ข่าว

'เฉลิม'ปัด'ศรส.'ใช้กำลัง-เน้นเจรจา!

'เฉลิม'ปัด'ศรส.'ใช้กำลัง-เน้นเจรจา!

24 ม.ค. 2557

'เฉลิม' ใช้ บก.ปส. สโมสรตร. เป็นที่ตั้ง ศรส. ระบุทำงานเป็นทีม ใช้กม.เป็นหลัก เน้นเจรจามากกว่าใช้กำลัง เรียกถกด่วน คาด 27 ม.ค.เตรียมเจรจาขอคืนพื้นที่

 

                            24 ม.ค. 57  ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บก.ปส.) ถ.วิภาวดี  ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แถลงว่า ตั้งแต่บัดนี้ศรส.จะใช้บก.ปส. ถ.วิภาวดี เป็นที่ตั้งศรส. โดยตนได้ประสานงานกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และพล.ต.ท.สุรพล ทวนทอง ผบช.ปส. เรียบร้อยแล้ว ภายใต้การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีข้อกำหนดเบื้องต้นในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม สั่งการด้วยวาจาเพื่อให้ตนรับผิดชอบศรส.ซึ่งตนได้ย้ำกับนายกฯ ว่าหากมอบหมายตนยินดี และยืนยันว่า ยึดหลักแนวคิด 5 ประการ ในการปฏิบัติหน้าที่ คือ 1. ใช้กฎหมายเป็นหลักในการแก้ปัญหา 2. ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรย์ทรงเป็นประมุข 3. ให้สิทธิผู้ชุมนุมตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ คือ ชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ 4. ดูแลผู้ชุมนุมโดยใช้หลักสากล กระทำการด้วยความละมุนละม่อม เน้นเจรจามากกว่าใช้กำลัง และ 5. ผู้ชุมนุมและผู้เกี่ยวข้องต้องเคารพสิทธิของบุคคลอื่น

                            ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในฐานะผอ.ศรส. ตนทำงานเป็นทีม จะไม่ใช้อำนาจด้วยตนเอง ใช้กฎหมายเป็นหลักในการแก้ไขปัญหา ดังนั้น การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.วิจารณ์นายกฯ ว่าออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาเพื่อทำร้ายผู้ชุมนุมนั้น ตนขอย้ำว่า ศรส.จะไม่เข้าสลายการชุมนุม ไม่มีอาวุธเอ็ม 16 เอชเค และอาก้า ไปฆ่าผู้ชุมนุมเหมือนสมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายสุเทพ รับผิดชอบศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) จึงอย่าคิดว่า ตนจะทำเหมือนที่คนพวกนี้เคยทำ โดย ศรส.เป็นองค์กรที่มีกฎหมายรองรับ ไม่ใช่องค์กรเถื่อนเหมือนกปปส. และ ศรส.ตั้งขึ้นมาเพื่อสร้างสันติสุข สันติภาพ และความสงบให้คืนสู่กทม.และประเทศไทย

                            อย่างไรก็ตาม ขอเตือนผู้ชุมนุมว่า เมื่อมี พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว หากมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นต้องถูกจับกุมดำเนินคดี ขอย้ำว่า การทำงานของศรส.จะบูรณาการงานทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน เน้นใช้ข้าราชการตำรวจ จะรบกวนทหารเมื่อมีความจำเป็นจริงๆ ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลที่ใช้ตำรวจในการแก้ไขปัญหาการชุมนุม ขณะที่การกำหนดตัวบุคลากร ผู้ปฏิบัติตามโครงสร้างศรส. รวมถึงการออกข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง และการกำหนดแนวปฏิบัติของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะกำหนดในที่ประชุมช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ (24 ม.ค.)

                            ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ศรส.จะมีการประชุมทุกวัน โดยมีทุกภาคส่วนเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง และแถลงข่าวต่อสื่อมวชนเป็นระยะ เพื่อแจ้งสถานการณ์แนวโน้มในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ให้ทราบถึงสถานการณ์ โดยล่าสุดมีการรายงานถึงความไม่พอใจของพี่น้องชาวมุสลิมต่อการกระทำของกปปส.ที่จ.ตรัง พร้อมกับมีรายงานว่ามีการระดมคนจากจ.สุราษฎร์ธานีอีกครั้งเพื่อเดินทางเข้ากทม. ตนขอย้ำว่า ที่ผ่านมาเดินทางมาได้เพราะตอนนั้นยังไม่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่วันนี้กฎหมายกำหนดเป็นความผิดว่า การชุมนุมทางการเมืองนับตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปมีโทษจำคุก 2 ปี ดังนั้น ขอวิงวอนว่า อย่าเดินทางมา แล้วถึงเวลาให้ไปเลือกตั้งว่ารักใครชอบใคร

