ข่าว

'ผบ.ทบ.'ชี้หากรุนแรงทหารพร้อมออกโรง

'ผบ.ทบ.'ชี้หากรุนแรงทหารพร้อมออกโรง

22 ม.ค. 2557

'ประยุทธ์' ห่วงแตกแยก แนะทุกฝ่ายหันหน้าพูดคุยกัน ชี้หากขัดแย้งรุนแรงทหารจำเป็นต้องออก ประณามผู้ก่อเหตุป่วนม็อบกปปส.

 

                       22 ม.ค.57 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่างๆในขณะนี้ว่า ส่วนตัวไม่ขอตอบว่ามีความจำเป็นหรือไม่ เนื่องจากมีการประกาศใช้ออกมาแล้ว และเป็นอำนาจของฝ่ายบริหารที่จะประกาศใช้ แต่ทั้งนี้ผู้ปฏิบัติจะต้องใช้กฎหมายด้วยความระมัดระวัง และต้องติดตามว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ พร้อมย้ำฝ่ายทหารจะทำหน้าที่ดูแลประชาชนทุกภาคส่วนอย่างดีที่สุด และไม่ได้อยู่ข้างใดข้างหนึ่ง

                       ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่ออีกว่า ยอมรับมีความเป็นห่วงเรื่องความแตกแยกของคนในสังคมขณะนี้ โดยเฉพาะฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุม โดยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายช่วยกันลดความขัดแย้ง โดยไม่ใช้วิธีการที่รุนแรง เพราะเชื่อว่าสถานการณ์ในปัจจุบันยังมีทางออก และสามารถพูดคุยกันได้ ซึ่งส่วนตัวสนับสนุนให้พูดคุยกัน

                       อย่างไรก็ตาม หากความขัดแย้งรุนแรงจนถึงระดับที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ทหารอาจจำเป็นที่จะออกมาแก้ไข ทั้งนี้ขอประณามผู้ก่อเหตุรุนแรงกับผู้ชุมนุม และขอเตือนว่าอย่าทำอีก และขณะนี้พอที่จะทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว

 

'ผบ.ทบ.' ลงใต้ให้กำลังใจทหารพื้นที่ 3 จว.ชายแดนใต้

 

                      ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่าสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม และติดตามผลการปฏิบัติงานของหน่วยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในห้วงที่ผ่านมา โดยมี พลโทสกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาค 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้บังคับหน่วยถึงระดับหน่วยเฉพาะกิจหมายเลข ยะลา ปัตตานี นราธิวาสสงขลา และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม

                      ในที่ประชุม จะมีการบรรยายสรุปสถานการณ์ และแนวโน้มสถานการณ์ในห้วงเวลา กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ บรรยายสรุปความคืบหน้าการปฏิบัติตามนโยบายผู้บังคับบัญชา ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ บรรยายสรุปความคืบหน้าผลการปฏิบัติงานตามนโยบาย

                      พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เปิดเผยก่อนเข้าห้องประชุมว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อมาติดตามและดูแลงานในฐานะ รองผอ.รมน. และก็ถือโอกาสมาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจเขาเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติงานนี้ ก็ปรับหลายๆอย่างในปี 2556-2557 ตั้งแต่ตุลาคมเป็นต้นไป ตั้งแต่เรื่องการจัดทำโครงสร้างเพิ่มขึ้น ให้มีกองกำลังถิ่นมากเพิ่มขึ้น มีการครบคุมทางยุทธการ แบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน แบ่งความรับผิดชอบ การทำแผ่นงานร่วมทั้งงานด้านความมั่นคง และการด้านการพัฒนาทาง ศอ.บต. และในส่วนของจุดคณะกรรมการขับเคลื่อนในส่วนของกระทรวงปกครองต่างๆอีก ทั้ง 17 กระทรวงต่างๆอีก ตามหน่วยงานก็ได้มีคณะกรรมการทางทหารไปสานทุกเรื่องเพื่อที่จะไห้งานขับเคลื่อนทางยุทศาสตร์ให้เดินขับเคลื่อนไปด้วยดี ความเท่าเทียบกันคู่ขนานไปด้วยดี ถ้าต่างคนต่างทำมันคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่งานจะประสบความสำเร็จได้ ทั้งงานด้านความมั่นคง และงานการพัฒนา วันนี้ที่เน้นมากที่สุด คือ การสร้างความมั่นใจ และก็มีคนเข้ามาสู้ในกระบวนการพาคนกลับบ้าน และก็มีผู้เห็นต่าง ผู้นำต่างๆหลายๆคนหลายๆฝ่ายกลับเข้ามามีส่วนร่วมของเราก็คงทราบดีอยู่แล้ว ก็เลยออกมาทำความเข้าใจกันร่วมกับท่านแม่ทัพภาคที่4 และคณะกรรมการอย่างต่อเนื่อง ตนเห็นว่ามีความก้าวหน้าในส่วนนี้ซึ่งตรงกับยุทธศาสตร์ข้อหนึ่ง ในการสร้างสภาวะแวดล้อมความปลอดภัย สร้างสภาวะแวดล้อมมุ่งไปสู่การพูดคุยกัน และให้ความสนใจตั้งคณะกรรมการควบคุมขึ้นมาซึ่งจะให้เกิดในเร็ววันนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

