ข่าว

'พท.'หนุน'รบ.'ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

'พท.'หนุน'รบ.'ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน

22 ม.ค. 2557

'พท.' หนุน 'รบ.' ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้เป็นเครื่องมือรักษาความสงบ-ไม่กระชับพื้นที่ ปัด 'แม้ว' สั่งเดินหน้าลุยเลือกตั้ง ซัด 'มาร์ค' โกหกซ้ำซาก

 

                       22 ม.ค.57 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลออกกฎหมายเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองประชาชน และสถานการณ์การชุมนุมของ กปปส. ไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยสงบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 อย่างที่แกนนำกล่าวอ้าง เนื่องจากมีการกระทำผิดซ้ำซาก ทั้งการปิดล้อมสถานที่ราชการ และขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ทั้งแบบบัญชีรายชื่อ และแบบเขตเลือกตั้ง ทำให้เศรษฐกิจเสียหาย กระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และเชื่อว่าการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินนี้เพื่อต้องการรักษาความสงบเรียบร้อย ไม่ได้ต้องการออกมาเพื่อกระชับพื้นที่เหมือนสมัยรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ในปี 53 และหากการชุมนุมเป็นไปโดยสงบก็สามารถชุมนุมต่อไปได้

                       ทั้งนี้การออก พ.ร.ก.ดังกล่าว จะกระทบเฉพาะผู้ที่กระทำผิดกฎหมาย ประชาชนทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด และการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในครั้งนี้ถือว่าชอบธรรม เพราะ 3 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยใช้ความรุนแรงกับประชาชน และขณะนี้ก็อยู่ในสถานการณ์เลือกตั้ง การออก พ.ร.ก.ดังกล่าวจะเป็นผลดีกับการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ.

                       นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่าการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเรื่องไม่เหมาะสมเนื่องจากสถานการณ์ ไม่เหมือนตอนปี 53 ว่า อยากให้ย้อนไปดูสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ที่มีการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ถึง 3 ครั้ง ซึ่งแตกต่างกับขณะนี้ ที่อยู่ในสถานการณ์การเลือกตั้งแล้วมีการชุมนุมทางการเมือง แต่ตอนนั้นผู้ชุมนุมออกมาเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง การออกมาพูดในเรื่องนี้ของ นายอภิสิทธ์ ดูเหมือนเป็นเนื้อเดียวกับ กปปส. และการที่นายอภิสิทธิ์ ปล่อยให้สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไปสนับสนุนการชุมนุมของ กปปส. ถือเป็นการสุ่มเสียงเอาพรรคการเมืองที่มีอายุยืนยาวไปร่วมชะตากรรมกับม็อบที่ทำผิดกฎหมาย

 

'พท.' ปัด 'ทักษิณ' สั่งเดินหน้าลุยเลือกตั้ง ซัด 'อภิสิทธิ์' โกหกซ้ำซาก

 

                       นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งการให้พรรคเพื่อไทยเดินหน้าการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาล และการเดินหน้าเลือกตั้งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ที่เมื่อมีการยุบสภาแล้วก็ต้องเดินหน้าเลือกตั้ง การออกมากล่าวหาเช่นนี้เป็นการโจมตีเพื่อหวังผลทางการเมืองเท่านั้น

                       ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ ออกมาโจมตี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าโกหกซ้ำซากในเรื่องต่างๆ เช่นกรณีทำหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติ เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยนั้น ถือเป็นการกระทำที่ขัดกับกฎหมายเลือกตั้ง เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย การกล่าวหาเช่นนี้เป็นการทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม และการที่พรรคประชาธิปัตย์คอยจับผิดพรรคเพื่อไทยในเรื่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งว่าเป็นตลกร้าย เพราะเมื่อบอยคอตเลือกตั้งแล้วก็ถือว่าไม่มีส่วนได้เสีย คนที่ลงเลือกตั้งยังไม่มีการกล่าวหากันเลย ซึ่งในเรื่องนี้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ได้ร้องเอาผิดสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว หากยังมีการกระทำเช่นนี้อีก ก็จะมีการยื่นเอาผิดนายอภิสิทธิ์รวมถึงจะรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป และเมื่อพรรคประชาธิปัตย์บอยคอตเลือกตั้งในครั้งนี้ ตนก็ขอเรียกร้องว่าเมื่อถึงวันที่ 2 ก.พ.57 สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็อย่าออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง

 

'พท.' ปัดให้น้ำเลี้ยงผู้สมัครคนละ 1 ล. ยันพรรคยึดกม.เลือกตั้งเคร่งครัด

 

                       นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ทางพรรคเพื่อไทยได้มีการประชุมพรรค เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา และมีการให้เงินผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคคนละ 1 ล้านบาทเพื่อใช้ในการเลือกตั้งว่า ขอปฏิเสธว่าการให้เงินผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคไม่เป็นความจริง ทั้งนี้ทางพรรคได้มีการประชุมในวันที่ 21 ม.ค. และได้มอบหมายภารกิจในการหาเสียงให้กับผู้สมัครของพรรค รวมถึงมอบแนวทางการชี้แจง ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประเด็นที่มา ส.ว. ให้กับสมาชิกที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา แต่ไม่มีการให้เงินกับผู้สมัครแต่อย่างใด ทั้งนี้ทางพรรคเพื่อไทยก็ได้กำชับให้สมาชิกทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด

 

'อดิศร' โว 'พท.' ลงหาเสียงเต็มที่ จ่อปูพรมอีก 50 เวที ก่อน 2 ก.พ.

