ข่าว

ยุทธการ'ดาวล้อมเดือน'...ใช้เทียนเป็นอาวุธ

ยุทธการ'ดาวล้อมเดือน'...ใช้เทียนเป็นอาวุธ

23 ม.ค. 2557

ยุทธการ'ดาวล้อมเดือน'...ใช้เทียนเป็นอาวุธ : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ

 
                     ขณะที่มวลมหาประชาชนของกลุ่ม กปปส. ยึดพื้นที่ใจกลางเมืองตั้งเวทีปิดล้อมกรุงเทพฯ ชั้นกลาง พร้อมจัดแนวร่วมยึดศาลากลางและส่วนราชการในหลายจังหวัดภาคใต้ เพื่อเรียกร้องให้ปฏิรูปประเทศไทยก่อนจัดเลือกตั้งนั้น ปรากฏว่ามีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งใส่เสื้อขาวออกมาแสดงความคิดเห็นตรงข้าม โดยเรียกร้องให้เลือกตั้งตามกำหนดในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ ภายใต้สโลแกนรณรงค์ “โปรดเคารพสิทธิลงคะแนนเสียงของฉัน” หรือ “RESPECT MY VOTE” ซึ่งกิจกรรมของกลุ่มนี้เน้น จุดเทียน ผูกผ้าขาว ปล่อยลูกโป่ง ฯลฯ 
 
                     ความเป็นมาของกลุ่มเสื้อขาวเริ่มจากกิจกรรมเล็กๆ รวมตัวจุดเทียน ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จากนั้นไฟเริ่มจุดติด มีการนำไปขยายต่อผ่านสังคมโซเชียลออนไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ด้วยข้อความคล้ายกันว่า “จุดเทียน-ผูกผ้าขาว-กระดาษขาว ปฏิบัติการขยายพื้นที่สันติทีละก้าว” 
 
                     ช่วงแรกกิจกรรมจุดเทียนเน้นพื้นที่สวนสาธารณะ หน้าห้างสรรพสินค้า ฯลฯ คืนละ 2-3 แห่ง และไม่ได้มีทุกคืน แต่หลังจากเทศกาลปีใหม่ 2557 เริ่มจุดเทียนหลายแห่งพร้อมๆ กัน ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑลและจังหวัดใหญ่ๆ เรียกได้ว่ามีกิจกรรมแบบนี้เกือบทุกคืน โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีนัดหมายจุดเทียนพร้อมกันกว่าสิบพื้นที่ในเขต กทม.
 
                     เย็นวันอาทิตย์ 19 มกราคม ผู้คนสวมใส่เสื้อสีขาวทยอยเดินทางมายัง “สะพานลอยสุทธิสาร” มีทั้งมาคนเดียว มากับเพื่อน 2-3 คน รวมถึงเป็นครอบครัว ส่วนใหญ่จับกลุ่มพูดคุยกันเบาๆ ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพระอาทิตย์ตกประมาณหกโมงเย็น กลุ่มคนหนาแน่นขึ้น ทั้งบนสะพานลอยและหัวมุมถนนบริเวณไฟแดง รวมถึงเกาะกลางถนน 
 
                     อาสาสมัครเริ่มแจกจ่ายเทียน เมื่อไฟจุดติดเสียงตะโกน “เราจะมาเลือกตั้งๆๆๆ” และ “เอาเลือกตั้ง ไม่เอา เทือกตั้ง”  เริ่มประสานกันดังขึ้นเป็นจังหวะ จนกระทั่งประมาณ 6 โมงครึ่ง ทุกคนร่วมใจประสานเสียงร้องเพลงชาติร่วมกัน จากนั้นเสียงเรียกร้องยุติความรุนแรงและเอาเลือกตั้งกลับมาดังขึ้นมาอีกครั้ง 
 
                     ค่ำคืนนั้นลมพัดค่อนข้างแรง แต่พวกเขาไม่ย่อท้อ จุดไฟใหม่ทุกครั้งที่แสงเทียนดับลง มีการช่วยกันหยิบยื่นไฟแช็ก หรือไฟเทียนที่ติดแล้วให้คนข้างเคียงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม...
 
