ข่าว

'บช.น.'เตือนขวางเลือกตั้งผิดกม.

'บช.น.'เตือนขวางเลือกตั้งผิดกม.

24 ม.ค. 2557

'บช.น.' เตือนขวางเลือกตั้งผิดกม. คุก 1-5 ปี ปรับ 2 หมื่น-1 แสนบาท วอนประชาชนแจ้งเบาะแส ด้าน 'บก.จร.' แนะตรวจสอบเส้นทาง-วางแผนก่อนเดินทาง

 

                        24 ม.ค.57 พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แจ้งเตือนอัตราโทษความผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า หากมีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขัดขวางไม่ให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้ขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิเลือกตั้ง มีโทษจำคุก 1-5 ปี หรือ ปรับ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี ผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างผู้ใดขัดขวาง หรือหน่วงเหนี่ยวหรือไม่ให้ความสะดวกพอสมควร ต่อการไปใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้ใต้บังคับบัญชาหรือลูกจ้าง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

                        ความผิดเกี่ยวกับการจำหน่าย จ่าย แจกสุราผู้ขาย จำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ในเขตเลือกตั้งในระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันที่ 25 มกราคม จนสิ้นสุดวันที่ 26 มกราคม และระหว่างเวลา 18.00 น. ของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จนสิ้นสุดวันที่ 2 กุมภาพันธ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

                        การจูงใจโดยให้เงิน, ของตอบแทน, จัดมหรสพ, จัดเลี้ยง, หลอกลวง, บังคับและขู่เข็ญผู้สมัครหรือผู้ใดจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้แก่ตนเอง หรือผู้สมัครอื่น หรือพรรคการเมืองใด หรือให้งดเว้น โดยจัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ แก่ผู้ใด ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถาบันการศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบันอื่นใด จัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่างๆ, จัดเลี้ยง, หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด มีโทษจำคุก 1-10 ปี และปรับ 20,000-200,000บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

                        เจ้าหน้าที่รัฐกระทำการเป็นคุณเป็นโทษแก่ผู้สมัครเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายกระทำการใดๆ เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง จำคุก 1-10 ปี และปรับ 20,000-200,000 บาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

                        ความผิดเกี่ยวกับการกระทำต่อบัตรเลือกตั้งโดยใช้บัตรอื่นที่มิใช่บัตรเลือกตั้งตามมาตรา 61 ลงคะแนนเลือกตั้ง หรือใช้บัตรเลือกตั้งที่มิใช่บัตรเลือกตั้งที่ได้รับมาจากการแสดงตนตามมาตรา 64 ลงคะแนนเลือกตั้ง นำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง จงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตไว้ที่บัตรเลือกตั้ง ใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว จงใจกระทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุดหรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย หรือกระทำด้วยประการใดๆ แก่บัตรเสียเพื่อให้เป็นบัตรที่ใช้ได้ มีโทษจำคุก, ปรับเงิน และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแตกต่างกันตามที่กฎหมายกำหนดจึงกองบัญชาการตำรวจนครบาลขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากมีโทษหนัก และหากพบผู้กระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ โทร.191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง และสถานีตำรวจในพื้นที่เขตเลือกตั้ง

 

'บก.จร.' แนะตรวจสอบเส้นทาง-วางแผนก่อนเดินทาง

 

                        กองบังคับการตำรวจจราจรแจ้งประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนตรวจสอบเส้นทางในกทม.ชั้นในก่อนเดินทาง เพื่อความสะดวกเนื่องจากชุมนุมทางการเมืองปิดการจราจรถนนหลานหลวง จากแยกหลานหลวง มุ่งหน้าแยกผ่านฟ้า  หน้าทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก จาก แยกพาณิชยการ - แยกสวนมิสกวันปิดการจราจรทั้ง 2 ฝั่ง แยกสนามม้านางเลิ้ง มุ่งหน้า แยกพาณิชยการ สามารถเลี้ยวไปแยกวัดเบญจมบพิตร ถนนพระรามที่ 5 ได้ 1 ช่องทาง

