
'ผบ.ตร.'สั่งปรับแผนจราจรแก้รถติด
'ผบ.ตร.' สั่งการด่วน! ปรับแผนจัดจราจร 5 ข้อ แก้ปัญหารถติดทั่วกรุง ระบุรอประเมินสถานการณ์ผู้ชุมนุมรุนแรงหรือไม่ ก่อนเสนอประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน
21 ม.ค.57 ที่กองบังคับการตำรวจจราจร พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) กล่าวถึง ภาพรวมการจราจรช่วงเช้าชั่วโมอเร่งด่วนว่า การจราจรถนนสายหลักปริมาณรถมากหนาแน่นติดขัดเป็นวงกว้างประกอบกับผู้ชุมนุมปิดการจราจรในหลายจุดส่งผลกระทบโดยรวมต่อเนื่องโดยเมื่อเวลา 06.30 น.ที่ผ่านมาน.พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร.กำกับดูแลงานด้านการจราจรพร้อมคณะทำงานแก้ไขปัญหาจราจรกองบัญชาการตำรวจนครบาลและบก.จร.ลงพื้นที่ตรวจการจราจรถนนพหลโยธิน ลาดพร้าว วิภาวดีรังสิตและถนนรัชดาภิเษกพบว่าการจราจรหนาแน่นทุกเส้นทางประชาชนนำรถส่วนตัวออกมาใช้กันมากขึ้นทำให้การจราจรติดขัด พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.มีข้อสั่งการด่วนมายังบช.น.และบก.จร.รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาการจราจรอย่างเร่งด่วนพร้อมวาง 5 มาตรการแก้ไขปัญหาจราจรช่วยเหลืออำนขยความสะดวกพี่น้อชประชาชนในการเดินทาง
พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า มาตรการแก้ปัญหาจราจร 5 ข้อตามที่ ผบ.ตร. สั่งการให้ บช.น. ดำเนินการเร่งด่วนให้จราจรใน กทม. คล่องตัวคือ 1. ให้ บช.น. ทั้ง 88 สน. และ บก.จร. ปรับกำลังพลที่ปฏิบัติงานด้านการจราจร จำนวน 4,000 นาย ตามท้องถนน ทางแยก 500 ทางแยก โดยจัดเสริมตำรวจจราจรตามเส้นทาง ทางร่วม ทางแยก ปรับการควบคุมสัญญาณไฟ ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ให้เหมาะสมตามสภาวะการณ์แต่ละพื้นที่ แต่ละเส้นทาง ที่เกิดภาวการณ์จราจรคับคั่ง เน้นถนนสำคัญ 6 สาย ถนนวิภาวดี-รังสิต ซึ่งรับรถจากทางด้านชานเมืองทิศเหนือเข้าสู่ตัวเมืองชั้นใน ถนนรัชดาภิเษก มาจากทางสะพานพระราม 7 รับรถจากฝั่งธนบุรีเข้าสู่กรุงเทพฯ ตัวเมืองชั้นใน ถนนบรมราชชนนี รับรถจากฝั่งธนบุรีเข้ากรุงเทพฯ
ถนนสาทรเหนือ ซึ่งรับรถทางฝั่งธนบุรีมาเขตพระนคร และมีโรงเรียนสำคัญหลายแห่ง ซึ่งเปิดการสอนปกติ ถนนพระราม 2 ซึ่งรับรถจากฝั่งธนบุรี ชานเมือง เข้าสายหลักสู่กรุงเทพฯ ชั้นใน ถนนบางนา - ตราด รับรถจากชานเมือง ด้านตะวันออกเข้าสู่เมือง
2. ให้เน้นจัดการจราจรรอบภายในจุดสำคัญ ให้สอดคล้องกับปริมาณรถ เนื่องจากขณะนี้สถานศึกษา โรงเรียน และสถานประกอบการภาคธุรกิจที่สำคัญ ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ได้มีการเปิดตามปกติ แต่สภาพการจราจรบางจุดอาจมีผู้ใช้เส้นทางจำนวนหนาแน่น ทำให้รถเคลื่อนตัวช้า ดั้งนั้นจึงให้เอกภาพ สน.ท้องที่พิจารณาให้เหมาะสม โดยการปรับเพิ่มช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) เพื่อให้ประชาชนใช้รถได้คล่องตัวมากขึ้นตามสถานการณ์ โดยสั่งการให้ศูนย์ควบคุมและสั่งการ บก.02 เป็นผู้ประสานแต่ละ สน. ท้องที่ และสั่งการให้เหมาะสมอีกชั้นหนึ่ง
3. ให้ บก.02 แนะนำ และขอความร่วมมือให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง มีการปรับตัว ปรับแผน การเดินทาง รวมทั้งแนะนำให้ใช้บริการรถสาธารณะ เพื่อลดจำนวนรถจำนวนรถในถนน ได้แก่ รถไฟ รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT รถโดยสารประจำทาง รวมทั้งการสัญจรทางเรือตามลำน้ำเจ้าพระยา คลองแสนแสบ ที่มีท่าเรือสำคัญอยู่ 50 ท่า โดยประสานการปฏิบัติกับกรมเจ้าท่า ให้เกิดความสะดวกและความปลอดภัย พร้อมทั้งให้ประสานตำรวจพื้นที่ จุดจอดรถรอบ กทม. 5 โซน 36 จุด ประมาณ 18,000 คัน
4. ให้บก.02 เร่งทำการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางในทุกช่องทางย่างทั่วถึง หลีกเลี่ยงเส้นทางที่การจราจรคับคั่ง แนะนำเส้นทางเลี่ยง เส้นทางสำรอง ช่องทางพิเศษตลอดเวลา (Real Time)ทั้งทางสถานีวิทยุ สวพ.91 วิทยุจราจรเพื่อสังคม 99.5 จส.100 สถานีโทรทัศน์ เปิดโทรศัพท์สายด่วน 1197 หรือ ทาง Social Network www.trafficpolice.go.th
5. ให้บก.02 ติดตามสถานการณ์ การสัญจรของประชาชน ในทุกเส้นทาง แก้ปัญหาร่วมกับสถานีตำรวจพื้นที่ทันทีตลอดเวลา ในด้านรถเสีย รถเกิดอุบัติเหตุ รถที่กีดขวางการจราจร เพื่อให้การจราจรคล่องตัว และเปิดพื้นที่การจราจร ให้ประชาชนสัญจรสะดวกขึ้น
'ผบ.ตร.' รอประเมินสถานการณ์ประกาศพรก.ฉุกเฉิน
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ได้มีการติดตามการชุมนุมของทางกลุ่มกปปส.ตลอดเวลา และต้องมีการประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม กปปส. อีกครั้ง ว่ามีความจำเป็นจะต้องเสนอคณะรัฐมนตรี พิจารณาประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือไม่ โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่า มีแนวโน้มจะมีความรุนแรงหรือไม่อย่างไร หากมีแนวโน้มจะเกิดความรุนแรงก็จะเสนอที่ประชุมศอ.รส.ชุดใหญ่เพื่อดำเนินการต่อไป



