ข่าว

'อาร์จีดี-5'ยกลอต'ถล่มกปปส.'ท่าปาระเบิด'ถอดตำราจนท.

'อาร์จีดี-5'ยกลอต'ถล่มกปปส.'ท่าปาระเบิด'ถอดตำราจนท.

21 ม.ค. 2557

'อาร์จีดี-5'ยกลอต'ถล่มกปปส.'ท่าปาระเบิด'ถอดตำราจนท. : โดย...ทีมข่าวความมั่นคง/ทีมข่าวรายงานพิเศษ

               เวทีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ตกเป็นเป้าก่อความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง เมื่อวันที่ 17 มกราคม ตามมาด้วยเหตุปาระเบิดใส่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 19 มกราคม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางสงครามข้อมูลข่าวสารของแต่ละฝ่าย ที่ต่างชี้ว่า เป็นฝีมือของฝ่ายตรงกันข้าม

               หนึ่งในทฤษฎีที่น่าสนใจ คือ ถ้อยแถลงของ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่กล่าวถึงเหตุระเบิดที่ถนนบรรทัดทองว่า การโยนระเบิดจากอาคารโดยรอบเป็นไปได้ยาก เพราะโอกาสที่ระเบิดจะโดนสิ่งกีดขวางต่างๆ เช่น ต้นไม้ และสายไฟ มีสูง

               ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า ระเบิดน่าจะโยนมาจากกลุ่มคนที่เดินปะปนเข้ามากับผู้ชุมนุม !!

               อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในกองทัพกลับมองต่างมุมว่า ผู้ที่โยนระเบิดน่าจะอยู่บนอาคารสูงมากกว่าที่จะอยู่บนพื้นราบ หรือเดินปะปนมากับผู้ชุมนุม เพราะหากเป็นคนที่เดินปะปนมากับผู้ชุมนุม หากมีการโยนระเบิดโอกาสที่จะโดนตัวเองมีสูง เพราะระเบิดมีรัศมีการทำลายล้าง 15 เมตร ไม่น่าจะวิ่งหนีได้ทัน

               หรือหากมีการโยนจากที่กำบัง เช่น ตู้โทรศัพท์ หรือรถยนต์ โอกาสที่จะถูกพบเห็น และถูกตามจับได้มีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะมีมวลชนเต็มถนน และสองข้างทาง ดังนั้น ในมุมมองของเขาจึงเชื่อว่า ผู้ที่ก่อเหตุน่าจะอยู่บนอาคารสูงมากกว่า

                "ในกรณีนี้ ผู้ก่อเหตุน่าจะซุ่มดูจากบนที่สูงจนเห็นว่า เป้าหมายมาถึงแล้ว จากนั้นจึงเปิดหน้าต่าง แล้วถอยหลังปาระเบิดมาจากช่องหน้าต่าง เพราะหากโยนจากริมหน้าต่างโอกาสที่จะถูกพบเห็นมีสูง และหากระเบิดโดนกิ่งไม้ หรือสายไฟก่อนก็อาจโดนสะเก็ดระเบิดไปด้วย ส่วนที่หลบหนีไปได้รวดเร็วน่าจะเป็นเพราะหาทางหนีทีไล่ไว้ล่วงหน้าอย่างดีแล้ว"

               กรณีการตรวจพบอาวุธสงครามบนตึกร้าง ซึ่งมีทั้งอาวุธปืนจริง และบีบีกันนั้น เขาระบุว่า อาวุธปืนบีบีกันสามารถดัดแปลงใช้เป็นอาวุธจริงได้เช่นกัน ส่วนที่ตำรวจแถลงว่า ขาดชุดลั่นไกจึงไม่สามารถยิงได้นั้นก็ถูกต้องตามที่แถลงแล้ว

