิม เพราะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เนื่องจาก เงินกองทุนประกันสังคม มีการบริหารจัดการในลักษณะไตรภาคี ภายใต้การดูแลของ 3 ฝ่าย คือ นายจ้าง- ลูกจ้่าง - กระทรวงแรงงาน ซึ่งมีหลักเกณฑ์และกรอบกติกาที่ชัดเจนในการใช้เงินดังกล่าว และมี ก.ม. เฉพาะคอยกำกับและควบคุมการดำเนินการเกี่ยวกับกองทุนอยู่ โดยที่ ร.ต.อ. เฉลิม แม้จะเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แต่ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่สามารถเข้าไปแทรกแซง หรือ บงการการดำเนินงานของกองทุนได้ตามใจ

                       ร.ท.หญิง สุณิสากล่าวต่อว่า ขณะที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล  รองนายกรัฐมนตรีเเละรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษา ศรส. ได้กำชับให้นาย วิบูลย์ สงวนพงษ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปชี้แจงผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ ที่มีกลุ่มชาวนาเตรียมเดินทางมาชุมนุมยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล เพื่อให้ชาวนาทราบว่า พื้นที่ใดบ้างที่เป็นเขตหวงห้ามตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวนาที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต้องกระทำผิดกฎหมาย หรือ พ.ร.ก ฉุกเฉิน โดยไม่ได้ตั้งใจ

                       ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า ในขณะที่นาย ธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะกรรมการศรส. กล่าวต่อที่ประชุมว่า จากการประเมินการเสนอข่าวของสื่อมวลชน พบว่าสังคมให้การตอบรับเป็นอย่างดีต่อมาตรการของ ศรส. ที่เตรียมจะไปเจรจากับกลุ่ม กปปส. เพื่อขอคืนสถานที่ราชการ ซึ่ง ร.ต.อ. เฉลิม กำชับให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ระมัดระวังขั้นตอนการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยขอให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ประสานงานอย่างใกล้ชิดในเรื่องข้อกฎหมายกับ พล.ต.ท. คำรณวิทย์ รูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล โดยจะเริ่มการประชุมเพื่อจัดตารางการเจรจาในวันพรุ่งนี้ (26 ม.ค.) และจะเชิญผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมกับทีมเจรจา

                       ทั้งนี้ ทีมเจรจา โดยหลักแล้วจะประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของพื้นที่ ทหาร ตำรวจ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ หรือ กกตร. ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่มาทำงานร่วมกับตำรวจประจำสถานีตำรวจแต่ละท้องที่ ผู้แทนกรมประชาสัมพันธ์ และสื่อมวลชน เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในการดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการหารือว่าจะเริ่มขอคืนสถานที่ราชการที่ไหนเป็นลำดับแรกๆ เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะรีบแจ้งให้ประชาชนทราบทันที