                            ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การปฏิบัติการลับที่ปกปิด เช่น การจับกุม การปิดสถานี การสั่งห้ามออกนอกราชอาณาจักร จะเป็นการประชุมวงเล็ก โดยตนเป็นผู้สั่งการปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม ศรส.จะมีการตั้งทีมโฆษกขึ้นมา โดยให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบในการเลือกสรรบุคลากรมาทำหน้าที่ โดยจะให้มีการแถลงข่าวทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ขณะเดียวกัน ในวันเดียวกันนี้ตนจะให้ผู้บังคับการตำรวจจราจรไปประสานกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ปิดการจราจรบนสะพานพระราม 8 เพื่อให้เปิดเส้นทางเป็นจุดแรกแล้วค่อยๆ ขยายไปยังจุดอื่นๆ ต่อไป เพราะถือว่า เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อประชาชนในการเดินทาง

                            "ผมขอเตือนคุณสุเทพ และคุณสาทิตย์ว่า เดือดร้อนเฉพาะตัวเองเถอะ อย่าไปปลุกประชาชนให้มาเดือดร้อนด้วย และฝากไปถึงคุณพุทธิพงษ์ และคุณสกลธี ซึ่งส่วนตัวทั้งสองครอบครัวรู้จักรักชอบกับผม ขอบอกว่า หลานอย่าได้ทำอย่างนี้ มันไม่สำเร็จหรอก เพราะเป็นการทำผิดกฎหมาย อย่าไปลอกเลียนแบบพฤติกรรมนักการเมืองที่ไม่เคารพกติกาที่พูดว่า ระบอบทักษิณ แล้วระบอบทักษิณคืออะไร ทั้งที่เรื่องกรือเซะ ตากใบ ที่เอามาด่ากัน ศาลได้สั่งให้เรื่องนี้จบไปแล้ว อย่าเอามาพูดปลุกระดม"

                            ส่วนการดูแลความเรียบร้อยในช่วงวันเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค.นี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงการดูแลความเรียบร้อยในช่วงวันเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค. ว่า นายกฯ ยังไม่ได้สั่งการใดๆ

                            ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกรงว่า จะมีความวุ่นวายในกว่า 20 จังหวัด ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนเชื่อว่า ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ เพราะการเลือกตั้งล่วงหน้าในต่างประเทศได้ดำเนินการแล้ว กปปส.ถือเป็นม็อบชุดแรกของโลกที่ขัดขวางการเลือกตั้ง

                            เมื่อถามถึงกรณีที่อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเรื่องการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า ขัดต่อมาตรา 68 และ 181 หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า เขามีสิทธิไปร้องแต่ไม่ขัดกฎหมาย เพราะได้สอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว และตนในฐานะที่รู้กฎหมายดีก็ยืนยันว่า ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

                            ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนมั่นใจว่า จากนี้จะขนคนมาอย่างไรก็น้อย ตนไม่รุนแรง แต่มาตรการกฎหมายเฉียบขาด ไม่ละเว้น จะตามตัวบทอย่างเคร่งครัด และฝากเตือนข้าราชการที่ไปอารักขาผู้ต้องหา โดยเฉพาะนายสุเทพ การช่วยเหลือผู้ต้องหาและให้ที่พักพิงมีความผิดทางอาญา ไม่ว่าจะเป็นหน่วยไหน ไปสะพายเป้มีอาวุธปืน หากถูกจับกุมได้มีความผิด ถ้าตำรวจล้อมจับ ถือว่าไม่ได้จับหัวหน้าม็อบ แต่จับนายสุเทพ ผู้ต้องหาในข้อหากบฎตามหมายศาล หากใครมาช่วยเหลือถือว่าขัดศาล ทางตำรวจสามารถใช้ดุลยพินิจในการปฏิบัติหน้าได้ เตือนเอาไว้ ไม่ได้ขู่ แค่หวังดี คนไปกันเต็มบ้านเต็มเมือง พกปืนทั้งนั้น นี่หรือสันติ สงบ ปราศจากอาวุธ นอกจากนี้ อยากเตือนผู้ชุมนุมเพราะแหล่งข่าวแจ้งว่า จะมีมือที่สามมาก่อเหตุ ตนได้ข่าวมาว่าจะมีคนสร้างสถานการณ์ ดังนั้น หากมีใครโยนระเบิดเข้าไปในที่ชุมนุมสัก 2 - 3 ลูก ขอยืนยันว่า ไม่ใช่ศรส. ทหาร ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ

 

 

'อนุดิษฐ์' ปัดข่าวกองทัพไม่ให้ความร่วมมือตั้งศรส.

 

                            นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะเลขานุการและโฆษกศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวถึงความชัดเจนที่ตั้งของศรส. ว่า เป็นหน้าที่ของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะเป็นผู้ดำเนินการ เพราะหน่วยงานหลักที่บริหารจัดการก็คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งทางผบ.ตร.ก็ยังสามารถสนธิกำลังกับหน่วยราชการอื่นๆ ได้ ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ทางศรส.จะประชุมและประเมินโดยใช้อำนาจตามพระราชกำหนดบริหราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และจะออกประกาศเรื่องพื้นที่ห้ามเข้า หรือพื้นที่ที่จะต้องขอความร่วมมือ

                            เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีกังวลหรือไม่หลังจากที่กองทัพปฏิเสธให้ใช้พื้นที่ของกองทัพเป็นที่ตั้ง ศรส. น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่น่าเป็นข้อเท็จจริง และส่วนที่รับผิดชอบคำสั่งดูแล ศรส. ดังนั้นพื้นที่หลัก ยังคงเป็นพื้นที่ที่ตำรวจใช้งาน คือ สตช.รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ภายใต้การกำกับในส่วนราชการของสตช.

