ข่าว

ผู้ก่อตั้ง'กาแฟดอยช้าง'เสียชีวิตแล้ว

ผู้ก่อตั้ง'กาแฟดอยช้าง'เสียชีวิตแล้ว

24 ม.ค. 2557

'วิชา พรหมยงค์' ผู้ก่อตั้ง 'กาแฟดอยช้าง' เสียชีวิตแล้ว ในวัย 63 ปี

 

                            24 ม.ค. 57  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสายวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา ญาติของนายวิชา พรหมยงค์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทดอยช้างคอฟฟี่ออริจินอล จำกัด ผู้ก่อตั้งกาแฟดอยช้าง ได้นำตัวนายวิชา เข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน ที่โรงพยาบาลแม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย หลังจากที่เกิดอาการหมดสติโดยทางแพทย์ได้ใช้เครื่องช่วยหายใจ แต่ก็ไม่ได้สติแต่อย่างใด และได้เสียชีวิตลงในเวลาต่อมา ในวัย 63 ปี จากนั้นทางโรงพยาบาลจึงได้ให้ญาตินำศพไปพระกอบพิธีทางศาสนาอิสลามที่บ้าน ในชุมชนริมกก ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย และได้ทำพิธีฝังศพที่สุสานอิสลาม ชุมชนเด่นห้า เขตเทศบาลนครเชียงราย

                            ด้านนายปณชัย พิสัยเลิศ หรืออาเดล อดีตผู้ใหญ่บ้านดอยช้างผู้ร่วมก่อตั้งกาแฟดอยช้าง กล่าวว่า การเสียชีวิตของนายวิชา เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก โดยก่อนที่จะเสียชีวิตไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ หรือมีอาการผิดปกติแต่อย่างใดมาก่อน ซึ่งก่อนเกิดเหตุยังไปทำงานที่บนดอยช้างตามปกติ จนกระทั่งเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ออกมาทำงานที่อาคารของบริษัทบนดอยช้างและเตรียมพักรับประทานอาหารเช้าโดยนายวิชา ก็นั่งรออาหารที่เสิร์ฟไปให้ที่โต๊ะ แต่ปรากฏว่าเมื่อคนเสิร์ฟนำอาหารไปถึงนายวิชา ก็ล้มลงหมดสติตั้งแต่ตอนนั้นและได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

                            สำหรับนายวิชา พรหมยงค์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทดอยช้างคอฟฟี่ออริจินอล จำกัด ผู้ก่อตั้งกาแฟดอยช้าง เดิมเป็นชาวกรุงเทพฯ ซึ่งชอบเดินทางตามป่าเขาในพื้นที่ จ.เชียงราย และประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อ 30 ปีก่อนได้เดินทางมาที่ดอยช้าง และพบว่ามีโครงการหลวงเข้ามาพัฒนาพื้นที่ดอยช้างและส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกพืชทดแทนพืชเสพติด เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ จากนั้นได้มีองค์กรไทย - เยอรมัน นำเมล็ดกาแฟมาแนะนำให้ชาวบ้านอาข่า และลีซู จำนวน 40 ครอบครัวทดลองปลูกบนดอยช้าง ซึ่งได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ แต่ในขณะนั้นการจำหน่ายผลผลิตกาแฟต้องผ่านพ่อค้าคนกลางที่รับซื้อซึ่งผู้ปลูกถูกกดราคา เพียงกิโลกรัมละ 10 บาทเท่านั้น ทั้งที่ราคาขายเมล็ดกาแฟในท้องตลาดมีราคาสูงถึงกิโลละ 50-60 บาท

                            นายวิชา จึงได้ร่วมกับทางชาวบ้านในการปลูกและจัดการหาตลาดให้กับชาวบ้านโดยตรงไม่ผ่านมือพ่อค้าคนกลาง จากนั้นได้พัฒนาเมล็ดกาแฟดอยช้าง โดยได้ส่งเมล็ดกาแฟไปให้ผู้ที่มีความรู้ทางด้านกาแฟทั้งในและต่างประเทศตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งผลปรากฏว่ากาแฟดอยช้างมีผลผลิตคุณภาพเกรดเอ จากนั้นพัฒนาการตลาดและพัฒนาระบบการผลิตเรื่อยมาด้วยเงินทุนเพียงประมาณ 350,000 บาท กระทั่งปัจจุบันมีสถานที่ปลูกและโรงงานแปรรูปกาแฟดอยช้างบนดอยช้างจนสามารถแปรรูปกาแฟได้ราคากิโลกรัมละกว่า 40,000-50,000 บาท ภายใต้โลโก้กาแฟดอยช้างที่เป็นรูปศีรษะคนซึ่งคุ้นตานักจิบกาแฟซึ่งก็เป็นรูปของผู้เฒ่าผู้แก่ที่ร่วมกันมาตั้งแต่ต้นบนดอยช้าง

                            ปัจจุบันมีไร่กาแฟบนดอยช้างที่ไม่น้อยกว่า 20,000 ไร่ และกลายเป็นกาแฟส่งออกของผลผลิตทั้งหมดกว่า 70% ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศไทยได้ปีละกว่า 3,000-4,000 ล้านบาท มีโรงผลิตกาแฟและบรรจุหีบห่อรวมทั้งสถาบันกาแฟบนดอยช้าง โดยเริ่มต้นมาจากหมู่บ้านเพียงเล็กๆ เพียงหมู่บ้านเดียว

 

 

-----------------------

(ขอบคุณภาพ : @supee_nnanorth)