ข่าว

'ศาลรธน.'รับคำร้อง!'อำนาจเลื่อนวันลต.'

'ศาลรธน.'รับคำร้อง!'อำนาจเลื่อนวันลต.'

23 ม.ค. 2557

'ศาลรธน.'รับคำร้อง'กกต.'ยื่นตีความอำนาจเลื่อน'วันเลือกตั้ง' นัดลงมติ 24 ม.ค.นี้ ด้าน'พท.'อัด'กกต.'เลื่อนลต.ใครจะรับผิดชอบความเสียหาย

                     23 ม.ค.57 เมื่อเวลา 13.30  น. ที่ผ่านมา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีการประชุมนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. ที่ยื่นร้องเพื่อขอให้ศาลวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 214 ใน 2 ประเด็นคือ 1.หากมีเหตุจำเป็นที่ไม่อาจก้าวล่วงได้ จะสามารถกำหนดวันเลือกตั้งขึ้นใหม่ได้หรือไม่  และ 2.อำนาจในการกำหนดวันเลือกตั้งเป็นอำนาจขององค์กรใดระหว่างผู้ร้องกกต.กับครม.โดยนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก กกต. มีความเห็นว่า นายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียวในการกราบบังคมทูลฯ เสนอ เพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย ในร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ และเป็นผู้ที่จะต้องลงนามสนองพระบรมราชโองการในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว
 
                     ทั้งนี้ คาดว่า ผลการวินิจฉัย ที่จะออกมา จะมี 3 ทาง  คือ 1.ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง  โดยมองว่าไม่อยู่ในกรอบอำนาจศาล 2.สั่งว่าเป็นอำนาจของรัฐบาลที่จะออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ และ 3.สั่งว่าเป็นอำนาจ กกต. ในการกำหนดวันเลือกตั้ง อีกทั้ง หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า เป็นอำนาจของรัฐบาลก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจรัฐบาลว่าจะดำเนินการหรือไม่ ซึ่งคาดว่า ในวันนี้น่าจะมีมติออกมาได้ เนื่องจากเป็นการวินิจฉัยในข้อกฎหมายเท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องมีการสืบพยานหรือขอเอกสารเพิ่มเติม 
 
                     ขณะที่ บรรยากาศสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญมีสื่อมวลชนเฝ้าติดตามผลการพิจารณาดังกล่าว พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลรักษาความปลอดภัยตามปกติ 
 
                     ล่าสุด เมื่อเวลา 16.00 น. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ออกเอกสารข่าวภายหลังการประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยกรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของกกต.ในการกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่ ตามรัฐธรรมนูญ  มาตรา 214 ไว้พิจารณาวินิจฉัยและกำหนดให้มีการอภิปรายและแถลงด้วยวาจา พร้อมลงมติในวันที่ 24 ม.ค.นี้ เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป 
 
                     ทั้งนี้ คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่า ตามที่ กกต.อ้างว่า หลังมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาและกำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 2 ก.พ.57 โดย กกต.ได้กำหนดการรับสมัคร ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ และระบบแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่า ในการรับสมัครมีกลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมสถานที่รับสมัคร ทำให้เกิดเหตุกระทบกระทั่งกันของเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมจนมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตหลายราย ซึ่งกกต.ได้ออกแถลงการณ์แจ้งไปยังเลขาธิการคณะรัฐมนตรีขอให้พิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งออกไป และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งกลับมายังเลขาธิการสำนักงานกกต. ว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา รับทราบแถลงการณ์สำคัญดังกล่าวแล้ว และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นต่อแถลงการณ์ดังกล่าว ว่า กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งในวันเลือกตั้งตามที่ได้กำหนด หากมีบุคคลใดมาขัดขวางการดำเนินการ กกต.ย่อมสามารถพิจารณาบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมได้ และการเปลี่ยนแปลงวันลงคะแนนเลือกตั้งจะกระทำได้เฉพาะกรณีตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.มาตรา 78 เท่านั้น และโดยอำนาจวินิจฉัยของกกต. 
 