                     ทว่าเหตุการณ์คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น เมื่อกลุ่มผู้คนจุดเทียนอยู่ใต้สะพานลอยเกิดโห่ร้องขึ้นมา จากนั้นคนอื่นๆ โห่ไล่ตาม เนื่องจากมีคนขี่มอเตอร์ไซค์โบกธงชาติวิ่งผ่าน ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว เริ่มมีหลายคัน สักพักมีเสียงชักชวนให้ชาวเสื้อขาวปักเทียนที่พื้นถนน ก่อนสลายตัวแยกย้ายกันไปตอนเกือบหนึ่งทุ่ม
 
                     “พี่ ป.” ผู้นำเทียนมาบริจาค เปิดใจให้ฟังว่า ตนไปร่วมกิจกรรมจุดเทียนยุติความรุนแรงหลายครั้งแล้ว เลยเกิดความคิดอยากเชิญชวนผู้คนแถวบ้านให้ทำด้วย จึงเริ่มประกาศผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่าจะจุดเทียนบนสะพานลอยสี่แยกสุทธิสาร ตอนแรกคิดว่าคงมีเพื่อนๆ หรือคนอาศัยแถวนั้นมาสักร้อยกว่าคน เพราะจัดขึ้นแถวนี้ครั้งแรก ไม่ค่อยมีคนรู้จัก  
 
                     “ผมแปลกใจเหมือนกันนะ คนมาเยอะหลายร้อยคน ผมสั่งซื้อเทียนมาไว้ 1,000 เล่ม จะเอาไปแจกหลายที่ แต่เฉพาะวันนี้แจกไปแล้วนับดูไม่ต่ำกว่าสามร้อยเล่ม สงสัยมีหลายคนช่วยกันกระจายข่าว แต่คืนนี้ดูท่าทางไม่ค่อยดี มอเตอร์ไซค์มาป่วน เลยรีบเลิกแยกย้ายกันไป” 
 
                     "พี่ ป." เล่าต่อว่า การทำงานของพวกเขาไม่มีแกนนำ ใครอยากจุดเทียนยืนตรงไหนก็ตามสบาย คนที่มามีทั้งเสื้อแดง เสื้อขาว หรือกลุ่มอื่นๆ ส่วนใหญ่มาเพราะคิดตรงกันว่า ต้องการให้มีการเลือกตั้งเร็วที่สุด ส่วนเรื่องแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นหรือสภาปฏิรูปนั้น พวกตนไม่คัดค้าน แต่ควรทำหลังจากที่ได้ตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศแล้ว ไม่ใช่เป็นตัวแทนของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 
 
                     สอดคล้องกับ 4 สาวจากโรงงานย่านสุทธิสาร ที่ถือกระดาษป้ายเรียกร้องการเลือกตั้งและเปิดกรุงเทพฯ หลังสอบถามดูจึงรู้ว่าพวกเธอไม่ได้มีเฟซบุ๊กหรือเล่นเน็ต แต่มีคนแถวโรงงานมาบอกว่าจะมีกลุ่มเสื้อขาวมาจุดเทียน จึงนัดหมายกันมาด้วยความตั้งใจ 
 
                     "ประนัดดา ปุ่มแก้ว" ตัวแทน 4 สาวยอมรับว่า ไม่เคยไปจุดเทียนที่ไหน พวกเขามาจากอีสานบ้านอยู่อุบลฯ กับสุรินทร์ มีคนหนึ่งมาจากสมุทรปราการ ทำงานเกือบทุกวันไม่ค่อยมีเวลาว่าง ดีใจที่เขามาจุดแถวนี้ จะได้มาร่วมง่ายๆ "ตอนนี้พวกเราไปลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตไว้แล้ว ไม่อยากให้ใครมาห้ามการเลือกตั้ง ถ้าคราวนี้เลือกตั้งไม่สำเร็จคราวหน้าก็จะไปเลือกใหม่ จะไปทุกครั้งจนกว่าจะได้ตัวแทนของเรา" ประนัดดา กล่าว
 
                     ด้าน หญิงวัยกลางคนรายหนึ่ง กล่าวแสดงความเห็นด้วยน้ำเสียงจริงจังสั้นๆ ว่า มาร่วมจุดเทียนในวันนี้ เพื่อแสดงออกถึงการรับไม่ได้ที่จะมีใครห้ามหรือหยุดไม่ให้มีการเลือกตั้ง ใครๆ ก็อยากให้ประเทศชาติดีทั้งนั้น แต่จะทำอะไรก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย
 
