
เจาะคลังสมองก้อนโต'พท.'
22 ม.ค. 2557
เจาะคลังสมองก้อนโต พท.'4 ทีม'ขับเคลื่อนรัฐนาวาฝ่าคลื่นลม : รายงาน
หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยถึงความ "อึด" ของ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในการตัดสินใจลาออกจากนายกรัฐมนตรีรักษาการ ทั้งที่ กำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ และ กปปส. ชุมนุมใหญ่กดดันหลายระลอก และยกระดับจนกระทั่ง "ชัตดาวน์กรุงเทพฯ" และหลายจังหวัด ด้วยพลังแห่งมวลมหาชน เป็นประวัติศาสตร์ทุกครั้งก็ว่าได้
ยิ่งกว่านั้น ทุกครั้งที่เดินเกม "ถอย" หลังทำท่าว่าจะ "เพลี่ยงพล้ำ" ก็ยังมี "เกมรุก" ใน "ถอย" นั้นออกมาให้เห็น นับตั้งแต่การถอยร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ให้วุฒิสภาคว่ำร่างวาระแรก เพื่อให้เพียงแค่สลบเอาไว้ 180 วัน พ้นจากนั้น ก็สามารถนำมาพิจารณาใหม่ได้ หรือ "ยุบสภา" ก็ยังคงนายกฯ รักษาการ และรัฐบาลรักษาการเอาไว้ กระทั่งเดินเกมสู่การเลือกตั้ง "2 กุมภาพันธ์ 2557" เพื่อให้ยังคงรักษาอำนาจเอาไว้ได้
รวมทั้งการตัดสินใจทางการเมือง ในสถานการณ์ร้อน และรุนแรง แบบวันต่อวันที่เป็นอยู่ในเวลานี้ด้วย
นี่คือ ประเด็นที่น่าสนใจ และน่าเจาะเบื้องลึกอย่างยิ่ง
ทีม 1 "บัญชาเกม"
ทั้งนี้ จากการเจาะลึกของ "เครือเนชั่น" พบว่า มีการจัดทัพรับสถานการณ์การเมืองที่สำคัญอยู่ 4 ทีม 4 ระดับด้วยกัน
เริ่มจากทีม "ผู้บัญชาเกม" ประกอบด้วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร, คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งทำหน้าที่เป็นหลักในการกำหนดทิศทางพรรค ทิศทางเกมการเมือง โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุด ผ่านลูกน้องเก่าในยุคพรรคไทยรักไทย ทั้งนักการเมือง และอดีตข้าราชการ
ส่วนงานในต่างประเทศ พ.ต.ท.ทักษิณ จะดำเนินการเองทั้งหมด เพราะศักยภาพและคอนเนกชั่นของคนในประเทศไม่ถึง โดยมีทีมส่วนตัวที่ไม่เปิดเผย
ขณะที่คุณหญิงพจมาน จะมีตัวแทน คือ บรรณพจน์ ดามาพงศ์ ติดตามงานทุกเรื่องทั้งในรัฐบาลและในพรรค เพื่อตรวจสอบและรายงานทุกข้อมูลให้ทราบ เพื่อใช้ในการตัดสินใจใดๆ ขณะที่ ส.ส.เพื่อไทย ที่ต้องการล็อบบี้คุณหญิงพจมาน จะวิ่งผ่าน "บรรณพจน์" ทั้งหมด
สำหรับนายกฯ ยิ่งลักษณ์นั้น การทำงานจะปรึกษา "เจ๊แดง" เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ พี่สาว เป็นครั้งคราว เพราะยังมีจุดอ่อนและภายในพรรคยังไม่ยอมรับ
แต่ที่ปรึกษาหลัก ยังคงเลือกใช้เฉพาะทีมของตัวเองตั้งแต่ต้นกระทั่งทุกวันนี้ ประกอบด้วย กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและ รมว.คลัง เพื่อนนักธุรกิจ สุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการ นายกฯ โดยไม่ใช้ทีมที่ "พี่ชาย" ส่งมาเป็นพี่เลี้ยง
ทีม 2 Think Tank ของจริง
ทีมนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ทำงานด้าน "ยุทธศาสตร์" มาตั้งแต่ตั้งพรรคไทยรักไทยแล้ว อาทิ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, ภูมิธรรม เวชยชัย, โภคิน พลกุล
นอกจากนี้ ยังมีทีมข้าราชการระดับสูงของหน่วยงานต่างๆ ในปัจจุบัน และอดีตข้าราชการ ที่ไม่เปิดเผยตัว คอยส่งข้อมูลด้านเศรษฐกิจ ตัวเลขต่างๆ
ดังนั้น แม้ว่าทีมนี้จะไม่เป็นที่เปิดเผยในพรรคเพื่อไทย แต่ถือว่าเป็น Think Tank (คณะทำงานระดับมันสมอง)ของจริง
นัยว่าเป็นทีมที่ถูกคุณหญิงพจมาน เรียกไปปรึกษาหารือเป็นประจำที่อาคารชินวัตร 3 และยังคงมีบทบาทในการเสนอประเด็นความเห็น ประเมินสถานการณ์ ต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาณ ซึ่งในทีมมีทั้งฝ่ายการเมือง และฝ่ายกฎหมาย
ทั้งนี้ "โภคิน" จะดูแลเรื่องประเด็นกฎหมายมหาชน ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นหลัก และมีบางคนถูกส่งมาเป็น "พี่เลี้ยง" นายกฯ ยิ่งลักษณ์และครม.ยิ่งลักษณ์ในตอนต้น แต่ "ยิ่งลักษณ์" ไม่ปรึกษา อีกทั้งยังมีปัญหากับทีมของนายกฯ จึงต้องเฟดตัวออกไป เช่น พันศักดิ์ วิญญรัตน์ เป็นต้น
ทีม 3 ขุมกำลังปฏิบัติการ
ทีมนี้จะรับแนวทางของทีม 1 และ 2 มาขยายผล นำโดย "เยาวภา" และแนวร่วมระดับแกนนำ ส.ส. โดยมีทีมยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย (ที่เป็นทางการ) มี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นประธาน ในการรับลูกต่อ
ลักษณะการทำงานจะใช้ "เวทีที่ประชุมพรรค" ในการหารือสถานการณ์ และเสนอแนวทางให้พรรครับทราบ แต่ที่สุดแล้ว ก็ต้องรับนโยบายโดยตรงจาก พ.ต.ท.ทักษิณ
ขณะที่ "สมชาย" ไม่มีบทบาทใดๆ ในพรรค ไม่ใช่นักยุทธศาสตร์และนักปฏิบัติการ มีเพียงคอนเนกชั่นที่ล็อบบี้สายศาลเรื่องคดีความต่างๆ และเป็นเพียงตัวแทนของพรรคในการเจรจาอย่างเป็นทางการกับพรรคการเมืองอื่นและองค์กรต่างๆ
ส่วนขุมกำลัง ประกอบด้วย สมาชิกหลายส่วน มี "เยาวภา" และ "สมชาย" เป็นตัวหลัก ร่วมด้วยรัฐมนตรีปัจจุบัน เช่น วราเทพ รัตนากร รองนายกฯ และรมช.เกษตรและสหกรณ์ พงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ
ระดับแกนนำในพรรค ที่ไม่ขึ้นกับใคร เช่น กลุ่ม "สายตรงทักษิณ" พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ยงยุทธ ติยะไพรัช แกนนำภาคเหนือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำภาคกลาง
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม "เจ๊ ด." หรือ "สายตรงเยาวภา" เช่น บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ (ทำหน้าที่เลขาฯเยาวภา), วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.วิทยาศาสตร์ฯ, วราเทพ, ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์
