
'เอกนัฎ'ชี้'พรก.ฉุกเฉิน'ไม่กระทบคนร่วมชุมนุม
"เอกนัฎ"ชี้ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินในกทม.ไม่กระทบคนร่วมชุมนุม กปปส. พร้อมวิเคราะห์รบ.-พท.-เสื้อแดง เข้าสู่ยุคเสื่อมหลังเดินเกมพลาดมา3รอบ ชี้ พท.กำลังเสียมวลชนฐานใหญ่
วันที่ 22 ม.ค.57 นายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.เชื่อว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ กทม.ของรัฐบาลในวันที่ 23 ม.ค.นั้นจะไม่มีผลต่อการชุมนุมของกลุ่มกปปส. เนื่องจากรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนและส่วนตัวมองว่าผลของการประกาศใช้กฎหมายฉบับดังกล่าวจะทำให้มีประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมาที่มีเหตุรุนแรงเพราะรัฐบาลต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อประกาศใช้กฎหมายพิเศษดังกล่าวได้ แต่หากหลังจากนี้มีเหตุร้ายแรงใดๆ กับประชาชนรัฐบาลต้องรับผิดชอบ
นายเอกนัฎ ได้วิเคราะห์ผลทางการเมืองของการใช้กฎหมายพิเศษเพื่อควบคุมการชุมนุมว่าถือเป็นการเดินยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาดเป็นครั้งที่ 3 นับจากการผลักดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมือง และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต่อจากนี้รัฐบาล , พรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดงจะเข้าสู่จุดเสื่อมทางการเมืองอย่างแท้จริง โดยสาเหตุหลักคือ การยกขบวนของชาวนาเพื่อเรียกร้องเงินค่าจำนำข้าว ที่สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจรัฐบาล และ พรรคเพื่อไทย
"ที่ผ่านมารัฐบาลพรรคเพื่อไทยหลอกลวงชาวนาที่ถือเป็นฐานเสียงใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ด้วยโครงการรับจำนำข้าว ดังนั้นวันนี้รัฐบาลกำลังสูญเสียฐานเสียงดังกล่าว เช่นเดียวกับมวลชนคนเสื้อแดงที่รัฐบาลกำลังจะสูญเสีย โดยเห็นได้ชัดจากการพยายามปลุกกระแสการปฏิวัติเพื่อให้คนเสื้อแดงออกมาต่อสู้เพื่อพรรคเพื่อไทย แต่ท้ายสุดความพยายามดังกล่าวก็ไม่เป็นผล และล่าสุดทราบว่ามีการปาไข่เน่าใส่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย ฐานะแกนนำคนเสื้อแดง ขณะลงพื้นที่หาเสียงที่จ.บุรีรัมย์" นายเอกนัฎ กล่าว