                        ถนนราชดำเนินนอกจาก แยกจ.ป.ร. - แยกผ่านฟ้า ปิดการจราจรแยกจ.ป.ร. แยกมัฆวาน แยกสวนมิสกวัน ถนนราชดำเนินกลาง จาก สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า มุ่งหน้า อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รถสามารถใช้เส้นทางได้ทั้ง 2 ฝั่ง รวมไปถึงถนนตะนาว ถนนดินสอ ถนนพระสุเมรุ ถนนมหาไชย รถใช้เส้นทางได้ตามปกติ สำหรับถนนราชดำเนินกลาง จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถึงแยกป้อมมหากาฬ เปิดให้รถวิ่งสวนทางได้ด้านละ 1 ช่องทางบริเวณป้อมมหากาฬ มีการนำแผงเหล็กมากั้นกีดขวางเส้นทาง  ถนนมหาไชย จาก แยกสำราญราษฎร์ มุ่งหน้า แยกป้อมมหากาฬ สามารถใช้ช่องทางรถสวนเลี้ยวซ้ายไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลางได้

                        ส่วนเส้นทางจราจรสายหลัก5เส้นทางที่ปิดการจราจรเพราะการชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อเนื่องคือ 1.ถนนแจ้งวัฒนะ ปิดการจราจรระหว่างซอยแจ้งวัฒนะ 7 และซอยแจ้งวัฒนะ 15 ประชาชนสามารถใช้ถนนแจ้งวัฒนะขาเข้าจากแยกเมืองทองมุ่งหน้าแยกหลักสี่บริเวณหน้าโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เปิดให้รถวิ่งได้ 1 ช่องทาง ส่วนฝั่งขาออก จากแยกหลักสี่มุ่งหน้าแยกปากเกร็ด เปิดให้รถวิ่งสวนทางฝั่งขาเข้าได้ 1 ช่องทางตั้งแต่ช่วงจุดกลับรถหน้าทีโอที จนถึงหน้าอาคาร A แล้วเบี่ยงเข้าช่องทางปกติ 2 .ถนนลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน จากแยกลาดพร้าว-แยกกำแพงเพชร ปิดการจราจรทั้ง 2 ฝั่ง รถที่มาจากแยกสะพานควาย มุ่งหน้า แยกกำแพงเพชร ให้เลี่ยงไปใช้ถนนกำแพงเพชร 3 แทน ถนนพหลโยธิน ขาเข้าจากแยกรัชโยธินมุ่งหน้าแยกลาดพร้าวและถนนลาดพร้าว ขาเข้า จากแยกรัชดา-ลาดพร้าวมุ่งหน้าแยกลาดพร้าว สามารถเลี้ยวซ้ายไปถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้าได้ ถนนวิภาวดีรังสิต บนสะพานข้ามแยกลาดพร้าวเก่า รถสามารถผ่านได้ทั้งขาเข้าและขาออก 3.ถนนราชวิถี บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิยังคงปิดการจราจรฝั่งโรงพยาบาลราชวิถีและปิดการจราจรถนนพญาไท ช่วงซอยโยธีถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ 4.ถนนพญาไท ถนนพระราม 1 บริเวณแยกปทุมวันปิดการจราจรถนนพญาไทจากสะพานหัวช้าง - แยกปทุมวัน - ซอยจุฬาฯ 15 ปิดการจราจรทั้ง 2 ฝั่ง, ถนนพระรามที่ 1 จากแยกราชประสงค์ - แยกเฉลิมเผ่า - แยกปทุมวัน - สนามกีฬาศุภชลาศัย ปิดการจราจรทั้ง 2 ฝั่ง 5. ถนนพระราม 4  ถนนสาทร บริเวณสวนลุมพินี ปิดการจราจรถนนพระรามที่ 4 จาก แยกวิทยุ - แยกศาลาแดง - แยกอังรีดูนังต์ บนสะพานไทย-เบลเยี่ยม ปิดการจราจร รวมไปถึงพื้นราบปิดการจราจรเช่นกัน รถไม่สามารถตรงไปแยกศาลาแดงได้ บนสะพานไทย-ญี่ปุ่น ปิดการจราจร แยกวิทยุ สามารถเลี้ยวซ้ายขวาไปถนนสาทรใต้และถนนวิทยุได้ ถนนสาทรเหนือรถใช้เส้นทางมาแยกวิทยุได้, ที่แยกอังรีดูนังต์สามารถเลี้ยวซ้ายขวาเข้าถนนสุรวงศ์และถนนอังรีดูนังต์ได้, ถนนอังรีดูนังต์ จากแยกศาลาแดงมุ่งหน้าแยกเฉลิมเผ่า รถสามารถใช้เส้นทางผ่านเข้าห้างสยามพารากอนได้ แต่ไม่สามารถผ่านไปแยกปทุมวัน