                      “โครงสร้างของผู้เห็นต่างมีความซับซ้อนพอสมควร ซึ่งก็ได้มีการติดตามและสอบสวนค้นคว้าความจริงมาตลอด เพียงแต่ว่ามันไม่เหมือนโครงสร้างการจัดของเรา แต่อย่างไรก็ตามเราก็พยายามทุกมิติ ในต่างประเทศหรือแม้กระทั่งพื้นที่ที่ห่างไกลเราก็ได้มีการปรึกษาหารือกับประเทศเพื่อนบ้านหลายๆประเทศด้วยเช่นกัน คืออย่างไรก็ตามตนคิดว่าวันนี้ทั้งโลกมีความวุ่นวายทั้งโลกมีความสับสนทั้งโลก มีความเห็นต่างกันมากประชาชนในแต่ละประเทศและประเทศเราก็เช่นเดียวกันอาจจะเป็นสมัยใหม่ด้วยหรือทางโซเชียลมีเดีย ก็เจริญขึ้น ข่าวสารต่างๆก็ออกมาไม่ชัดเจนใครจะเขียนความก็ได้ไม่จริงก็ได้ เหตุนี้ทำให้สับสนการทำงานด้านการข่าวต้องใช้เวลามากกว่าปกติ เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการกลั่นกรองและการวิเคราะห์ดำเนินการวงรอบข่าวกรองให้มากขึ้น มันก็เลยไม่ทันเวลาไม่ทันเหตุการณ์เพราะฉะนั้นขอร้องว่าใครก็ตามที่ดำเนินการในเรื่องเหล่านี้อยู่ หรือเข้าไปทำอะไรต่างๆโดยคิดว่ามันสนุกสนานซึ่งโดยรวม วันนี้ลองเปิดโซเชียลมีเดีย ก็จะเจออย่างนั้นจริงๆมันก็อันตรายมากสำหรับประเทศไทย แต่ตนคิดว่ามันไม่จริง มันแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่มีความจริง เพราะฉะนั้นก็อยากให้ทุกคนไตร่ตรองไม่เช่นนั้นแล้วถ้ามันผ่านไปแล้วเมื่อเราเชื่อเราก็ลงความเห็นก็กลายเป็นชอบคนนั้น เกลียดคนนี้ ตามนั้นไปด้วย” ผบ.ทบ. กล่าว

                      ผู้บัญชาการทหารบก ยังกล่าวอีกว่า สำหรับตนเองนั้นคิดว่าคนที่ทำต้องรับผิดชอบในอนาคตถ้ามีการตรวจสอบภายหลังขึ้นมา หรือเมื่อสถานการณ์ยุติไปแล้วมันก็ต้องมีการตรวจสอบว่าใครทำอะไรบ้าง วันนี้สิ่งที่ทหารทำหน้าที่อยู่ก็ทำให้มันดีที่สุด ทั้งงานชายแดนทั้งเจ็ดกองกำลัง งานสนับสนุนการแก้ปัญหาภาคใต้ โดยเฉพาะในเรื่องของการต่อสู้กับภัยคุกคามไม่ว่าจะเป็นก่อสถานการณ์ แรงงานต่างด้าวต่างๆ ก็ทำทุกงานทุกหน้าที่อยู่ วันนี้ก็มีการรักษาระบบความเรียบร้อยกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลอีกด้วย ก็ทำทุกบทบาททุกหน้าที่ที่มีอยู่ไม่ได้ทำในฐานะว่าอยู่ข้างไหนข้างใดทั้งสิ้น เพราะทหารก็จะอยู่ในจุดที่เหมาะสม และทำหน้าที่ที่จะหยุดยั้งดูแล อะไรที่มันจะเกิดขึ้นไม่ว่าจะในวันนี้หรือในอนาคต ก็ทำหน้าที่ดูแลปกป้องคนไทยทุกคนทุกหมู่ให้ปลอดภัยไม่มีฝั่งไม่มีฝ่ายใดๆทั้งสิ้นไม่เช่นนั้น ก็จะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย

                      “ผมอยากจะฝากพี่น้องประชาชนว่า ขอให้มีสติในการทำหน้าที่ของประชาชน เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องมีสติในการทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้ตัวรู้คิดว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองปลอดภัย อยากจะเตือนให้ทุกคนรู้ไว้เท่านั้น” ผบ.ทบ. กล่าว