 

                       นายอดิศร เพียงเกษ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวว่า ตนได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลกาปราศรัยในภาพรวมของพรรค และถึงขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยได้ลงพื้นที่ปราศรัยอย่างจริงจังไม่แตกต่างจากการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา และลงพื้นที่เกือบครบทุกเขต ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากประชาชนที่ต้องการเลือกตั้งเป็นอย่างดี ทั้งนี้ในแต่ละพื้นที่ก็ได้มีการแข่งขันกันของพรรคการเมืองต่างๆอย่างเข้มข้น ไม่ได้เป็นการชกลมแต่อย่างใด และตั้งแต่วันที่ 23 ม.ค. - 1 ก.พ. พรรคเพื่อไทยมีกำหนดการปราศรัยอีก 50 เวที ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเวทีปราศรัยในพื้นที่ภาคกลาง อีสาน และเหนือ อาทิ จ.เพชรบุรี นครราชสีมา สุรินทร์ เชียงราย เป็นต้น

                       ทั้งนี้ การที่พรรคประชาธิปัตย์ บอยคอต การเลือกตั้งหากมองในแง่ดี ก็จะทำให้ประชาชนเข้าใจระบอบประชาธิปไตยมากขึ้น ว่าการเลือกตั้งเป็นสิทธิที่พรรคการเมืองจะลงสมัครหรือไม่ลงก็ได้ และเมื่อพรรคประชาธิปัตย์ บอยคอตการเลือกตั้งแล้วก็เรียกร้องให้ไม่ไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ด้วย เพราะเมื่อทำอะไรแล้วก็ขอให้ทำให้ถึงที่สุด

 

'เด็กพท.' ชี้ 'รบ.' ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเหมาะสม

 

                       นายอดิศร เพียงเกษ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่าจากการลงพื้นที่ในต่างจังหวัด ประชาชนทั่วประเทศ เขาอยากให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนานแล้ว เพราะพฤติกรรมของ กปปส. สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวกรุงเทพฯ ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. บอกว่าไม่ได้ทำให้ประชาชนเดือดร้อนนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะการชุมนุม กระทบการเรียนการสอนของนักเรียนในกรุงเทพฯ และ กระทบภาพลักษณ์ของประเทศ เป็นอย่างยิ่ง การที่รัฐบาล ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในช่วงนี้ถือว่าเหมาะสม และถือว่าเป็นการออก พ.ร.ก.ที่ชอบธรรม เนื่องจากผู้ชุมนุมได้กระทำผิดกฎหมาย ยึดสถานที่ราชการต่างๆ และการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ครั้งนี้ แตกต่างกับสมัยการชุมนุมของคนเสื้อแดง เพราะรัฐบาลสมัยนั้นได้ออก พ.ร.บ.ความมั่นคง ตั้งแต่เรายังไม่ออกจากบ้าน หลังจากนั้นก็ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นเวลานานต่อเนื่องกัน รวมถึงยังมีการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม ใช้กระสุนจริง แต่ครั้งนี้ยืนยันว่ารัฐบาลจะดำเนินการตามกฎหมายไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม ส่วนผู้ที่ถูกออกหมายจับก็ต้องถูกจับตัวมาดำเนินคดีในที่สุด และเชื่อว่าการออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ครั้งนี้ จะทำให้สถานการณ์ความวุ่นวายยุติลงโดยเร็วโดยไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้น

                       นายอดิศร กล่าวถึงกรณีที่ พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ผบ.นสร.) ออกมาระบุว่าให้ระวังการขนกองกำลังต่างชาติ ที่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์เหมือนปี 53 ว่า พล.ร.ต.วินัย เอาข้อมูลมาจากไหน หากมีข้อมูลอะไรก็ขอให้ดำเนินการเลย เพราะการพูดเลอะเทอะ ในเรื่องเช่นนี้ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ และเมื่อเป็นข้าราชการจะให้ข้อมูลอะไรก็ต้องระวัง

                       ดังนั้น จึงขอให้ผู้บัญชาการทหารเรือ ตักเตือนการออกมาให้ข่าวเช่นนี้ หรือสอบถามความชัดเจนของข้อมูล เพื่อดำเนินการป้องกันเหตุร้ายต่อไป