                     หลังจากนั้น ภายหลังการเปิดรับสมัคร กกต.ได้รับแจ้งจากกกต.ประจำจังหวัดหลายแห่ง ว่า ได้มีการขัดขวางการรับสมัครส่งผลให้หลายเขตเลือกตั้งมีผู้สมัครคนเดียว ขณะที่ อีกหลายเขตเลือกตั้งไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง จึงมีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรีเสนอความเห็นว่า รัฐบาลควรเสนอพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้โอกาสทุกพรรคการเมืองได้หารือร่วมกันและได้ข้อยุติในการเลือกตั้งที่เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย แต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ดำเนินการนำความขึ้นกราบบังคมทูล กลับแสดงความเห็นผ่านสื่อสาธารณะยืนยันว่า การกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ไม่สามารถกระทำได้ นายกรัฐมนตรีรวมทั้งกกต.ก็ไม่มีอำนาจกำหนดวันเลือกตั้งใหม่นั้น 
 
                     ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีตามคำร้องมีความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างคณะรัฐมนตรี และกกต.ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญจึงมีมติรับคำดังกล่าวไว้พิจารณา  
 
 
 
 
"ประพันธ์" ไม่แน่ใจ"กกต."ยื่นศาลรธน.ขอให้"นายกฯ"เลื่อนลต.จะเข้าข่ายรธน.ม.214
 
 
                     นายประพันธ์ นัยโกวิท อดีตกกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ในกรณีที่กกต.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 214 ในเรื่องความขัดแย้งระหว่างองค์กรเกี่ยวกับอำนาจในการเลื่อนการเลือกตั้งนั้น ตนเห็นว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรที่ไม่ใช่ใครอยากยื่นก็ยื่นได้ ยิ่งหากไปถามความเห็นขอหารือในเรื่องของกฎหมาย หรือไปถามข้อสงสัยว่า องค์กรใดมีอำนาจเกี่ยวกับการเลือกตั้งก็ไม่สามารถกระทำได้ เพราะตามกฎหมายได้มอบหน้าที่ให้ กกต.เป็นผู้ชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้ง โดยเฉพาะหากมีผู้สมัครเลือกตั้งถาม กกต.ก็สามารถตอบได้ ส่วนกรณีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในครั้งนี้ ตนไม่รู้ว่า ข้อเท็จจริงที่อยู่ในคำร้องมีอะไรบ้าง ไม่รู้ว่ามีคำชี้แจงใดที่อธิบายว่า เกิดความขัดแย้งระหว่างองค์กร 
 
                     นายประพันธ์ กล่าวต่อว่า แต่ถ้าดูข้อมูลจากที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น จะเห็นว่า กกต.ต้องการให้เลื่อนการเลือกตั้ง แต่กกต.ไม่มีอำนาจ โดยระบุว่า อำนาจเลื่อนการเลือกตั้งเป็นของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ออกมาระบุว่า ไม่มีกฎหมายข้อไหนที่จะสามารถเลื่อนการเลือกตั้งได้ จึงเหมือนว่า กกต.ต้องการให้นายกฯ เป็นผู้ดำเนินการให้เลื่อนการเลือกตั้ง ดังนั้น หากอิงตามข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าวจึงดูเหมือนว่า การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความในครั้งนี้ ยังไม่เข้าข่ายมาตรา 214 แต่อย่างใด และยังไม่เห็นว่า จะเป็นความขัดแย้งระหว่างองค์กรในข้อใดที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณาได้ อย่างไรก็ตาม หากศาลรัฐธรรมนูญเกิดรับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาจริง ก็น่าจะยังไม่มีผลกระทบต่อการเลือกตั้งที่ได้ดำเนินการมาแล้ว เพราะในเมื่อยังมี พ.ร.ฎ.กำหนดให้มีการเลือกตั้ง กกต.ก็ต้องเดินหน้าจัดการเลือกตั้งต่อไปจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาในทางใดทางหนึ่ง 
 
 
 