                "ชุดลั่นไกนอกจากจะใช้เพื่อยิงกระสุนปืนแล้ว ยังมีเลขทะเบียนติดอยู่ด้วย หากพบชุดลั่นไกก็จะรู้ได้ทันทีว่า อาวุธปืนถูกนำมาจากหน่วยไหน" ผู้เชี่ยวชาญคนเดิม ให้ความรู้

               สำหรับเหตุระเบิดที่อนุสาวรีย์ชัยฯ นั้น เมื่อพิจารณาจาก "ท่าทาง" ในการขว้างแล้ว เขาเชื่อว่า มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็น "เจ้าหน้าที่" หากเป็นการ์ดที่ฝึกการใช้อาวุธจริงก็ไม่น่าจะมีความนิ่ง และมีท่าทางที่ถูกต้องตามแบบแผนขนาดนี้

                "ถ้าคะแนนเต็ม 10 ผมให้เกือบเต็มเลยนะสำหรับท่าทาง เพราะผมดูจากภาพข่าวมีการแบมือนิดๆ โดยให้ 4 นิ้วอยู่ด้านบน และใช้อุ้งมือดันออกไปเหมือนพวกที่ผ่านการฝึกมาแล้วทั้งทหารและตำรวจ หากเป็นพวกมือใหม่โอกาสที่จะขว้างไม่พ้นมีสูง เพราะตรงนั้นมีสิ่งกีดขวางอยู่เยอะ"

               ที่สำคัญ คนที่ก่อเหตุนอกจากจะต้องผ่านการฝึกใช้อาวุธมาแล้ว จะต้องผ่านการใช้ระเบิดชนิดนี้มาด้วย เพราะระเบิด RGD-5 เป็นระเบิดที่ไม่ได้มีใช้ในราชการไทย เพราะมาจากประเทศจีน และใช้กันเฉพาะประเทศในค่ายคอมมิวนิสต์เดิม เช่น พม่า ลาว กัมพูชา

                "ใน 3 ประเทศนี้ พม่ามีความเป็นไปได้มากที่สุด เพราะยังมีการสู้รบกับชนกลุ่มน้อยอยู่ โดยจะสังเกตได้ว่า สลักระเบิดใหม่มาก ถ้าเป็นของเก่าแสดงว่าเก็บรักษาไว้อย่างดี" ผู้เชี่ยวชาญในกองทัพ ระบุ

               เขาวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่คนร้ายใช้ RGD-5 ด้วยว่า น่าจะใช้เพื่ออำพรางแหล่งที่มาของระเบิดเป็นหลัก เพราะระเบิดชนิดนี้ไม่ได้มีใช้ในหน่วยราชการของไทย ไม่เหมือนกับเอ็ม 67 หรือเอ็มเค 2 ที่ใช้กันอยู่ในกองทัพ หากนำมาใช้ก็จะสามารถสืบรู้ได้ว่าถูกนำออกมาจากหน่วยไหน

                "ระบบการจัดการวัตถุระเบิดของทหารกับตำรวจมีความแตกต่างกัน โดยของทหารหากพบวัตถุระเบิดตามแนวชายแดนจะนำไปทำลายในจังหวัดทหารบก หรือมณฑลทหารบก ที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที แต่ในกรณีที่ทหารจับอาวุธได้แล้วส่งให้ตำรวจ หรือตำรวจจับได้เอง วัตถุระเบิดจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นของกลางจนกว่าคดีจะสิ้นสุด"

                ผู้เชี่ยวชาญในกองทัพตั้งข้อสังเกตว่า สลักระเบิดที่พบในทุกจุดมีสภาพใหม่มาก ดูจากลักษณะแล้ว น่าจะเป็น "ลอตเดียวกัน" และถูกนำมาใช้โดยคน "กลุ่มเดียวกัน" แบบยกลอต-ยกลัง แต่ไม่น่าจะนำเข้ามาจากชายแดน เพราะไม่น่าเล็ดลอดหูตาของหน่วยข่าวและด่านตรวจต่างๆ เข้ามาได้

                ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงมากว่า แหล่งที่มาน่าจะมาจากในกรุงเทพฯ นี่เอง และน่าจะยังหลงเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก

                ขณะที่ พ.ต.ทรงพล เอี่ยมบุฤทธิ์ อดีตที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกชมรมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ร่วมให้ความเห็นว่า การที่คนร้ายเลือกใช้ระเบิดที่ผลิตในจีนหรือรัสเซีย เนื่องจากสามารถหาซื้อง่ายตามตะเข็บชายแดน และต้องเข้าใจว่า การที่จีนหรือรัสเซียให้ความช่วยเหลือประเทศไหนทางด้านอาวุธจะไม่มีการควบคุมเรื่องบัญชีอาวุธ

                "อาวุธเหล่านี้จึงไม่มีการลงหมายเลขควบคุม ทำให้ไม่สามารถสืบค้นหาต้นตอของหน่วยงานที่นำมาใช้ได้ ไม่เหมือนกับระบบของสหรัฐอเมริกา ที่จะมีการลงหมายเลขควบคุมทำให้สืบค้นหาแหล่งที่มาได้ง่าย" พ.ต.ทรงพล ให้ความรู้

                พ.ต.ทรงพล อธิบายว่า ระเบิดที่นำมาใช้ก่อความวุ่นวายทั้งสองจุดถือเป็นระเบิดที่ใช้ใน "เชิงรุก" มีลักษณะลูกเล็ก สามารถขว้างไปได้ไกล และมีสะเก็ดน้อย เพื่อลดอันตรายแก่ผู้ใช้งาน

               "ผู้ที่ขว้างระเบิดเชิงรุกมักจะไม่อยู่ในกำบัง และมักใช้ขว้างเพื่อเปิดทาง แต่ถ้าตกห่างไม่เกิน 3 เมตร ก็ถึงแก่ชีวิตได้เช่นกัน ผิดกับระเบิดเชิงรับที่จะลูกใหญ่กว่า และมีอานุภาพของสะเก็ดระเบิดมากกว่าหลายเท่า หากผู้ใช้ไม่อยู่ในที่กำบังก็จะบาดเจ็บไปด้วย โดยระเบิดเชิงรับจะผลิตในอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ เพราะคนของเขาตัวใหญ่ สามารถขว้างได้ไกล"

                ส่วนจุดที่ขว้างระเบิดบนถนนบรรทัดทอง ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียงกันระหว่างบนอาคารกับพื้นราบนั้น พ.ต.ทรงพล ระบุว่า คงไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่าขว้างมาจากจุดใด เพราะระเบิดชนิดนี้ลูกใหญ่กว่าประทัดนิดเดียว สามารถขว้างออกมาได้ไกลโดยไม่มีผู้พบเห็น

               แหล่งข่าวจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เปิดเผยว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดใหม่ เรียกว่าเพิ่งแกะกล่องมาเลย ชุดที่ใช้ที่บรรทัดทองกับอนุสาวรีย์ชัยฯ เป็นลอตเดียวกัน เพราะมีซีเรียลนัมเบอร์เหมือนกัน คือ 48 ส่วนที่ยึดได้จากผู้ต้องหา 4 คน ที่ถูกจับกุมในท้องที่ สน.บางนา เป็นอีกลอตหนึ่ง ซีเรียลนัมเบอร์คือ 152

                "คนที่ใช้ระเบิดชนิดขว้างต้องผ่านการฝึกฝนมา เพราะการขว้างไม่ใช่ขว้างได้ง่ายๆ มันมีรูปแบบของมันอยู่ ต้องผ่านการฝึกเท่านั้น และผู้ที่ใช้ต้องใจถึงมาก ต้องคุ้นชินกับการใช้งานระเบิดประเภทนี้มากจึงจะทำได้ เนื่องจากการใช้ระเบิดชนิดขว้างจากค่ายคอมมิวนิสต์ บางครั้งระบบหน่วงเวลาอาจไม่ถึง 4 วินาที หากขว้างไม่ดี ระเบิดแตกกลางอากาศ ทำให้คนขว้างบาดเจ็บได้" แหล่งข่าวระบุ

