ข่าว

กินอาหารให้เป็นยา

กินอาหารให้เป็นยา

23 ม.ค. 2557

ไลฟ์สไตล์ : กินอาหารให้เป็นยา

 

                       ฮิปโปเครติส บิดาทางการแพทย์ของชาวกรีกบัญญัติไว้ในการรักษาเมื่อราว 2,500 ปีมาแล้วว่า “จงใช้อาหารเป็นยาในการรักษาโรค” ซึ่งกลายมาเป็นปรัชญาในการรักษาโรคยุคต่อๆ มา อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า องค์ประกอบของอาหารบางชนิดไม่จัดเป็นสารอาหารแต่อาจให้ประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้น องค์ประกอบหลักในอาหารจึงแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็นสารอาหาร และส่วนที่ไม่ใช่สารอาหาร

                       แนวทางการพัฒนาอาหารฟังก์ชั่น มาจากแนวคิดของการใช้อาหารเป็นยา ประโยชน์ของอาหารฟังก์ชัน คือ สามารถรับประทานร่วมกับมื้ออาหารได้ ไม่ใช่รับประทานในรูปของยา ซึ่งให้ผลต่อระบบการทำงานของร่างกายในการป้องกันโรค เพิ่มภูมิคุ้มกัน ชะลอความเสื่อมของเซลล์ในอวัยวะต่างๆ ของร่างกายและส่งเสริมสุขภาพ ตัวอย่างอาหารฟังก์ชันที่ได้รับความนิยม เช่น งา เป็นแหล่งของแคลเซียม มีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพกระดูก และยังมีสารเซซามินซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในกระบวนการกำจัดสารพิษ

                       พรุน ประกอบด้วยใยอาหารจำนวนมากมีส่วนช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย และยังมีกรดนีโอโคลโรเจ็นนิค และ กรดโคลโรเจ็นนิค ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งป้องกันกระดูกพรุนได้ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ อย่าง บิลเบอร์รี่ ที่มีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ คือ สารแอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นสารที่มีสีแดงม่วงจนไปถึงน้ำเงิน มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยป้องกันดวงตาจากการทำลายของอนุมูลอิสระ อันเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต้อกระจก และจอประสาทตาเสื่อม โสม มีสารจินเซนโนไซด์ ที่ทำให้ร่างกายมีการปลดปล่อยพลังงานมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยลดความเมื่อยล้า ผ่อนคลายความตึงเครียดทั้งร่างร่างกายและจิตใจ

                       ซุปไก่สกัด ให้โปรตีนและเปปไทด์ รวมทั้งสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพอื่นๆ แพทย์จีนใช้ซุปไก่ตุ๋นช่วยในการบำรุงร่างกาย ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า จึงมักจะเห็นว่ามีการตุ๋นซุปไก่เพื่อบำรุงสุขภาพในคนทั่วไป รวมถึงผู้ป่วย คนท้อง นอกจากนี้ ยังมี “เห็ดทางการแพทย์” ซึ่งเป็นอาหารฟังก์ชั่นที่นอกจากให้คุณค่าทางโภชนาการแล้วยังมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ให้ประโยชน์ในการส่งเสริมภูมิคุ้มกันและสุขภาพอีกด้วย เช่น เห็ดไมตาเกะ เห็ดยามาบูชิตาเกะ เห็ดฮิเมะมัตสึทาเกะ ถั่งเฉ้า เห็ดหลินจือ และเห็ดแครง เป็นต้น

                       อาหารฟังก์ชันไม่ใช่อาหารหลัก จึงไม่สามารถทดแทนกันได้ สำคัญต้องรับประทานอาหารหลักให้หลากหลาย ครบทุกหมู่ หมั่นออกกำลังกาย ทำจิตใจให้แจ่มใส และพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อการมีสุขภาพที่ดี