                        ขณะที่สะพานพระราม 8 จากคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนีหรือจากอรุณอมรินทร์มุ่งหน้าสะพานพระราม 8 ไปแยก จปร. รถไม่สามารถใช้เส้นทางผ่านสะพานพระราม 8 ได้ เนื่องจากบริเวณกลางสะพานพระราม 8 กลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง ปิดการจราจรทั้ง 2 ฝั่ง ขณะที่ถนนอัษฎางค์ จากสะพานช้างโรงสี - วัดราชบพิธฯ (หน้ากระทรวงมหาดไทย) ปิดการจราจร เนื่องจากบริเวณหน้ากระทรวงมหาดไทยยังมีกลุ่มผู้ชุมนุม และถนนหลานหลวง จากแยกหลานหลวงมุ่งหน้าแยกผ่านฟ้า ยังคงปิดการจราจร บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก จากแยกพาณิชยการ - แยกสวนมิสกวัน ยังคงปิดการจราจรทั้ง 2 ฝั่ง

 

'นครบาล' สั่งด่านจราจรคุมเข้มอาวุธ

 

                       พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) รับผิดชอบงานด้านการจราจร กล่าวว่า เวลา10.00น.ที่ผ่านมาประชุมผู้บังคับบัญชาสายงานจราจรและผู้ปฏิบัติสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล1-9 (บก.1-9) และกองบังคังการตำรวจจราจร (บก.จร.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร้นท์ เน้นย้ำให้ทุกกองบังคับการ ทบทวนรายละเอียดของ พรก.ฉุกเฉินให้ชัดเจน ถึงอำนาจการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ในเรื่องต่างๆ พร้อมย้ำการปฏิบัติของสายงานจราจรทุก บก. โดยให้รองผบก. (ที่รับผิดชอบงานจราจร) ควบคุมดูแลในเรื่องของจุดตรวจความมั่นคง ตามนโยบายของผบ.ตร. เน้นตรวจค้นอาวุธ และ การฝ่าฝืนกฏหมายจราจรให้พิจารณาใน 12 ข้อหลักเท่านั้น ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกฏหมายกำหนด ขับรถขณะเมาสุรา ขับรถย้อนศร ขับรถขณะใช้โทรศัพท์ แซงรถในที่คับขัน ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัด ฝ่าไฟแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ดัดแปลงอุปกรณ์ส่วนควบรถ ไม่มีใบบอนุญาติขับขี่ โดยให้เริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันนี้ (24 ม.ค.) ช่วงเวลากลางวัน เพื่อความชัดเจน

                       รองผบช.น.กล่าวต่อว่า ส่วนของ บก.ต่างๆ ได้สรุปถึงการจัดเตรียมกำลังในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ให้กับประชาชน กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวไปตามถนน และไปปิดสถานที่ราชการต่างๆ ทำให้มีผลกระทบต่อการจราจร ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ในเส้นทางลัดเพื่อเลี่ยงจุดชุมนุมเวทีอโศก ทำให้ถ.เพชรบุรี ซอยพร้อมพงษ์ ต่อเนื่องสุขุมวิท มีปัญหามาก และด้านซ.สุขุมวิท 22,24,26 ต่อเนื่องไปถ.พระราม4 มีรถติดสะสม ส่วนแยกปทุมวันที่ปิดการจราจร ทำให้มีผลกระทบในถ.อังรีดูนังค์ เข้า-ออกได้ทางเดียว ทำให้ประชาชนเลี่ยงมาใช้ทางด่วนมาลงที่จารุเมือง เป็นจำนวนมาก ส่วนในช่วงบ่ายๆจะสะสมเข้าไปในถนนสุรวงศ์ ส่วนด้านทางด่วนขั้นที่2 ก็ได้ผลกระทบในทางลงพระราม4-หัวลำโพง และทางลงสีลม

                       พร้อมกันนี้ พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการเจรจาขอคืนในส่วนของสะพานพระราม8 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อเปิดเส้นทาง เพราะปัญหาดังกล่าว มีผลกระทบกับ สะพานปิ่นเกล้า และ สะพานซังฮี้ ส่วนการเร่งรัดการก่อสร้างที่สะพานพระราม9 (สะพานแขวน) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนสงกรานต์ปี 57 นี้

                       อย่างไรก็ตาม งานจราจรจะยังคงขับเคลื่อนแผนพัฒนาเร่งด่วนให้เป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการควบคุมสถานการณ์การชุมนุมอีกด้วย อาทิ โครงการสุภาพบุรุษจราจร ที่คาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้