                     ปรากฏการณ์จุดเทียนเรียกร้องเลือกตั้ง ดูเหมือนความร้อนจากเปลวไฟจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หากเปรียบกลุ่ม กปปส.เป็น “ดวงเดือน” ยึดครองใจกลางเมืองกรุงไว้ กลุ่มเสื้อขาวคงเป็น “ดวงดาว” เล็กๆ ที่ค่อยๆ ห้อมล้อมดวงเดือน 
 
                     โดยบีบกระชับพื้นที่เข้ามาเรื่อยๆ มีการตั้งชื่อกลุ่มหลากหลายแตกต่างกันไป เช่น “กลุ่มจุดเทียนเขียนสันติภาพ” “กลุ่มพอกันที !” “กลุ่มแพทย์ผู้รักประชาธิปไตย” “กลุ่มเพื่อนรักกัน” “กลุ่มเสื้อขาวสันติภาพ” ฯลฯ สำหรับกลุ่มรอบนอกกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้แก่ “กลุ่มกรุงเทพฯ ตะวันออกรักประชาธิปไตย” ย่านมีนบุรี “กลุ่มนักศึกษาเดรโมเครซี่” ลาดกระบัง “กลุ่ม มอ.ปัตตานีเสรีประชาธิปไตย” “กลุ่มประชาชนคนรักประชาธิปไตย” นครสวรรค์ ฯลฯ 
 
                     ทีมงานแกนนำเสื้อแดงรายหนึ่งวิเคราะห์ให้ฟังว่า กิจกรรมจุดเทียนห้วงเวลานี้ เกิดขึ้นได้ทุกถนน สะพาน สวนสาธารณะ หน้าห้างสรรพสินค้า มหาวิทยาลัย ป้ายรถเมล์ ฯลฯ ไม่มีใครสั่งไม่มีใครกำหนดว่าต้องที่ไหนบ้าง ใช้วิธีกระจายกันไปให้คนในพื้นที่ชุมชนทำเองคิดเอง ทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เป้าหมายเพื่อขยายพื้นที่สันติทั่วประเทศ เช่น สะพานเดชาติวงศ์ (นครสวรรค์) หน้าบึงพลาญชัย (ร้อยเอ็ด) ประตูท่าแพ (เชียงใหม่) กลุ่มต่างจังหวัดอาจมีประเพณีท้องถิ่นมาเสริม ได้แก่ ผูกผ้าขาว เป่าลูกโป่ง ปล่อยโคมลอย ช่วงนี้เข้มข้นมีทุกวัน ทั้งกลุ่มใหญ่ กลุ่มเล็ก กลุ่มย่อย พวกเขากระจายกันไปเอง หลายสิบคนบ้าง หลายร้อยบ้าง ถ้าจัดแหล่งใหญ่ใจกลางกรุงมาเป็นหลักพันคนขึ้นไป
 
                     แต่หลังจากรัฐบาลรักษาการ ประกาศใช้ "พ.ร.ก.ฉุกเฉิน" 60 วัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 มกราคมนั้น ทีมงานข้างต้นยืนยันว่า กิจกรรมจุดเทียนยังคงมีอยู่แน่นอน เพียงแต่ต้องระวังการชูป้ายและการปราศรัยเกี่ยวกับการเมือง 
 
                     “พวกเราใช้เทียนเป็นอาวุธ เรียกว่าจุดติดแล้วล่ะ ใครจะว่าเป็นเสื้อแดงใส่เสื้อขาวก็ไม่สน เน้นให้คนในพื้นที่คิดเองทำเอง หาวิธีส่งข่าวสารกันเอง ดีนะ เหมือนคนคิดเหมือนๆ กัน เมื่อรู้สึกอึดอัดก็ได้แสดงออกบ้าง มีโปรแกรมจุดกันทุกวันจนถึงวันเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ หลังจากวันนั้นค่อยว่ากันอีกที” ทีมงานข้างต้นกล่าวทิ้งท้าย
 
 
 
.........................
 
(ยุทธการ'ดาวล้อมเดือน'...ใช้เทียนเป็นอาวุธ : โดย...ทีมข่าวรายงานพิเศษ)