
ทัวร์บุญ 9 วัด กับ 'ตำรวจทางหลวง'
"...จุดหมายยังอยู่อีกไกล เส้นทางที่เธอต้องไป แต่ขอให้จงมั่นใจ ไกลเพียงไหนฉันจะไปกับเธอ เคียงข้างตลอดเส้นทาง ห่วงใยดูแลเสมอ เหนื่อยล้ากับเรื่องที่เจอ อยากให้เธอเดินทางปลอดภัย ไม่ว่าเธอ (จะ) อยู่ที่ใด ไม่ว่าเธอ (จะ) ไปที่ใด ไม่ว่าเจออะไร ไม่ต้องห่วง จะบริก
"มิกกี้" ปิยะวัฒน์ เปี่ยมเบี้ย ศิลปินรุ่นใหญ่เจ้าของเสียงเพลง "ปลอดภัยบนทางหลวง" ที่แต่งให้เป็นเพลงประจำตำรวจทางหลวงด้วยความศรัทธา ทำหน้าที่พิธีกรร่วมกับ "กอล์ฟ" สารวัตรสาวสวยจากกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) กำลังประชาสัมพันธ์โครงการ "เข้าวัดได้พระธรรม รถนำได้กุศล" ระหว่างรอกองทัพธรรรมในนามชาวพุทธกรุงเทพฯ และปริมณฑลกว่า 1,000 คน โดยสารมากับรถโค้ดปรับอากาศ 2 ชั้นถึง 20 คัน เพื่อร่วมเดินทางไปทำบุญ 9 วัดใน จ.ตาก และกำแพงเพชร
"มากันเป็นร้อย ซ้อมกันนาน แต่ก็ยังกังวลว่าคนกว่าพันคนจะมาทันเวลาไหม" พ.ต.อ.พินิต มณีรัตน์ รอง ผบก.ทล.ในฐานะโฆษกและเจ้าของโปรเจกท์ยักษ์ทำบุญมหากุศลบอกความในใจ หลังมารอเตรียมงานแต่เช้า
เมื่อถึงเวลานัดหมาย ณ จุดนัดพบตอน 6 โมงเช้าก็ยังไม่เห็นวี่แววขบวนรถทัวร์...จวบจนเวลาล่วงเลยมาเกือบชั่วโมง ทีมงานตำรวจทางหลวงจึงเริ่มใจชื้นขึ้น เมื่อเห็นรถโค้ชสีแดงคันแรกเลี้ยวเข้ามาในปั๊ม และทยอยตามกันมาติดๆ จนครบจำนวน รอยยิ้มเจือความตื่นเต้นจึงปรากฏอยู่บนใบหน้าของทีมงานตำรวจทางหลวงที่มาร่วมปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้
เริ่มต้นจัดริ้วขบวนทัวร์บุญด้วยการแบ่งรถทัวร์ 20 คันออกเป็น 3 ขบวน มีรถตำรวจทางหลวงหรือรถฉลามบกนำและปิดท้ายขบวนแต่ละขบวน ตามมาตรฐานระดับความปลอดภัยสูงสุด แถมยังส่งหน่วยจรยุทธ์ตำรวจทางหลวงขึ้นไปประจำอยู่ทุกคัน เพื่อสร้างมวลชนสหายธรรมตามยุทธวิธีเสียงเพลงนำทางสร้างมวลชน และแจกจ่ายเนื้อเพลงปลอดภัยบนทางหลวงให้ท่องจำ แต่ลูกทัวร์ส่วนใหญ่ต่างอึ้งกิมกี่ เพราะอ่านภาษาไทยไม่คล่อง ถนัดแต่ภาษาจีน ขณะที่ลูกทัวร์บางกลุ่มพุ่งสมาธิจดจ่ออยู่กับกิจกรรมอันขึ้นชื่อที่สุดบนรถทัวร์ตั้งแต่รถยังไม่ออกจากกรุงเทพฯ (ฮา)
"20 คันไม่ไหว คราวหน้าจะทำทีละ 5 คันแล้ว วันนี้มีสนุก ตำรวจพบประชาชน...มัน" พ.ต.อ.พินิตบอกอย่างอารมณ์ดีขณะง่วนอยู่กับการดูแลจัดขบวน ยิ่งเห็นผู้ที่อยู่ในความดูแลส่วนใหญ่เป็น อาซิ้ม อาแปะ อาเจ็ก อาอึ้ม อายุอานามนับรวมกันเป็นหมื่นๆ ปี (ฮา)
พลันที่รถโค้ชคันสุดท้ายเคลื่อนตัวออกจากจุดนัดหมายตอน 8 โมง 10 นาที แม้ว่าจะสายไปจากที่กำหนดไว้เกือบ 1 ชั่วโมง แต่เจ้าของโปรเจกท์ก็รู้สึกพอใจ รีบสั่งพลขับบึ่งรถยนต์ตรวจตราริ้วขบวนตั้งแต่คันสุดท้ายจนถึงคันหน้าสุด เพื่อความแน่ใจยังโทรศัพท์เช็กกับลูกน้อง ตลอดจนใช้วิทยุสื่อสารติดรถยนต์คอยสอบถามความเคลื่อนไหวตลอดเส้นทาง ประเมินแผนการเดินทางตลอดเวลา ดั่งครูใหญ่ตรวจแถวนักเรียน โดยมี พ.ต.อ.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผกก.1 บก.ทล. และ พ.ต.อ.สถิตย์ บุญชัย ผกก.5 บก.ทล.เปรียบเสมือนครูประจำชั้นคอยควบคุมแถวอีกที
"นึกไว้แล้วเชียวว่าเหมือนต้องดูแลแม่เป็นพันคน เพราะเข้าห้องน้ำคนหนึ่งต้องมีคนไปด้วย 2-3 คน ตอนผมพาแม่ไปเที่ยวเวลาแวะปั๊มเข้าห้องน้ำก็ต้องมีคนไปด้วยแบบนี้แหละ" พ.ต.อ.พินิตบอกอย่างอารมณ์ดี แต่สีหน้าเป็นกังวลเมื่อรถขบวนที่ 2 จอดแวะปั๊มจนถูกขบวนที่ 3 แซงหน้า
ระหว่างการเดินทางเจ้าของโปรเจกท์มหากุศล เล่าถึงที่มาของการทำบุญ 9 วัดว่า ปกติตำตรวจทางหลวงนำขบวนรถทัวร์บุญในจังหวัดต่างๆ อยู่แล้ว ทำหน้าที่ส่งความปลอดภัยให้ถึงประตูวัด แต่ไม่เคยเข้าวัดร่วมทำบุญเลย จึงเกิดความคิดว่าตำรวจน่าจะหาโอกาสใกล้ชิดวัดและประชาชน จึงประสานแนวความคิดโครงการนี้ไปยังชมรมชาวพุทธกรุงเทพฯ มาร่วมทำบุญทอดผ้าป่าและถวายเทียนพรรษาร่วมกัน เมื่อเสนอโครงการไปยังผู้บังคับบัญชา พ.ต.อ.สมยศ พรหมนิ่ม รักษาการ ผบก.ทล. ก็เห็นชอบร่วมอนุโมทนาด้วย แถม พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผบช.ก. ก็พลอยปลื้มใจอิ่มบุญเช่นกัน
"สาเหตุที่เลือกมาทำบุญภาคเหนือ เพราะซินแสบอกว่าดาวเทพเจ้าแห่งโชคลาภกำลังโคจรอยู่เหนือ 2 จังหวัดนี้ จะส่งเสริมให้มีโชคลาภยิ่งขึ้น หากช่วงนี้ดาวเทพเจ้าโคจรอยู่ภาคใต้ก็จะไปทำบุญภาคใต้นะ" พ.ต.อ.พินิตบอกถึงเหตุผลที่เดินทางมาพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ส่วนการเลือกวัดทำบุญจะเน้นวัดที่มีคนศรัทธาและรองรับการจอดรถได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการไปทำบุญที่วัดพระบรมธาตุ วัดคูยาง วัดเสด็จ วัดบาง และวัดอมฤต และวัดพระบรมธาตุ (หลวงพ่อทันใจ) วัดสว่างอารมณ์ 2 วัดโคกพูล และวัดมณีบรรพต ใน จ.ตาก ครบ 9 วัดตามโครงการมหากุศลทัวร์บุญ ชาวพุทธกรุงเทพฯ และปริมณฑล ร่วมสมทบทุนเพื่อการกุศลครั้งนี้เบ็ดเสร็จ 1,72,138.25 บาท แทบจะเรียกได้ว่าอิ่มบุญกันถ้วนหน้า แถมช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของทั้งสองจังหวัดได้เป็นอย่างดี
"หายปวดหัวเลย หายเป็นปลิดทิ้ง กลับรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที แม้ว่าตอนเดินทางมาอยากจะหลับตาพักผ่อน เพราะนอนน้อย แต่ตอนนี้ตื่นแล้ว" พ.ต.อ.พินิตบอกด้วยสีหน้าอิ่มบุญ หลังจากร่วมพิธีถวายผ้าป่า เทียนพรรษา และถวายผ้าห่มพระบรมธาตุ เพียงแค่วัดแรก
ส่วนวัดต่อๆ มาแทบจะว่าคณะทัวร์บุญอิ่มบุญกันถ้วนหน้า มีการประมูลบุญแข่งกันบริจาค และทุกๆ ครั้งที่ยอดบริจาคเป็นศูนย์ก็จะช่วยกันเติมบุญกันจนเป็นหลักหมื่นก็มี โดยเฉพาะตอนที่ พ.ต.อ.พินิตถือบาตรไปขอรับบริจาคด้วยตนเอง มักจะมีเสียงเชียร์จากมัคนายกที่ปลุกเร้าเร่งบุญว่า..."ใครทำบุญกับ พ.ต.อ.พิเศษ พินิต จะได้มีลูกหลานเป็นใหญ่เป็นโตเหมือนท่าน และขอให้ท่านได้เป็นนายพลเร็วๆ" ทำเอาผู้ถูกเอ่ยนามยิ้มจนแก้มปริ !
โอกาสนี้ รอง ผบก.ทล.ยังเล่าให้ฟังด้วยว่า ได้เจอกับแม่ของเพื่อนเก่าสมัยเรียนด้วยกัน ตอนนี้เป็นนายพลแล้ว จึงหยอดมุกเอาใจว่า มิน่าล่ะ คุณแม่ชอบทำบุญแบบนี้นี่เอง ลูกแม่ถึงได้เป็นนายพลแล้ว
เสร็จโปรเจกท์ทำบุญมหากุศลครบทั้ง 9 วัดแล้ว ยังไม่ทันที่รถจะเคลื่อนออกจากประตูวัดสุดท้าย พ.ต.อ.พินิตรำพึงบอกกับตัวเองว่า..."เสร็จภารกิจซะที..สาธุ !!" ก่อนจะผิวปากเป็นเสียงเพลงด้วยความอิ่มสุข
ทีมข่าวรายงานพิเศษ



