ข่าว

'ยิ่งลักษณ์'เข้าประชุมสภากลาโหม

'ยิ่งลักษณ์'เข้าประชุมสภากลาโหม

23 ม.ค. 2557

'ยิ่งลักษณ์' ประชุมสภากลาโหม กำชับ 'ศรส.' ปฏิบัติตามขั้นตอน ไม่ลุแก่อำนาจ วอนผู้ชุมนุมนึกถึงสิทธิส่วนบุคคล สั่ง 'กองทัพ' ดูแลอาวุธ หวั่นถูกนำไปสร้างสถานการณ์

 

                          23 ม.ค.57 เมื่อเวลา 08.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เดินทางมาเป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ประจำเดือนมกราคม ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ โดยมีพลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม พล.อ.ธนะศีกดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม ฯลฯ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสมาชิกสภากลาโหมร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

                         สำหรับวาระการประชุมสภากลาโหมครั้งนี้ มีประเด็นหารือเกี่ยวกับกรณีที่นายกรัฐมนตรีในฐานะ รมว.กลาโหม ได้เป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งหน่วยงานของกองทัพต้องติดตามสถานการณ์ และดูแลรักษาความปลอดภัยอาวุธต่างๆ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายต่างๆ อย่างรอบคอบ รวมทั้งมีการเน้นย้ำในเรื่องของการรับรู้ข้อมูลข่าวสารปัจจุบันจะต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีทางสังคมออนไลน์ที่ทันสมัยทำให้ข่าวสารกระจายรวดเร็ว อาจมีความคลาดเคลื่อน ดังนั้นต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนรอบคอบ นอกจากที่ประชุมยังเน้นย้ำให้มีการไปตรวจสอบสิทธิ์ในการไปเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ทั้งนี้ในการประชุมสภากลาโหมจะมีการรานงานการจัดงานวันทหารผ่านศึกในวันที่ 3 ก.พ.โดยจะใช้ชื่องานว่า "วันทหารผ่านศึกร่วมรำลึกเชิดชูผู้เสียสละ"

                         ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลา 11.30 น. นายกฯ จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษเพื่อพิจารณารายละเอียดและออกข้อกำหนดต่างๆ ตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และอำนาจของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.)

 

'ยิ่งลักษณ์'กำชับ'ศรส.'ปฏิบัติตามขั้นตอน

 

                        เมื่อเวลา 14.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์หลังเป็นประธานการประชุมสภากลาโหมและประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษเพื่อพิจารณาเพื่อพิจารณารายละเอียดและออกข้อกำหนดต่างๆ ตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และอำนาจของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานที่ปรึกษาศรส. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผอ.ศรส. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมว่า ในการประชุมสภากลาโหม เป็นการประชุมวาระตามปกติ ได้มีการรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ต่างๆ

                        เมื่อถามว่าวันนี้ผบ.เหล่าทัพเข้าใจการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินของรัฐบาลหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเราได้ชี้แจงไปแล้วว่าการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นเป็นเครื่องให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติงานขั้นตอน และตามกฏหมาย จึงเป็นที่มาให้ครม.เห็นชอบให้หน่วยงานที่รับผิดชอบขึ้นตรงกับพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. เพราะเราเน้นการดำเนินการตามขั้นตอนกฏหมายมากกว่าการใช้กำลังทหาร ขณะเดียวกันเราได้บูรณาการกำลังของทหารเข้ามาเช่นเดิม และได้มีการข้อความร่วมมือกับทางเหล่าทัพในการเตรียมหน่วยแพทย์พยาบาลต่างๆ และการดูแล รวมถึงการพิจารณาตั้งจุดตรวจร่วมเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งได้มีการเน้นย้ำเช่นเดิม นอกจากนี้ครม.ยังเน้นย้ำกับหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติงานของศรส.ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความละมุนละม่อม และขั้นตอนต่างๆ ให้ยืดหลักกฏหมาย การดำเนินการต่างๆ อย่าให้ลุแกอำนาจหรือเกินความเป็นจริง  เมื่อถามว่าถึงขณะนี้ทางกองทัพพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลหรือไม่โดยเฉพาะในเรื่องกำลังพล นายกฯ กล่าวยอมรับว่า ใช่ ในเรื่องของกำลังพล ก็เป็นไปตามที่ศรส.ร้องขอ เช่นเดียวกับการทำงานของศอ.รส.

                        นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของการเลือกตั้ง ในที่ประชุมได้เน้นย้ำ ให้เหล่าทัพให้ความร่วมมือกับกกต.ตามที่มีการร้องขอเข้ามา รวมทั้งการดูแลความปลอดภัย ให้กับประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นห่วงสถานภาพของตัวนายกฯเอง รวมทั้งนายสุรพงษ์ เเละร.ต.อ.เฉลิมหรือไม่ หลังกลุ่มกปปส.ประกาศไล่ล่าจับตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า "ทุกคนต้องมีสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล การละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลนั้น ก็ขออนุญาตให้นึกถึงขั้นตอน สิทธิแต่ละคน เพราะคงไม่มีใครอยากเห็น การประกาศไล่ล่าจับตัวคนนั้นคนนี้รายวัน จึงอยากขอร้อง รัฐบาลเองก็อยากที่จะให้ช่วยกันหลีกเลี่ยงการพูดจาให้เกิดความเกลียดชัง หรือความขัดแย้ง เช่นเดียวกับที่ผบ.ทบ.พูดว่า เราจะโกรธจะเกลียดจะแรงกันไปถึงไหน วันนี้น่าจะถึงเวลาแล้ว ให้หันหน้ามาพูดคุยกันเถอะ รัฐบาลก็พร้อมในการเปิดเวที ทุกประตูทุกเวลา ในการพูดคุย ดิฉันเองก็อยากเห็นเช่นเดียวกัน และเชื่อว่า คงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับตัวเอง จึงอยากขอให้เคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลเถอะ และไม่เคยมีนายกฯคนไหนที่จะเจอขนาดนี้ ดิฉันเองก็ยอมมรับว่าเราเองก็อดทน ก็ขอความเห็นใจจากพูดชุมนุม ดิฉันพร้อมรับฟัง แต่บางอย่างก็ต้องให้ความเห็นใจ ถ้าเราสามารถปฏิบัติได้ก็ยินดีให้ความร่วมมือ วันนี้เราได้คืนอำนาจให้ประชาชนแล้วด้วยกันยุบสภาฯ ส่วนในสิ่งที่ผู้ชุมนุมร้องขอไม่สามารถที่จะปฏิบัติได้ภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ขอเรียนย้ำอีกครั้งวว่าดิฉันไม่ใชคนดื้อรั้นไม่ยอมรับฟังอะไรเลย แต่บางอย่างไม่สามารถปฏิบัติเองได้ก็ต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาช่วยและพูดคุยกันดีกว่า น่าจะเป็นทางออก"

                        เมื่อถามว่าวันนี้ผู้ชุมนุมกปปส.ท้าทายพ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายกฯ กล่าวว่า ต้องให้เจ้าหน้าที่ทำตามขั้นตอนของกฏหมาย รัฐบาลไม่ต้องการที่จะพูดว่าออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาเพื่อให้เกิดการท้าทาย ย้ำอีกครั้งว่าออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินมาเพื่อเป็นเครื่องมือให้เเจ้าหน้าที่ดำเนินงาน และยืนยันอีกครั้งรัฐบาลไม่ต้องการเห็นภาพที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2553 จึงย้ำเจ้าหน้าที่ทุกคนระมัดระวัง อย่าใช้สิ่งที่เกินความจำเป็น โดยให้เริ่มขั้นตอนด้วยการเจรจาพูดคุย ก็จะพยายามรักษาจุดยืนตรงนี้ไว้ โดยใช้กฏหมายเป็นหลัก

                        นายกฯ ยังกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาในโครงการรับจำนำข้าวว่า เพิ่งได้รับหนังสือจากกต. ก็จะมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการตามขั้นตอน

 

'ยิ่งลักษณ์' ถกครม.ชุดเล็ก - 'สมศักย์' เผยนทท.ลด 5 เปอร์เซ็นต์

 

                        ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวจากกองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) ว่าเมื่อเวลา 11.00 น.มีรัฐมมนตรีหลายคนทยอยเดินทาง มารอร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีชุดเล็ก ที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม ต่อจากการประชุมมสภากลาโหมที่มีการประชุมตั้งแต่ช่วงเช้าในวันเดียวกัน

                        โดยรัฐมนตรีที่เดินทางเข้ามานอกจากนายกฯแล้วยังมี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯและรมช.เกษตรฯ พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม รวมทั้งนายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา ที่เดินทางเข้ามาไม่นานแล้วก็เดินทางออกไป

                        ทั้งนี้นายสมศักย์ กล่าวถึงผลกระทบด้านการท่องเที่ยวจากการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม กปปส.ว่า เมื่อวานตนได้คุยกับผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)และศูนย์ช่วยเหลือการท่องเที่ยวในเรื่องดังกล่าวพบว่า บางประเทศได้ยกระดับกังวลด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวประเทศไทยอย่างชัดเจน เช่น ฮ่องกง ห้ามไม่ให้เข้ามาในประเทศไทย และบางประเทศยังเตือนให้นักท่องเที่ยวออกจากประเทศไทยด้วย ซึ่งก่อนที่จะมีการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน(พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ก็มีกลุ่มประเทศตะวันออกกลางประกาศให้นักท่องเที่ยวออกจากประเทศ เช่น ประเทศที่มารักษาพยาบาลในไทยก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งทาง ททท.รายงานนักท่องเที่ยวมีความกัวล สังเกตจากการลดลงของเที่ยวบินที่เข้ามาในไทย รวมถึงการเข้าพักในโรงแรมด้วย

                        นายสมศักย์ กล่าวว่า ททท.รายงานว่า แต่ละโรงแรมในพื้นที่ชุมนุมและพื้นที่อื่น ๆ ในกทม.รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง กทม.เช่นพัทยาและชะอำได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้แต่ละโรงแรมกำลังหาวิธีช่วยเหลือตนเอง เนื่องจากนักท่องเที่ยวเข้าพักน้อยมาก เหลือเพียง 30% บางโรงแรมได้เสนอมายังตนและได้เสนอผ่านคณะรัฐมนตรีว่า ควรมีมาตรการในการช่วยเหลือโรงแรม โดยจัดอบรมหลักสูตรฝึกอบรมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อลดภาระของโรงแรม เนื่องจากผูัที่เข้าอบรมจะได้รับเบี้ยเลี้ยง

                        เมื่อถามว่าขณะนี้มีประเทศใดไม่ให้เข้าประเทศไทยแล้วบ้าง นายสมศักย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางกระทรวงต่างประเทศให้ประสานกับต่างประเทศที่ออกคำเตือนห้ามเข้าประเทศไทยเพื่อยับยั้งการยกระดับการเตือนของประเทศต่างๆ เนื่องจากทุกครั้งที่มีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็ทำให้การท่องเที่ยวระหว่างประเทศได้รับผลกระทบอยู่แล้ว

                        เมื่อถามว่า คาดการณ์หรือไม่ว่าตัวเลขการท่องเที่ยวจะลดลง หากการชุมนุมยังยืดเยื้อ นายสมศักย์ กล่าวว่า ก่อนการชุมนุมได้คาดการณ์ว่าตัวเลขการท่องเที่ยวจะไม่น้อยกว่า 28 ล้านคน แต่ขณะนี้ทาง ททท.ประเมินแล้วว่าจะลงประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 26 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งหวังว่า การเจรจาทางการเมืองระหว่างผู้ชุมนุมจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เพราะประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศยอดนิยมในการมาท่องเที่ยวของชาวต่างชาติอยู่แล้ว จะสังเกตได้ว่าเมื่อการชุมนุมเมื่อปี 2553 และภาวะน้ำท่วมถือว่าได้รับผลกระทบรุนแรงมาก แต่นักท่องเที่ยวก็ยังกลับมาท่องเที่ยวไทยเหมือนเดิม ยอมรับว่ากังวลในกลุ่มประเทศที่เป็นนักท่องเที่ยวรายใหญ่ เช่น จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย ขณะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง หวังว่าประเทศเหล่านี้จะไม่ยกระดับในการแจ้งเตือน

                        เมื่อถามว่า ขณะนี้สิงคโปร์ได้ยกเลิกเที่ยวบินมากทม.แล้ว นายสมศักย์ กล่าวว่า ตนทราบว่าไฟท์เที่ยวบินสิงคโปร์จะมาเที่ยวในภาคใต้และกทม.เพราะกทม.มีแรงดึงดูดเรื่องบรรยากาศและอาหารการกิน ยอมรับว่าประเทศดังกล่าวมีความวิตกกังวล ขณะนี้ตนยังไม่ได้มีการประสานไปยังสิงค์โปร์แต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ตนกังวลว่าหากมีการยกระดับการเตือนเข้าประเทศถึงระดับ 4 หรือ 5 นักท่องเที่ยวจะสามารถยกเลิกเที่ยวบินได้ โดยรัฐบาลประเทศนั้น ๆ จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ซึ่งเบื้องต้นผลกระทบต่อเที่ยวบินมีทั้งขาออกและขาเข้า โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีแนวโน้มจะยกเลิกเที่ยวบิน

                        ส่วนตัวเลขการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้น จะเห็นได้ชัดว่านักท่องเที่ยวที่เข้าประเทศไทยเดือนละประมาณ 2 ล้านคน ตนหวังว่า ในช่วงการชุมนุมนักท่องเที่ยวจะเข้ามาประมาณครึ่งหนึ่งหรือ 1 ล้านคนก็ยังดี โดยเฉพาะจีนที่มักเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเทศกาลดังกล่าวประมาณ 3 แสนคน ทั้งนี้มูลค่าการเท่องเที่ยวที่เสียหายไปกว่า 2 หมื่นล้านบาท

                        เมื่อถามว่า หากมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่องจะกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างไรบ้าง รมว.ท่องเที่ยวกล่าวว่า ชาวต่างชาติกลัวว่าจะเกิดเหตุเช่นเดียวกับปี 2553

                        "ผมยังเบาใจที่นายกฯ ได้เน้นย้ำเรื่องการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยให้ดำเนินการกับผู้ชุมนุมอย่างละมุนละม่อม ใช้หลักเจรจาเป็นหลัก" นายสมศักย์ กล่าว