พท.อัด"กกต."เลื่อนเลือกตั้งใครจะรับผิดชอบความเสียหาย
 
 
                     นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 214 ว่า จะมีเหตุจำเป็นต้องเลื่อนเลือกตั้งได้หรือไม่ และอำนาจจัดการอยู่ที่ครม.หรือกกต.ว่า ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยมีความเห็นสอดคล้องกับนักกฎหมายหลายภาคส่วนว่าไม่เข้ารัฐธรรมนูญ มาตรา 214 ทั้งนี้ ตนอยากถามกกต. 3 ข้อว่า 1.ขณะนี้ ทราบว่ากกต.ใช้งบเลือกตั้งไปแล้วกว่า 2 พันล้านบาทจริงหรือไม่ และถ้าหากเลื่อนเลือกตั้งใครจะรับผิดชอบงบประมาณตรงนี้ 2.ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ 53 พรรคการเมืองที่ลงเลือกตั้ง ค่าใช้จ่ายที่หาเสียงไปเป็นเงินมหาศาล ใครจะรับผิดชอบ และ 3.ความรู้สึกของประชาชนที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งในฐานะปวงชนชาวไทยใครจะรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม ขอเรียกร้องให้สตง.ต้องออกมาตรวจสอบความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณในการเลือกตั้งของกกต.ด้วย
 
                     นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยนั้น ยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยแกนนำพรรคกระจายกันไปปราศรัยในทุกพื้นที่ สำหรับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย ที่ไม่ได้ร่วมหาเสียงด้วยนั้น เนื่องจาก นายกฯมีภารกิจในการบริหารบ้านเมือง ดังนั้น จึงต้องป้องกันความสับสนที่อาจจะถูกกล่าวหาจากพรรคประชาธิปัตย์ กปปส.และฝ่ายตรงข้าม ทั้งนี้ ยืนยันว่า การหาเสียงของพรรคเพื่อไทยได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน แต่มีปัญหาในพื้นที่ภาคใต้บ้าง จึงจะใช้วิธีเคาะประตูบ้าน ไม่เน้นการปราศรัย เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ขณะที่ ในเขตที่ผู้สมัคร ส.ส.ลงสมัครไม่ได้นั้น จะยังมีการติดป้ายหาเสียง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ 
 
                     ส่วนกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่า การออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 (4) หรือไม่ พร้อมทั้ง จะยื่นยุบพรรคเพื่อไทยนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ตนได้ตรวจสอบกับทีมกฎหมายของพรรคแล้ว รัฐบาลมีอำนาจโดยชอบที่จะออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อปกป้องและคุ้มครองประชาชน ประเด็นนี้ถือเป็นการเล่นเกมการเมือง เพื่อลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ดังนั้น เราจะยื่นฟ้องกลับฐานร้องเท็จ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 คน ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการดำเนินการที่สอดประสานกับกปปส.ใช่หรือไม่ ขอเรียกร้องให้นายไพบูลย์และนายวิรัตน์ลาออกจาก ส.ว.และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ จากนั้น ไปร่วมกับกปปส.อย่างเต็มตัวไปเลย พรรคเพื่อไทยกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดฐานสมคบคิดกับม็อบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่โดนข้อหากบฏด้วย 
 
 
 
 
"กกต.ลุ้นฟังคำวินิจฉัยศาลรธน.ชี้ปมเลือกตั้ง 24 ม.ค.นี้
 
 
                     นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องที่ กกต.เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของกตต.และคณะรัฐมนตรีในการกำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นใหม่ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 214 ไว้พิจารณา ว่า คงต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในวันที่ 24 ม.ค.เสร็จสิ้นก่อน เพราะถ้าหากพูดออกไปก่อน จะเป็นการพูดนำศาลรัฐธรรมนูญได้ จึงเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมที่จะพูดออกไปตอนนี้
 
                     ด้านนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ขณะนี้ ทางสำนักงาน กกต.ได้รับทราบมติของศาลรัฐธรรมนูญที่รับคำร้องดังกล่าวแล้ว ซึ่งในวันที่ 24 ม.ค. กกต.ก็จะต้องรอคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาในแนวทางใด กกต.จะต้องปฏิบัติตาม เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันทุกองค์กรตามรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 24 ม.ค.ทางกกต.จะมีการประชุม กกต.นัดพิเศษอยู่แล้ว ก็จะถือโอกาสนี้รอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อจะได้นำมาพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป