ข่าว

โทรขู่'สภากาชาดไทย'จะไม่บริจาคเลือด

โทรขู่'สภากาชาดไทย'จะไม่บริจาคเลือด

21 ม.ค. 2557

โทรขู่ 'สภากาชาดไทย' จะไม่บริจาคเลือด เหตุไม่ปลื้ม'ม็อบเสื้อกาวน์'ใช้สัญลักษณ์กาชาดร่วมขบวน'กปปส.' ด้าน'ปลัดสธ.'เชื่อ'หมอ-พยาบาล'ใช้เวลาเลิกงาน ไม่หนีผู้ป่วย

                  21 ม.ค.57 จากกรณีที่เครือข่ายอาสาสมัครทางการแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ออกมาเดินรณรงค์ให้ปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง และขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมีการใช้ธงสีขาวที่มีเครื่องหมายกากบาทสีแดง ซึ่งเป็นเครื่องหมายกาชาดด้วยนั้น
 
                  แหล่งข่าวจากสภากาชาดไทย กล่าวว่า การนำสัญลักษณ์กาชาดไปใช้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ล่าสุด มีคนโทรศัพท์เข้ามาที่สภากาชาดไทย ระบุว่า ต่อไปจะไม่มาบริจาคเลือดให้อีกแล้ว ซึ่งเราเข้าใจว่า อาจเป็นฝ่ายตรงข้ามที่คิดว่าสภากาชาดไทยมีส่วนไปร่วมเดินรณรงค์ ซึ่งเกิดจากการนำสัญลักษณ์กาชาดไปใช้ซึ่งก็คงเรียกได้ว่าใช้ในทางที่ผิด อย่างไรก็ตาม ทางสภากาชาดไทยได้อธิบายกับผู้ที่โทรศัพท์เข้ามาจนเข้าใจแล้ว
 
                  แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า แม้จะมีบุคลากรจากสภากาชาดไปร่วมเดินด้วยก็จริง แต่การออกมาเดินในครั้งนี้ ไม่ใช่ในนามสภากาชาดไทย แต่เป็นกลุ่มคนจากหลายวิชาชีพด้านสุขภาพ ซึ่งเรื่องนี้ผู้บริหารของสภากาชาดไทยกำลังหารือกันอยู่ ซึ่งเข้าใจว่า น่าจะเป็นการใช้โดยไม่รอบคอบ เพราะอยากจะแสดงให้เห็นว่า กลุ่มที่ออกมาเรียกร้องคือ กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เพราะคนทั่วไปมักคิดว่า เครื่องหมายกากบาทสีแดงเป็นเครื่องหมายทางการแพทย์ ซึ่งที่ผ่านมาก็มักพบการใช้ผิดอยู่บ่อยครั้ง เช่น นำเครื่องหมายกาชาดไปติดในโรงพยาบาล ในรถพยาบาล แต่ความจริงแล้วเครื่องหมายกาชาดเป็นเครื่องหมายในการบรรเทาทุกข์ และหากเป็นเครื่องหมายของสภากาชาดไทยนั้น จะต้องเป็นรูปกากบาทสีแดงแล้วมีตัวอักษรสีแดงด้านล่างเขียนว่า สภากาชาดไทย The Thai Red Cross
 
                  แหล่งข่าว กล่าวต่ออีกว่า องค์กรใดที่ไม่ได้อยู่ในสังกัดของสภากาชาดไทย ไม่ควรใช้เครื่องหมายกาชาดที่เป็นกากบาทสีแดง เพราะเหมือนเป็นลิขสิทธิ์ เป็นสัญลักษณ์ที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติที่บ่งบอกว่า เราเป็นกลาง ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่หวังผลกำไร นอกจากนี้ ยังเป็นการใช้เพื่อคุ้มครองในยามสงคราม และใช้เพื่อบ่งชี้ในยามสงบว่าบุคคลหรือสิ่งของที่มีสัญลักษณ์เป็นของหน่วยงานองค์กรกาชาด แต่ไทยเราใช้เครื่องหมายนี้มั่วมานาน ซึ่งก็ได้มีการประสานให้เแก้ไข อย่างโรงพยาบาลก็แก้ไขโดยการเปลี่ยนสี เช่น สีเขียว สีน้ำเงิน เป็นต้น โดยในประเทศไทยถ้าเป็นโรงพยาบาลรัฐมักจะใช้เครื่องหมายกากบาทสีเขียว (Green Cross) และโรงพยาบาลเอกชนใช้กากบาทสีน้ำเงิน (Blue Cross)
 
        "ตาม พ.ร.บ.กาชาด พ.ศ.2499 โดยมาตรา 9 ระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ใดใช้เครื่องหมายกาชาดโดยไม่มีสิทธิตามอนุสัญญา หรือตามพระราชบัญญัตินี้ มีความผิดต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งการใช้เครื่องหมายในทางที่ผิดคือ การลอกเลียนใช้เครื่องหมายที่มีสี รูปร่างที่สร้างความสับสน มีการใช้ที่ไม่เหมาะสม ไม่เป็นไปตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ เป็นต้น และใช้เพื่อเป็นกลลวงคู่ต่อสู้ อย่างไรก็ตาม การนำมาใช้ในการเดินรณรงค์ทำให้ดูเหมือนการเลือกข้าง แต่หากอยากแสดงสัญลักษณ์ว่า เป็นบุคลากรทางการแพทย์ก็อาจต้องใช้สีอื่น ที่ไม่ใช่สีแดง หรือจริงๆ สัญลักษณ์ทางการแพทย์ก็มีรูปงูพันคบเพลิง แต่เข้าใจว่า น่าจะเป็นตราของ ม.มหิดล ด้วย"แหล่งข่าว กล่าว
 
 
 
 
"ปลัดสธ."เชื่อ"แพทย์-พยาบาล"ร่วมกปปส.ใช้เวลาเลิกงาน ไม่หนีผู้ป่วยตามป้ายที่เขียน 
 
 
                  นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (รมว. สธ.) กล่าวว่า ทุกหน่วยบริการจะต้องบริการประชาชนอย่างเต็มกำลัง ขณะนี้ การชุมนุมมีความเสี่ยงสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นช่วงใกล้ก่อนวันเลือกตั้งโอกาสเสี่ยงต่างๆ จึงมีสูง ก็ขอให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มกำลัง ส่วนกรณีที่บุคลากรสาธารณสุข เช่น แพทย์ พยาบาล ออกมาชุมนุมร่วมกับกปปส.โดยเดินรณรงค์ให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ตั้งแต่แยกปทุมวันจนถึงแยกอโศก โดยมีการชูป้าย "หนีคนไข้มาไล่ปู"นั้น  การออกมาชุมนุมถือว่าเป็นสิทธิที่พึงมี แต่ต้องไม่ลืมว่าสิทธิต้องควบคู่กับหน้าที่ด้วย แต่ตนเชื่อว่า ผู้ที่มาร่วมชุมนุมต่างก็มาในเวลาเลิกงานแล้ว ไม่น่าจะเป็นการหนีงาน หรือหนีผู้ป่วยมาชุมนุมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม อยากให้บุคลากรที่มาร่วมชุมนุมระมัดระวังในการเขียนป้ายด้วย
 
                  นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังประชุมวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย ด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชุมนุมทางการเมือง (ส่วนหน้า) สธ.และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) 18 จังหวัด ว่า จากการสรุปรายงานเหตุการณ์เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ 2 ครั้ง ได้แก่ เวลา 20.00 น. เกิดเหตุระเบิดบริเวณที่ชุมนุมของ กปปส.สีลม และเมื่อเวลา 23.00 น. เกิดเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดที่บริเวณพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 2 เหตุการณ์ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ มีเพียงเหตุทะเลาะวิวาทกันเองของผู้ชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คน และนำส่งรพ.ราชวิถี แพทย์ให้การรักษาแล้วกลับบ้าน  ผู้บาดเจ็บสะสมตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.2556 จำนวน 272 ราย ยังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 25 ราย และเสียชีวิต 4 ราย
 
                  นพ.วชิระ กล่าวต่อว่า การดูแลผู้ชุมนุมของสธ.ยังคงใช้ทีมกู้ชีพชั้นสูงจากภูมิภาคสนธิกำลังกับทีมของกรมการแพทย์ รวม 13 ทีม ประจำตามจุดที่ได้รับมอบหมายเช่นเดิม โดยพื้นที่ที่มีความเสี่ยงคือ บริเวณที่ผู้ชุมนุมจะเดินทางไปปิดหน่วยราชการ เช่น ทีโอที สีลม ตรอกจันทน์ ส่วนในภูมิภาค คือ จ.ภูเก็ต ซึ่งจะมีการเคลื่อนศพของนายประคอง ชูจันทร์ กลับไปสวดอภิธรรมศพ ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากภูมิภาคว่า พื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ไม่มีเหตุรุนแรง มีเพียงการปิดสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จ.นครศรีธรรมราช แต่เป็นเพียงการปิดเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น คือ เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานได้ ส่วนหน่วยบริการสุขภาพไม่มีการปิดแต่อย่างใด ยังคงให้บริการประชาชนตามปกติ
 
                   “สธ.ยังเตรียมความพร้อมด้านฉุกเฉินและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนอีก 4 จังหวัดที่มีความเสี่ยง พบว่า จ.นนทบุรี ไม่มีการชุมนุม ไม่มีเหตุรุนแรง จ.ราชบุรี มีการปิดล้อมศาลากลางจังหวัด แต่เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานตามปกติ จ.บุรีรัมย์ ไม่มีการปิดส่วนราชการ แต่มีการรวมกลุ่มของกปปส.ทุกเย็น และ จ.พิจิตร มีการล้อม สสจ.และศาลากลางจังหวัด ซึ่งแต่ละจังหวัดยังคงเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์ต่างๆ ตามปกติ”นพ.วชิระ กล่าว
 
                  ด้านนพ.นพพร ชื่นกลิ่น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้เฝ้าระวังการระบาดของโรคต่างๆ จากการชุมนุมซึ่งมีคนมาอยู่รวมกันจำนวนมากและยังมีสภาพอากาศที่หนาวเย็น แต่พบว่า ไม่มีการระบาดใดๆ เกิดขึ้น ทั้งไข้หวัด อาหารเป็นพิษ ซึ่งคาดว่า อาจเป็นเพราะมีหน่วยแพทย์เข้าไปประจำตามจุดต่างๆ สามารถดูแลแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี