ข่าว

'ศรส.'งัด!'พ.ร.ก.ฉุกเฉิน'คุม

'ศรส.'งัด!'พ.ร.ก.ฉุกเฉิน'คุม

21 ม.ค. 2557

'ศรส.'แถลงงัด!พ.ร.ก.ฉุกเฉินใช้คุมพื้นที่กทม.-ปริมณฑล 60 วัน มีผล 22 ม.ค.เป็นต้นไป ด้าน 'นายกฯ' ย้ำ'ศรส.'อดทน ยึดกม.ยันไม่ซ้ำรอยปี 53

                      21 ม.ค.57 นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมครม. ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ได้ขอบคุณ ครม.และทุกหน่วยงานที่ได้ช่วยเหลือและดูแลสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ด้วยความลำบากยากเข็ญ แต่ก็ยังผ่านมาถึงวันนี้ได้ และขอเป็นกำลังใจให้ข้าราชการทุกคนทั้งในกทม.และต่างจังหวัด 
 
                      นายภักดีหาญส์ กล่าวต่อว่า นายกฯ ได้มอบหมายให้นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและผอ.ศอ.รส.ว่า ถ้าบางหน่วยงานไม่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้หาสถานที่ทำงานรองรับเอาไว้ด้วย ซึ่งนายกฯ รู้สึกสงสารข้าราชการทุกหน่วยงานที่ถูกคุกคามข่มขู่ ส่วนการเลือกตั้งก็จะมอบให้ ศอ.รส.ประสานกับกกต.เพื่อให้การเลือกตั้งมีความปลอดภัยเรียบร้อยให้มากที่สุด และยังขอให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตยด้วยความสมัครใจ ทั้งนี้ ความเดือดร้อนของประชาชนไม่ว่าจะด้านใดก็ตาม ขอให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบดูแลแต่ละจังหวัดใกล้ชิดโดยด่วน 
 
                      รองโฆษกฯ กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้กล่าวว่า การเลือกตั้งเป็นวิธีเดียวและวิธีที่ดีที่สุดในสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่สงบแบบนี้ คงต้องหันมาคุยกัน มาพบปะเจอหน้ากันจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อลดความตึงเครียดที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ทางการเมือง ส่วนการปฏิรูปการเมืองนั้น นายกฯ บอกว่า ได้มอบหมายให้สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และปลัดสำนักนายกฯ เปิดข้อมูลความคิดเห็นที่แตกต่างของประชาชนทุกแขนงและให้นำมารวบรวมกัน เพื่อนำเสนอหลังเลือกตั้งไปแล้ว ให้ครม.ชุดใหม่ เพื่อหาทางออกให้ประเทศไม่ว่าทุกภาคส่วนจะเห็นแตกต่าง หรือสนับสนุนตามระบอบประชาธิปไตยก็ตาม และเปิดให้นำเสนอเข้ามา เพื่อปฏิรูปนำไปสู่ความปรองดองของคนไทยในอนาคตต่อไป 
 
                      เมื่อถามว่า ที่ประชุม ครม.มีการพิจารณา พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่มีการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร รวมทั้งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือและคุมสถานการณ์ ตามที่นายกฯ พูดเสมอว่า จะไม่มีการใช้ความรุนแรงและพกพาอาวุธ ยังอยู่ในการดูแลของตำรวจได้ 
 
                      เมื่อถามว่า จะไม่มีการออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ใช่หรือไม่ นายภักดีหาญส์ กล่าวว่า ในที่ประชุมครม.ที่ผ่านมา ยังไม่มีการพูดกัน ตอนนี้ครม.พูดเสมอว่า ตั้งแต่เราผ่านการเสียเลือดเสียเนื้อของประชาชนในระดับที่มาก จนถึงวันนี้ก็ยอมรับว่า ไม่นิ่งนอนใจ แต่การจะประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินต้องดูสถานการณ์ความเหมาะสม ณ ปัจจุบันด้วย ซึ่งตำรวจใช้ความละมุนละม่อมจนถึงที่สุด ส่วนที่มีเหตุปาระเบิดในหลายจุดนั้น เจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจและทหาร ทราบตัวผู้ดำเนินการแล้ว วันนี้ไม่ใช่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นเพิ่มเติม จึงต้องออก พ.ร.ก.แต่นั่นเป็นคำตอบสุดท้ายว่า เหตุการณ์ช่วงนี้ไม่ปกติ รัฐบาลจะดูแลความปลอดภัยของประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมและไม่ได้ร่วมชุมนุมอย่างดีที่สุด
 
                    ล่าสุด เมื่อเวลา 18.00 น. นายสุรพงษ์ ในกำกับดูแลศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย(ศอ.รส.) พร้อมด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการรสมช. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ร่วมแถลงผลประชุมครม.ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกับศอ.รส. 
 
                      โดยนายสุรพงษ์ กล่าวว่า ครม.พิจารณาตามที่ ศอ.รส.ได้ประชุมและประเมินเหตุการณ์ เห็นว่า ผู้ชุมนุมประท้วงโดยการนำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯกปปส.และพวกกระทำการละเมิดกฎหมายมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปิดสถานที่ราชการ ธนาคาร และมีการข่มขู่คุกคามไม่ให้ข้าราชการทำงาน ตัดน้ำตัดไฟสถานที่ราชการ และกระทำบังคับขืนใจข้าราชการและผู้บริหารของหน่วยงานราชการนั้น เป่านกหวีดหรือกระทำตามที่ผู้ชุมนุมต้องการเสมือนว่า พนักงานเห็นด้วยการการชุมนุมปประท้วง อีกทั้ง มีผู้สร้างสถานการณ์ความรุนแรงกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง
 
                      นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า ครม.จึงตัดสินใจประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.2557 เป็นเวลา 60 วัน บังคับใช้ในพื้นที่ที่มีการประกาศพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรอยู่ในขณะนี้ คือ กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี  จ.สมุทรปราการ เฉพาะอ.บางพลี และจ.ปทุมธานี เฉพาะอ.ลาดหลุมแก้ว เพื่อใช้ดูแล ควบคุมสถานการณ์ มีเป้าหมายเพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำความผิดกับกลุ่มผู้สนับสนุนการชุมนุม เพื่อให้กระบวนการประชาธิปไตยและประเทศไทยเดินหน้าต่อไป 
 
                      รองนายกฯ กล่าวต่ออีกว่า การชุมนุมของกลุ่มนายสุเทพ การกระทำที่เกินขอบเขตก่อเหตุความรุนแรงต่อผู้ประท้วง โดยกลุ่มผู้ที่ไม่ประสงค์ดี จนประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และเสนอข้อมูลข่าวสารในสื่อต่างๆในทางที่ยุยง บิดเบือน สร้างความแตกแยก ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลยืนยันว่า ยึดหลักสากล ไม่ใช้กำลังและอาวุธในการสลายกลุ่มผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศชี้แจงเรื่องนี้ต่อคณะทูตต่างประเทศในวันที่ 22 ม.ค.นี้ ส่วนจะเป็นสถานที่และเวลานั้นจะมีการแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
 
                      ด้านร.ต.อ.เฉลิม กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) มอบหมายให้ตนกับพล.ต.อ.อดุลย์ ตั้งชื่อศูนย์ใหม่ เป็นชื่อ ศรส. หรือศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อย ที่มีนายสุรพงษ์ทำหน้าที่ประธานและกำกับดูแล ส่วนตนทำหน้าที่ทำงานร่วมกับ ผบ.ตร. ซึ่งตนไม่ได้มาควบคุมสั่งการแต่มาปรึกษากับผบ.ตร. เพื่อแก้ไขปัญหา โดยใช้ความคุ้นเคยที่เคยทำงานด้วยกันมาแล้วเมื่อครั้งที่ตนเป็นรองนายกฯ ทั้งนี้ ตนไม่อยากให้เวทีของกปปส.นำเอาสิ่งที่ไม่เป็นความจริงมาพูดอีกแล้ว
 
                      รมว.แรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการศรส. กล่าวต่อว่า แนวคิดของตนมี 5 ข้อคือ 1.ใช้กฎหมายเป็นหลักในการแก้ปัญหา เพราะถ้าไม่ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ผู้ชุมนุมก็ไม่ยำเกรง ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง นึกจะบุกสตช.ก็บุก คุณเอาสิทธิอะไรไปบุก และมีการจับตัวสรรพากรสุราษฎร์ธานีไปขังทั้งวัน 2.รัฐบาลและคณะทำงานของรัฐบาลยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยึดมั่น อย่าไปพูดเป็นอย่างอื่น
 
                      3.ให้ผู้ชุมนุมใช้สิทธิ์ชุมนุมตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ จะไม่มีปัญหา แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่ เป็นเวทีของความหยาบช้า เป็นเวทีของการใส่ร้ายป้ายสี ในโลกนี้ไม่มีที่จะด่าผู้นำประเทศอย่างที่กปปส.กระทำอยู่ คุณอาจจะไม่เคารพท่านนายกฯ แต่คุณต้องเคารพตำแหน่ง หยาบคายไม่เคารพสิทธิ์ผู้อื่น 4.ตนเคยดูแลการชุมนุมของม็อบเสธ.อ้าย หรือพล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ โดยเจ้าหน้าที่ใช้หลักสากล ขอให้นักข่าวสบายใจได้ว่า จะไม่เข้าสลายม็อบในเวลากลางคืน จะไม่ใช้อาวุธ ปืนเอสเค เอ็ม16 อาก้า หลักสากลมีอย่างไรเป็นเรื่องที่ตนต้องพิจารณากันว่าสถานการณ์ไหนจะต้องใช้อุปกรณ์อะไร แต่เราไม่มีนโยบายสลายม็อบ 
 
                      ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อไปว่า 5.ผู้ชุมนุมและผู้เกี่ยวข้องต้องเคารพสิทธิ์คนอื่นเช่นเดียวกัน ไม่ใช่เอาตุ๊ดเอาแต๋วจากไหนไม่รู้มาด่ามาว่าด่ากล่าว ตนขอให้ไปบอกนายสุทพ และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่า รัฐบาลยึดหลักนี้ ถ้าคุณทำแบบนี้ คนที่มีหมายจับต้องเป็นไปตามกระประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความกฎหมายอาญาอยู่แล้ว ซึ่งนายสุเทพมีข้อหากบฏ ตำรวจสามารถดำเนินการได้ และวันที่ 22 ม.ค.นี้ เวลาบ่ายโมงจะมีการประชุมศรส.นัดแรก
 
                      เมื่อถามว่า ใช้เหตุผลอะไรในการประกาศใช้ 60 วัน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนคิดว่าน่าจะเรียบร้อย และเพื่อดูแลการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.2557 ด้วย และเชื่อว่าเพราะนายสุเทพคงเหนื่อยพอควร และต้องสวดมนต์ไหว้พระ ทั้งนี้ ยืนยันการที่ครม.รักษาการขยายพ.ร.บ.ความมั่นคง หรือใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ขัดรัฐธรรมนูญแน่นอน เพราะรัฐบาลรักษาการก็คือ รัฐบาล อย่างไรก็ตาม นายกฯมอบนโยบายให้กับศรส.ว่า ให้เน้นการเจรจา ไม่ใช้ความรุนแรง และยืนยันว่า การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น ได้พูดหารือกับผบ.เหล่าทัพแล้ว และมั่นใจว่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบปี 53 
 
                      เมื่อถามว่า จะล็อกตัวนายสุเทพได้วันไหน ผอ.ศรส. กล่าวว่า ไม่มีการล็อกตัว แต่ขอให้นายสุเทพมามอบตัว อย่าไปจับเจิบอะไรเลยมามอบตัวเถอะ ทั้งนี้ ตนจะยึดหลักเจรจาและปฏิบัติตามกฎหมายและตนจะไปเจรจากับนายสุเทพด้วยตัวเอง  ส่วนว่าต้องใช้กำลังเเจ้าหน้าที่เท่าไรนั้นไม่มีใครตอบได้ 
 
                      เมื่อถามว่า แล้วนายกฯมีตำแหน่งอะไรใน ศรส. ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า "ก็เป็นนายกฯนะสิ" 
 
                      ด้านพล.ท.ภราดร  กล่าวว่า พื้นที่ประกาศจะใช้พื้นที่เดิมตามประกาศของ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร คือ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี ที่อำเภอลาดหลุมแก้ว สมุทรปราการที่ อำเภอบางพลี ระยะเวลาประกาศ 60 วัน  เริ่มวันที่ 22 ม.ค.2557 เป็นต้นไป โดยในส่วนของบุคคลที่รับผิดชอบมีสามส่วนหลัก คือ ผู้รับผิดชอบคือ ร.ต.อ.เฉลิม ในฐานะผอ.ศรส. ส่วนการสั่งการคือ ผบ.ตร.และปลัดกระทรวงกลาโหม ฐานะรองผอ.ศรส. ส่วนที่สามคือ สถานที่ตั้งศูนย์ ศรส.อยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนแจ้งวัฒนะ (เมืองทองธานี) อย่างไรก็ตาม ในศรส. ยังมีรัฐมนตรี และผบ.เหล่าทัพ ที่เป็นกรรมการ ซึ่งในส่วนของผบ.เหล่าทัพที่เป็นกรรมการจะเป็นผู้แทนของผบ.เหล่าทัพ 
 
 
 
 "นายกฯ" ย้ำ"ศรส."อดทน ยึดกม.ยันไม่ซ้ำรอยปี 53
 
 
                      เมื่อเวลา 19.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทน อดกลั้น ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง ซึ่งเราได้เน้นให้ดูแลตามหลักสากล ซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้เน้นย้ำมาตลอด เราเองก็ต้องใช้หลักในการเจรจาในขั้นต้นอยู่แล้ว
 
                      เมื่อถามว่า เหตุการณ์จะเหมือนกับการสลายการชุมนุมเมื่อปี 53 หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า เราได้เน้นย้ำแล้วว่าเราจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลักเหมือนเดิม เพราะเป็นเรื่องของขั้นตอนและหลักกฏหมายต่างๆ ก็ขอให้สบายใจ
 
 
 
 
"ภราดร" ยัน "ผบ.เหล่าทัพ" เห็นด้วยประกาศพรก.ฉุกเฉิน 
 
 
                      พล.ท.ภราดร กล่าวถึงกรณีที่ครม.มีมติเห็นชอบให้ตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) ว่า เพื่อให้ตำรวจมีอำนาจและประสิทธิภาพในการรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งกำลังที่มีอยู่ขณะนี้ คาดว่า มีเพียงพอไม่ต้องเพิ่มกำลัง คือ ทหาร 40 กองร้อย ตำรวจ 50 กองร้อย และจะมีการออกกฎกติกา เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ และไม่ใช่ว่าทหารไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยว เพราะ ผบ.เหล่าทัพได้ส่งตัวแทนเข้ามาร่วมประชุมหารือด้วย และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะมีผลหลังจากเวลา 24.00 น. ของคืนนี้ โดยให้อำนาจผู้รับผิดชอบ พล.ต.อ.อดุลย์ ในการออกกฎกติกา ข้อบังคับ เพื่อให้มีประสิทธิภาพและบริหารงาน การดำเนินงานดังกล่าวจะนำไปใช้กับแกนนำกปปส. ไม่ใช่ใช้กับผู้ชุมนุม ไม่ใช่การสลายการชุมนุม แต่อยากให้การทำงานคล่องตัวในการสั่งการ
 
                      เมื่อถามว่า มีการนำมวลชนจากภาคใต้ขึ้นมา จะจับกุมได้หรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ตรงนี้ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ชุมนุมหรือสั่งการได้ แต่เราจะเข้าไปเพื่อไปบอกข้อเท็จจริงกับผู้ชุมนุมไม่ใช่จับกุม เพราะปัจจุบันมีการขยายพื้นที่ชุมนุม บางทีก็จำเป็นต้องห้ามบางจุดเพื่อให้ย่อส่วน เพราะเมื่อชุมนุมก็จะมีการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ต่างๆ ทำให้เกิดช่องทางที่รุนแรง แต่ถ้าชุมนุมแล้วไม่เคลื่อนก็มักจะไม่เกิดเหตุที่รุนแรง อีกทั้ง ยังมีการเคลื่อนไปปิดศูนย์ราชการทำให้ไม่สามารถบริการประชาชนได้ เราดูอยู่ว่า กปปส.สื่อออกมายังสังคมอย่างไร และจะปฏิบัติมากน้อยแค่ไหน ดูแล้วก็เห็นว่า เขาสื่อและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เช่น ไปปิดสถานที่สำคัญ ส่วนความรุนแรงที่เกิดขึ้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจะมีการประกาศและเพิ่มจุดร่วมในการำทงาน เพื่อรักษาสถานที่บางพื้นที่เอาไว้ ซึ่งต้องไปพูดคุยกัน เช่น ในเรื่องศูนย์ราชการ กรมการกงสุล ที่ปัจจุบันหนังสือเดินทางยังคาราคาซังอยู่ถึง 25,000 เล่ม ทำให้ประชาชนมารับหนังสือเดินทางไม่ได้ ทั้งที่ผลิตออกมาวันละ 4,000 เล่ม ตรงนี้ ผบ.ตร.จะไปทำความเข้าใจเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย โดยจะเริ่มให้เห็นว่า กำหนดเป็นพื้นที่ห้ามชุมนุม และจะใช้กับแกนนำผู้ชุมนุมให้ทำความเข้าใจว่าทำผิดกฎหมายมากขึ้น และผู้ชุมนุมก็ต้องลดลง ความรุนแรงก็ต้องลดลง ถ้ายังขัดขืนก็จะชี้แจงว่า จะทำผิดกฎหมายมากขึ้นทำไม เพราะปกติก็ทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว มาเจอกฎหมายความมั่นคงอีกจะทำให้จับกุม กปปส.ได้ 
 
                      เมื่อถามว่า อำนาจของพ.ร.ก.ฉุกเฉินสามารถสั่งปิดสถานีบลูสกายได้หรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เรามีอำนาจแต่คงไม่ทำถึงขั้นนั้น แต่ต้องไปทำความเข้าใจข้อเท็จจริงว่าอย่าใส่ร้ายป้ายสีกัน เมื่อถามว่า ถ้ามีการเคลื่อนมวลชนไปยังสถานที่ต่างๆ สามารถจับกุมได้หรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เคลื่อนไม่ได้ ถือว่าทำผิดกฎหมาย แต่คงไม่สามารถไปยับยั้งทันที อย่างไรก็ตาม จะเริ่มพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรหลังจากมีการประกาศพ.ร.ก.แล้ว เพราะการเคลื่อนแต่ละครั้งกระทบต่อการจราจร และการทำมาหากินของประชาชน ที่ได้มีการร้องเรียนมา