               
 ขณะที่แหล่งข่าวจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล ให้ข้อมูลว่า ผู้ที่ก่อเหตุป่วนเมือง ทั้งใช้อาวุธปืนยิงและขว้างระเบิดเข้าไปในพื้นที่ชุมนุม น่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันทั้งหมด แต่อาจมีหลายพวก เหตุการณ์บางส่วนต่างคนต่างทำ ใครสบช่องทำตรงไหนได้ก็ทำ จึงมีเหตุการณ์เกิดขึ้นค่อนข้างถี่

                

 

RGD-5 เกลื่อนตลาดมืดชายแดน

                ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดในหน่วยงานราชการแห่งหนึ่งชี้ว่า RGD-5 ถูกนำมาใช้ก่อเหตุกับผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่อง ทั้งบนถนนบรรทัดทอง เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และระเบิดที่ตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ (191) จับกุมผู้ต้องหา 4 คน ภายในรถกระบะบริเวณแยกบางนา ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับเหตุปาระเบิดบ้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี

               ระเบิดสังหาร RGD-5 หรือ Ruchnaya Granata Distantsionnaya มีลักษณะรูปทรงเป็นรูปไข่ พื้นผิวมีรอยบุ๋ม เล็กน้อย มีโทนสีเขียวหรือสีมะกอก สามารถขว้างหรือโยนได้ไกล 35-45 เมตร ผลิตในประเทศรัสเซีย ราคาต้นทุนการผลิตไม่สูง แต่มีประสิทธิภาพการทำลายสูง

                ระเบิดชนิดนี้ผลิตขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงปี 1950 และถูกนำมาใช้ปี 1954 ในกองทัพรัสเซีย และมีใช้แพร่หลายในอิรัก และประเทศแถบตะวันออกกลาง

                RGD-5 บรรจุดินระเบิดทีเอ็นที 110 กรัม มีสะเก็ดประมาณ 350 ชิ้น รัศมีอันตราย 25 เมตร น้ำหนัก 310 กรัม ปัจจุบันระเบิดชนิดนี้ผลิตในรัสเซีย, บัลแกเรีย, จีน และจอร์เจีย โดยมีการพัฒนา RG RGD-5s เพื่อ "เจาะเกราะ" สนนราคาในการผลิตตกราคาลูกละประมาณเกือบ 200 บาท

                ระเบิดรุ่นนี้ได้รับความนิยมในประเทศค่ายคอมมิวนิสต์รอบประเทศไทย สามารถหาซื้อได้ในราคาลูกละไม่กี่ร้อยบาทตามตะเข็บชายแดน โดยเฉพาะชายแดนไทย-กัมพูชา และมีประสิทธิภาพสูงสุดในระยะ 3-5 เมตร ทำให้บาดเจ็บสาหัส หรือเสียชีวิตได้

               ผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิดคนเดิมเปิดเผยว่า ระเบิด RGD-5 ที่ตรวจยึดได้ที่แยกบางนา มีเลขลอตนัมเบอร์ 152-82Y3PRM-2 จำนวน 4 ลูก ส่วนระเบิดบรรทัดทองเป็นชนิดเดียวกัน แต่เป็นนัมเบอร์ 48 ส่วนจะเป็นฝีมือของกลุ่มไหนก็ยากที่จะระบุชัด แต่ที่แน่ๆ การเลือกใช้อาวุธนอกสารบบราชการไทยก็เพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบติดตามเพื่อไม่ให้สาวถึงต้นตอ

               
.............................

(RGD-5'ยกลอต'ถล่มกปปส.'ท่าปาระเบิด'ถอดตำราจนท. : โดย...ทีมข่าวความมั่นคง/ทีมข่าวรายงานพิเศษ)