
ปีไฟเหลืองของการก่อหนี้
สวัสดีเศรษฐกิจ : ปีไฟเหลืองของการก่อหนี้ และการขอกู้จากธนาคาร : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
กระแสความวุ่นวายหลายๆ ครั้งในก่อนหน้านี้ที่มีกับประเทศไทย ไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน เราก็ยังผ่านมาได้ ครั้งนี้ที่เกิดในปัจจุบัน เราก็ต้องผ่านไปให้ได้ เพราะเราไม่สามารถจะยกประเทศออกจากคนที่อยู่ในประเทศที่ไม่ฟังกันและกัน ไม่มีความเข้าอกเข้าใจกันแบบว่า "เอาใจเขา มาใส่ใจเรา" เรื่องแบบนี้สามารถทำให้เศรษฐกิจทรุดลงได้มากจนทำให้เศรษฐกิจที่กำลังกระเสือกกระสนอยู่แล้วกับบรรยากาศของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่กำลังลดลง
บวกด้วยระดับของหนี้ครัวเรือน และหนี้สาธารณะที่สูง ภายใต้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดในรอบเกือบสองปี แม้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาประมาณ 0.25% และยังมีการลดประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจอีกจาก 3.7% เหลือ 3% สำหรับปี 2556 และเหลือ 4% จาก 4.8% สำหรับปี 2557 กลับมายังความเป็นจริงในปี 2557 ปีที่ถูกตั้งว่า เป็น “ปีไฟเหลืองของการก่อหนี้ และการขอกู้จากธนาคารและสถาบันการเงิน” เหตุเพราะเศรษฐกิจไทยในช่วงเวลานี้เครื่องยนต์หลักที่เป็นกำลังหลักไม่ว่าจะเป็น
1.ภาคการส่งออกที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของจีดีพี กำลังมีการชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่สามารถฟื้นตัวอย่างเต็มที่ หรือที่ฟื้นตัวก็เป็นไปอย่างช้าๆ ไม่ได้หวือหวาแบบในอดีตอีกต่อไปแล้ว ดูได้จาก เศรษฐกิจอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน
2.ภาระของหนี้ครัวเรือนที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นจนแต่ระดับ 9.4 ล้านล้านบาท หรือเท่ากับ 80.1% ของจีดีพี แล้วผลพวงจากปัญหานี้ ไม่ว่าจะมาจากนโยบายประชานิยมหรือกิเลสของคนที่อยากเป็นหนี้ อยากบริโภคที่ผ่านมาได้ไปฉุดรั้งความสามารถและกำลังการซื้อการใช้จ่ายของประชาชนลงอย่างเห็นได้ชัดเจนมาก
3.การลงทุนภาครัฐตามแผนการลงทุนขนาดใหญ่สะดุดลงจากปัญหาทางการเมืองที่ไม่จบ
4.เรื่องของเงินทุนเคลื่อนย้ายแบบไหลออกและค่าเงินบาทที่ร่วงลงมาอย่างเห็นได้ชัดมาก หลังจากมีแนวโน้มว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะทยอยลดระดับการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ คิวอี ลงเรื่อยๆ ตามภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และระดับการว่างงานที่แสดงให้เห็นว่าปัญหาได้รับการแก้ไขจนเห็นความแข็งแกร่งขึ้นในอนาคต ทีดีอาร์ไอ กล่าวไว้น่าฟังมากว่า "..เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการทำลายรากฐานทางเศรษฐกิจและก่อให้เกิดการเสียโอกาสในการลงทุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ของประเทศ..."
การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ต่ำกว่าในอดีตอย่างชัดเจนคงยากจะหลีกเลี่ยง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประเทศไทยต้องเจอกับวิกฤติเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและการอยู่ด้วยกันแบบมีความเห็นทางการเมืองที่ต่างกันจนเอามาพูดบนโต๊ะกินข้าวไม่ได้ หลายครั้งนำไปสู่การทะเลาะวิวาท ทำร้ายร่างกายกัน เป็นต้น ไทยๆ หลายครั้ง อาการต่างๆ ที่แสดงออกมานั้น เราๆ ท่านๆ ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองแล้ว จะเห็นได้ว่าเริ่มชัดขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2556 จนมาถึงปัจจุบันนี้แล้วนะครับ จะคิดทำอะไรขอได้โปรดรอบคอบนะครับ
------------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : ปีไฟเหลืองของการก่อหนี้ และการขอกู้จากธนาคาร : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