                            "ส่วนสถานที่ที่ผมยืนอยู่ตอนนี้ ก็จะเป็นที่ทำงานของพนักงานสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งก็ถือว่าเป็นพื้นที่ทหาร ก็ยังมีผู้ที่เกี่ยวข้องทำงานอยู่ในส่วนของศูนย์รักษาความสงบเช่นเดียวกัน"

 

 

คาด 27 ม.ค.เตรียมเจรจาขอคืนพื้นที่

 

                            เมื่อเวลา 13.00 น.  ร.ต.อ.เฉลิม ได้เรียกประชุมคณะทำงานศรส.เป็นการด่วน ประกอบด้วย พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการศรส. นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.อ.วรพงศ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรณธนะ ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผู้แทนจากเหล่าทัพ และนายสุรพงศ์ โตวิจักรษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศรส.

                            จากนั้นเวลา 15.00 น.  พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะเลขานุการศรส. แถลงว่า ศรส.มีแนวทางปฏิบัติงาน และรับทราบคำสั่งการประกาศศรส. โดยยึดหลักของกฎหมายและจะดำเนินการกับผู้ชุมนุม อย่างละมุนละม่อมยึดสันติวิธีไม่ใช้ความรุนแรง และขณะนี้ทางศรส.ได้มีประกาศข้อห้ามและข้อกำหนดการเข้าหรือใช้พื้นที่ต่างๆ ออกมาแล้ว ส่วนผู้ที่กระทำการฝ่าฝืน มีบทลงโทษตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท ดังนั้นจึงขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้กระทำการฝ่าฝืน ทั้งนี้เรามีทีมเจรจาซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่ กรรมการสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสื่อมวลชน เป็นต้น เพื่อไปพูดคุยกับแกนนำในการขอให้เปิดพื้นที่ในบางจุดและคาดว่าจะดำเนินการได้ในวันที่ 27 ม.ค. โดยจะเริ่มในพื้นที่ที่เป็นส่วนราชการและต้องให้บริการประชาชน อาทิ กรมการกงศุล ถนนแจ้งวัฒนะ และจะทยอยไปตารมศูนย์ราชการอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนได้ดำเนินชีวิตได้ตามปกติ สำหรับการดูแลการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค. เราพร้อมสนับสนุนการดูแลหน่วยเลือกตั้ง รวมทั้งยานพหนะขอเพียงกกต.ประสานขอมา

                            พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เราจะเข้าไปเจรจาก่อนจากนั้นจะดำเนินมาตรการต่อไป เช่น การออกหมายจับหากไม่ได้รับความร่วมมือหรือขัดขวางการปฏิบัติงาน โดยเงื่อนไขของการเจรจาจะดูสถานกรณ์ บรรยากาศ และเรื่องสำคัญที่เราจะต้องเจรจาเพื่อขอพื้นที่ หากเรื่องใดมีความสำคัญจะพูดคุยน้อย จากนั้นจะดำเนินการตามมาตรการของหมาย สำหรับหมายจับเดิมของแกนนำก็ถือว่าเป็นของเดิมสามารถดำเนินการได้ทันทีตามกฎหมายป.วิอาญา และจะเพิ่มเป็นหมายที่มีความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินด้วย ซึ่งจะทำให้ดำเนินการควบคุมตัวได้เร็ว โดยมีระยะเวลาควบคุมตัว 7 วัน ไม่เกิน 30 วัน แต่ถ้าเป็นหมายเดิมผู้ถูกกล่าวหาสามรถร้องขอประกันตัวต่อศาลได้ และปัจจุบันแกนนำกถือว่าผิดทั้งหมายจับเดิมและตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน และตอนนี้แกนนำไม่ว่าระดับใดก็สามารถถูกควบคุมตัวได้ถ้ามีจังหวะ ก็สามารถดำเนินการได้ทันที

                            ด้านนายธาริต ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า สำหรับการพิจารณาความผิดทางกฎหมายและการออกหมายจับทางศรส.อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและจะดำเนินการต่อไป โดยในส่วนของการเจรจาพูดคุยเพื่อให้เปิดพื้นที่นั้น ไม่ใช่การขอพื้นที่การชุมนุมคืน แต่ขอคืนพื้นที่ส่วนราชการ ที่หลายหน่วยงานถูกปิดและส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน ทั้งกระทรวงมหาดไทย กรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่วนจะดำเนินการเจรจาให้คืนพื้นที่ส่วนราชการใดก่อนนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณา