ข่าว

'ภราดร'แจงจำเป็นใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน!

'ภราดร'แจงจำเป็นใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน!

22 ม.ค. 2557

'เลขาฯสมช.' เชื่อประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่มีปัญหาข้อกฎหมาย เล็งเชิญ 'บก.สื่อ' ทำความเข้าใจ

 

                            22 ม.ค. 57  เมื่อเวลา 10.15 น. ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนแจ้งวัฒนะ  พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) กล่าวก่อนเข้าปะชุมศรส. หลังประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) พ.ศ. 2548 ว่า ในชั้นต้นยังเป็นการปฏิบัติการจิตวิทยา มวลชนก็อาจจะต่อต้าน แต่เมื่อทำความเข้าใจว่าเจตนาที่รัฐบาลประกาศพ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพื่ออะไรและเราจะค่อยๆ ทำความเข้าใจก็เชื่อว่าประชาชนที่ชุมนุมจะเข้าใจและบางส่วนก็จะถอนตัวออกมา

                            พล.ท.ภราดร กล่าวว่า โดยเราจะชี้แจงว่าเจตนาที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เนื่องมาจากสถานการณ์มีความรุนแรง มีระเบิด ใช้อาวุธปืนอย่างต่อเนื่องและยึดสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญ เช่น ธนาคาร จนส่งผลกระทบเห็นได้ชัดเจน และในช่วงบ่ายวันนี้จะประชุมเพื่อกำหนดมาตรการต่างๆ ในการดูแลผู้ชุมนุม โดยใช้กฎหมายนี้มาเป็นเครื่องมือให้กับตำรวจปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยความสงบเรียบร้อยได้มากขึ้น แต่ไม่ใช่นำกำลังเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุม เป้าหมายยังเน้นไปที่แกนนำ ผู้สนับสนุนหลัก การบริหารจัดการสื่อให้ดำเนินการอย่างเหมาะสมถูกต้อง ไม่ให้มีการใส่ร้ายกันและนำเสนอข้อเท็จจริงให้ประชาชนเข้าใจสถานการณ์และใช้วิจารณญาณตัดสินว่าจะชุมนุมต่อหรือไม่

                            เลขาธิการสมช.กล่าวอีกว่า สำหรับข้อสังเกตว่า  รัฐบาลรักษาการมีอำนาจประกาศพ.ร.ก. ฉุกเฉิน ได้หรือไม่นั้น ก่อนที่จะมีการประกาศได้หารือกับฝ่ายกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะประกาศใช้ คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาเพราะใช้เป็นเครื่องมือเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชน เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วจะไม่เกิดความรุนแรงเกิดขึ้น พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ดูจากที่แกนนำประกาศพักการชุมนุมคิดว่าคงจะทบทวนมาตรการ เพราะเมื่อรัฐบาลมีเครื่องมือที่เข้มข้น ขณะที่กปปส.ก็มีความสุ่มเสี่ยงหากนำผู้ชุมนุมไปปฏิบัตการผิดกฎหมายก็คงต้องทบทวนมาตรการของพวกเขา

                            "ส่วนที่ม็อบประกาศตัดน้ำตัดไฟ จับตัวนายกฯ มองว่าเป็นการปฏิบัติการข่าวสารใช้จิตวิทยาของฝ่ายแกนนำเพื่อให้มวลชนฮึกเหิม ส่วนการปฏิบัติจะจริงหรือไม่ต้องดูต่อไป ยืนยันว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งสถานที่และตัวบุคคลมีความเข้มข้นและสามารถดูแลได้ โดยกำลังปฏิบัตการหลักจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและมีทหารเข้ามาเสริม"

                            เมื่อถามถึงข้อห้ามหลังจากประกาศใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉินแล้ว จะมีในเรื่องใดบ้างเพราะมีการพูดถึงการปิดการนำเสนอของสื่อ เลขาธิการสมช.กล่าวว่า ไม่ใช่การปิดกั้นสื่อ แต่คงเชิญบรรณาธิการ (บก.) บางช่องบางสื่อ ทำความเข้าใจให้ตรงกันว่าอย่างให้เกิดการใส่ร้ายเพื่อนำไปสู่การยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ หากเสนอข้อเท้จจริงไม่เป็นปัญหา ทั้งนี้ได้ประสานกสทช.ไปตั้งแต่ต้น แต่เครื่องมือของกสทช.อาจจะช้าและไม่ทันสถานการณ์แต่เมื่อมีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขึ้นมาเป็นเครืองมือหากมีเหตุผลความจำเป็นกสทช.ก็สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว

                            ต่อข้อถามว่าต้องเชิญสถานนีโทรทิศน์บลูกสกายมาทำความเข้าใจหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ได้ประสานไปแล้ว หากยังดำเนินการไม่เหมาะสมก็ต้องเชิญมาคุย เชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะใช้ดุลพินิจและมาตรการที่เหมาะสมในการพิจารณา ส่วนเหตุผลที่ต้องประกาศบังคับใช้ 60 วันและถูกตั้งข้อสังเกตุว่าเพื่อคุมการเลือกตั้งโดยเฉพาะ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เป็นเรื่องของการดูแลความสงบเรียบร้อยซึ่สอดคล้องกับการเลือกตั้งพอดี จึงต้องมีเครื่องมือมาดูแลสนับสนุนการทำงานของกกต. เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้หากกกต.ร้องขอให้ฝ่ายความมั่นคงไปดูแลก็คงต้องเข้าไปดูแล เมื่อร้องขอมาฝ่ายรัฐบาลก็ต้องสนับสนุน ขณะนี้ได้ร้องขอมาเป็นบางเรื่อง

                            เมื่อถามว่าเมื่อประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปแล้วผู้ชุมนุมที่เข้าไปร่วมการชุมนุมอยู่จะถือว่าฝ่าฝืนประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือใม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ต้องดูที่ข้อห้ามและข้อกำหนดที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะผู้รับผิดชอบจะกำหนดพื่นที่ใดเป็นพื้นที่ห้ามชุมนุม และเสนอให้ศรส.รับทราบ โดยขณะนี้ได้ส่งชุดเจรจาไปพูดคุยและเจรจาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยเราจะไม่ใช้คำว่าขอคืนพื้นที่ แต่ขอช่องทางอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชนสามารถติดต่อราชการและรัฐบาลให้บริการประชาชนได้