กลุ่มนี้ไม่ถือว่าเป็นกลุ่มที่จะนำเสนอความคิดเชิงนโยบายได้ แต่จะถูกมอบหมายภารกิจให้นำไปปฏิบัติต่อ และบางคนได้รับมอบหมายงานให้ทำเป็นเรื่องๆ ไป เช่น พงศ์เทพ ดูเรื่องกฎหมายทั่วไป วราเทพ ดูเรื่องการเมือง และเป็นที่ปรึกษางานสภาให้เยาวภา ซึ่งมี สามารถ แก้วมีชัย อดีตรองประธานสภา รับผิดชอบเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ขณะที่บางครั้ง "โภคิน" ก็เข้ามาช่วยดูด้วย โดยเฉพาะในช่วงแก้รัฐธรรมนูญ
รวมไปถึง สาโรช หงษ์ชูเวช ถือเป็นคนในบ้าน "นายใหญ่-นายหญิง" ที่ไว้วางใจให้เป็นคนถือเงินของพรรคหรือฝ่ายบัญชี คอยดูแลเรื่องการเบิกเงินของสมาชิกพรรค ตามภารกิจที่แต่ละคนได้รับมอบหมาย และรับรู้เรื่องยุทธศาสตร์วงใน แต่ไม่มีส่วนตัดสินใจ
ด้าน ยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ จาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ไม่สังกัดกลุ่มใด แม้จะไม่มีบทบาทหลักในพรรค แต่ยังคงให้ข้อสังเกต และมีข้อเสนอแนะต่อพรรคเป็นระยะ
นอกจากนี้ ในสถานการณ์ชุมนุม ได้มีการใช้ทั้งทีมนักการเมืองใกล้ชิด และทีมข้าราชการตำรวจ ทหาร คอยรายงานสายตรง
ประกอบด้วย พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม ถูกใช้งานเป็นบางเรื่อง
กรณีสุรพงษ์ ที่ถูกเปลี่ยนตัวมาเป็น ผอ.ศอ.รส.แทน พล.ต.อ.ประชา (ที่ถูกประเมินว่าลอยตัว) เนื่องจากกล้าชนกับประชาธิปัตย์ ทำตามคำสั่งโดยไม่มีเงื่อนไข ทำให้ "ทักษิณ" เลือกใช้ในสถานการณ์นี้
ทีม 4 ส.ส.-แกนนำ นปช.
กลุ่มนี้ จะปฏิบัติตามแนวทางของทุกทีม 1 ถึง 3 ประกอบด้วย อดีตรัฐมนตรีที่อยู่วงนอกแล้ว ทีมกฎหมายของพรรคบางส่วน ส.ส.ต่างๆ และแกนนำ นชป.
เช่น นพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ มีภารกิจกระจายข่าวและตอบโต้ประเด็นกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ พีรพันธุ์ พาลุสุข ตอบโต้ฝ่ายตรงข้ามประเด็นข้อกฎหมาย และ พิชิต ชื่นบาน ดูคดีของพรรค รวมไปถึงคดีส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ และคนในครอบครัวชินวัตร
ส่วน วิชิต ปลั่งศรีสกุล ที่เคยดูคดีความต่างๆ ของพรรคเพื่อไทย ระยะหลังไม่เป็นที่ไว้วางใจ จึงไม่มีบทบาท และเฟดตัวไปทำงานวิชาการในกลุ่ม นปช.เสื้อแดง
ขณะที่ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช.ที่คอยอธิบาย ทำความเข้าใจต่อมวลชนให้เคลื่อนไหว สอดคล้องกับแนวทางของพรรคและรัฐบาล
จากภาพรวมดังกล่าว ยังพบด้วยว่าระยะหลังมานี้ "ยิ่งลักษณ์" เข้ามามีบทบาทในพรรคมากขึ้นในการนำเสนอความเห็น เพราะรับแรงกดดันจากภายนอก และพ.ต.ท.ทักษิณ ก็รับฟังแนวคิดของน้องสาว ที่ต้องการจะทำอะไรมากขึ้น
สถานะของ "ยิ่งลักษณ์" เวลานี้ จึงขยับขึ้นมาอยู่ในระนาบเดียวกับพี่ชาย และคุณหญิงพจมานแล้ว โดยได้รับความเกรงใจจากในพรรคมากขึ้น และเริ่มมีบารมีมากขึ้น
เหนืออื่นใด ถือว่า คนที่อยู่เบื้องหลัง "เกมการเมือง" ของ "ยิ่งลักษณ์" ก็ไม่ธรรมดา และนี่เอง ทำให้การเผชิญหน้ากับ กปปส. เป็นไปอย่างไม่ลดราวาศอกให้แม้แต่น้อย



